ตามรอยหงส์แดง(น้อย) : อดัมส์ แฮมมิลล์ จากไป … ความล้มเหลวของแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ?
Wed, Aug 12, 2009

สวัสดีครับชาว Scouse ทุกคน คงจะไม่เป็นที่คุ้นเคยกับหัวข้อคอลัมน์นี้สักเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ ต้องบอกว่านี่เป็นคอลัมน์ใหม่ถอดด้ามของ scouse.tv เลยครับ จะเป็นคอลัมน์ที่รวบรวมข่าวสารและบทวิจารณ์เกี่ยวกับทีมเยาวชนและทีมสำรอง ตลอดจนผลการแข่งขันที่จะมาอัพเดทให้กับพี่น้องชาว Scouse ทุกคนได้รับทราบกัน หวังว่าชาว Scouse ทุกคนจะถูกใจเนื้อหาของคอมลัมน์นี้ไม่มากก็น้อยนะครับ
ทำไมต้อง … ตามรอยหงส์แดง(น้อย)
เชื่อกันว่าหลายๆคนอาจจะคุ้นๆกับชื่อคอลัมน์นี้ใช่มั้ยครับ ยิ่งใครเป็นแฟนหงส์มากกว่า 12 ปีขึ้นไปละก็ต้องร้องอ๋ออย่างไม่ต้องสงสัย … ตามรอยหงส์แดง … เป็นชื่อคอลัมน์ยอดฮิตที่ชาวหงส์แดงทุกคนต้องหาหนังสือพิมพ์ star soccer ฉบับวันอาทิตย์มาอ่านให้ได้ สมัยนั้นผมเพิ่งจะเริ่มเชียร์ทีมๆนี้แหละครับ ก็ต้องหามาอ่านประดับความรู้กันทุกอาทิตย์ทีเดียว (สมัยนั้นป.5-6เองนะ อิอิ) สมัยก่อนอินเตอร์เนตก็ยังไม่มี่ ก็ต้องพึ่งคอมลัมน์นี้ในการติดตามข่าวสารเชิงลึกของทีม ผมเชื่อของผมนะครับว่าคอลัมน์ “ตามรอยหงส์แดง” นี้เป็นคอลัมน์ที่อยู่ในใจแฟนหงส์ทุกคน ผมเองก็อยากจะให้คอลัมน์นี้เข้าไปอยู่ในอ้อมใจของแฟนๆชาว Scouse บ้าง (อ้อนซะ อิอิ) ก็เลยขอตั้งชื่อตามคอลัมน์ในตำนานนี่ซะเลย แต่เราจะเน้นเฉพาะเจาะจงเฉพาะเด็กๆเอ๊าะๆของทีมเท่านั้น ก็เลยต้องพ่วงคำว่า “น้อย” ตามหลังมาด้วย อิอิ เอาเป็นว่า ใครที่ชื่นชอบข่าวของเด็กๆทั้งหลายติดตามได้ที่นี่ ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ
……………………………………………………………….
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กของทีมเราอยู่ข่าวหนึ่งครับ แต่ข่าวนี้เล่นเอาบรรดา The Kop พรรณแท้แถวสนามแอนฟิลด์บ่นเป็นหมีกินผึ้งได้หลายวันทีเดียว นั่นก็คือ ข่าวการที่สโมสรตัดสินใจปล่อยตัว อดัมส์ แฮมมิลล์ กองกลางเชิงสูงชุดแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ปี 2006 ออกจากทีมไปให้กับทีม “เจ้าตูบ” บาร์นสลีย์ ทีมในลีกแชมป์เปี้ยนชิพ นั่นเองครับ ด้วยราคาที่เชื่อกันว่าถูกมากมายแค่ 500000 ปอนด์ เท่านั้นเอง

แฮมมิลล์เป็นนักเตะผลผลิตจากทีมเยาวชนของหงส์แดงเราเองครับ ปั้นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยเลยทีเดียว ฝีเท้าจัดอยู่ในขั้นตัวTopของทีมเยาวชนเลยทีเดียว (จะเชื่อมั้ยถ้าผมจะบอกว่า เก่งกว่า เจย์ สเปียริ่ง เยอะครับ) พี่แกทำได้ทุกอย่าง จะลาก กระชาก ยิง เปิด ฟรีคิก เตะมุม บลา บลา (ยิงไกลครึ่งสนามแบบอลองโซ่ ก็เคยมาแล้วนะ) … นี่ไม่ได้มาโฆษณา เอ๊ย โม้ นะครับ เป็นอย่างนั้นจริงๆ และยิ่งเป็น 1 ในชุดยังเติร์กที่คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพปี 2006 ด้วย ยิ่งทำให้แฟนบอลหวังในตัวเจ้าหนุ่มคนนี้ไว้มาน้อยเลยครับ และที่สำคัญที่สุด นายแฮมมิลล์คนนี้ เป็น Liverpudlian 100% นั่นเองครับ นี่เองที่ยิ่งทำให้แฟนบอลที่นู้น เฝ้าเอาใจช่วยเจ้าหนูรายนี้ให้ขึ่นชุดใหญ่ได้สักที
แฮมมิลล์ถูกดันเฟิร์มลินยืมตัวไปในปี 2007 (ตอนนั้นอายุ 19 ปี) และที่นี่เองที่ทำให้แฟนๆหงส์แดงร้องซีด เพราะน้องแกเล่นงัดเอาฟอร์มสุดยอดพาดันเฟิร์มลินที่เป็นทีมบ๊วยของลีกเข้าชิง เอฟเอ คัพ ของเมืองขี้เมาได้สำเร็จ แม้จะแพ้ให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเซลติก แต่ผลงานในดินแดนเมืองสกอตต์ ของหนุ่มน้อยรายนี้เข้าตาอย่างจัง ถึงขนาดที่เซลติกเองจ้องที่อยากจะคว้าตัวเข้าไปร่วมทีมกันเลยทีเดียว แฮมมิลล์พกความมั่นใจกลับมาสู่ถิ่นแอนฟิลด์เขาเชื่อว่า ปีนี้จะต้องเป็นปีทองของเขาที่จะได้ขึ้นสู่ชุดใหญ่อย่างแน่นอน …. แต่มีชายอยู่คนนึงที่ไม่คิดเช่นนั้น เค้าคือ ราฟาเอล เบนิเตซ …
แฮมมิลล์ ถูกส่งยืมตัวต่อไปอีกครั้งคราวนี้เป็นยอดทีมในอดีตอย่างเซาท์แธมป์ตันที่ได้ตัวเขาไปร่วมงานด้วย ที่รังเซนต์ แมรี่ แฮมมิลล์ ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ แต่เจ้าตัวก็เก็บประสบการณ์จากลีกแชมปเปี้ยนชิพ ไว้ได้พอควร หมดฤดูกาล 07-08 แฮมมิลล์กลับมาสู่ทีม พร้อมกับรับข่าวดีครั้งใหญ่ เพราะราฟาตัดสินใจต่อสัญญากับเขาไปอีก 3 ปี ทั้งแฟนๆและแฮมมิลล์ต่างเชื่อเหลือเกินว่าอนาคตที่สดใสรออยู่ไม่ใกล้แน่นอน
แต่แล้วก่อนฤดูกาล 08-09 จะเริ่มขึ้น ราฟาก็ส่งแฮมมิลล์ออกไปให้ทีมอื่นอีกครั้ง และคราวนี้เป็นทีของแบล็คพูลที่เข้ามารับช่วงต่อไปด้วยสัญญา 6 เดือน แฮมมิลล์เล่นให้กับแบล็คพูลได้อย่างโดดเด่น เช่นเคย ลงเล่นไป 22 นัด ยิงได้ 1 ประตู หลังสัญญาหมดลงราฟา ตัดสินใจเรียกแฮมมิลล์กลับมาเมล วู้ด เพื่อซ้อมกับทีม แต่ในเวลาต่อมาก็ปล่อยให้บาร์นสลีย์ยืมตัวไปจนจบฤดูกาล ที่บาร์นสลีย์ แฮมมิลล์ยังโชว์ฟอร์มเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆอย่างต่อเนื่อง จนเป็นขวัญใจแฟนบอลในระยะเวลาอันสั้น จนทำให้เมื่อหมดสัญญายืมตัวบาร์นสลีย์ติดต่อขอซื้อตัวแฮมมิลล์เข้าไปร่วมทีมทันที แต่ ราฟาเอล เบนิเตซ ปฏิเสธ ที่จะรับฟังข้อเสนอของทีมใดในเวลานั้น ว่ากันว่า ราฟาอยากจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้าหนูรายนี้ ในการได้เป็นนักเตะลิเวอร์พูล นั่นเอง
แต่แล้วแฮมมิลล์ ก็ถูกขายไปให้บาร์นสลีย์จนได้ในเวลาต่อมา … ทำไมราฟาไม่ให้โอกาสแฮมมิลล์ทั้งๆที่แฮมมิลล์เป็นนักเตะสไตล์ที่ลิเวอร์พูลตามหามานาน … แฮมมิลล์ด้อยกว่า นาบิล เอลซาร์ ตรงไหน ทำไมราฟาไม่ให้โอกาส … ฤ นี่จะเป็นการเสื่อมสลายของระบบเยาวชนลุกหมอของทีม … และอีกหลากหลายคำถามที่ถูกโพสต์ถามกันในเวบบอร์ดแฟนหงส์แดงที่อังกฤษ ต่างไม่เข้าใจว่าทำไมราฟาถึงตัดสินใจขายแฮมมิลล์ออกจากทีมไป ทั้งๆที่ฝีเท้าก็ไม่ได้ขี้เหร่ แถมยังเก็บไว้ใช้ในโควต้านักเตะอังกฤษได้อีกห่างหาก
และอะไรคือ เหตุผลของชายที่ชื่อ ราฟาเอล เบนิเตซ
scouse.tv อยากให้ชาว Scouse ลองส่งไปรษนียบัตรมาร่วมสนุกดูครับ เอ๊ย ไม่ใช่แล้ว เหตุผลหลักที่ราฟาคิดว่าแฮมมิลล์ไม่คู่ควรกับทีมอย่างลิเวอร์พูล นั่นคือ “ความสม่ำเสมอและวินัยในเกมแทกติก” นั่นเองครับ
จะว่าไปก็เป็นเรื่องปกติที่นักเตะวัยหนุ่มจะมีคุณสมบัติ 2 ข้อดังกล่าวน้อย แต่แฮมมิลล์ดันโชคร้ายที่ว่า 2 สิ่งที่กล่าวไปข้างบนนั้นเป็นข้อสำคัญของปรัชญาการทำทีมของราฟาเอล เบนิเตซ เลยทีเดียว ซึ่งแฮมมิลล์ขาดตรงนี้ไป วันไหนดีพี่เล่นเป็นพระเอก ส่วนวันไหนเล่นแย่ จับบอลยังไม่อยู่เลยครับ นี่เป็นขอเสียของแฮมมิลล์เลยครับ ราฟามองเห็นถึงจุดนี้อย่างชัดเจน และสถานการณ์ของทีมในเวลานี้ไม่พร้อมที่จะใช่ดาวรุ่งลงเล่นเพื่อลุ้นแชมป์แต่อย่างไร เนื่องจากว่าเป็นการเสี่ยงอย่างมาก จึงเลือกที่จะให้แฮมมิลล์ย้ายออกไปเพื่อพิสูจน์ตัวเองครับ อีกอย่างหนึ่งในทีมตอนนี้เรามี นาบิล เอลซาร์ ที่ว่ากันว่าเป็นคู่แข่งของแฮมมิลล์โดยตรงขวางหน้าอยู่ครับ และราฟาดูจะนิยมชมชอบเอลซาร์ไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงกับต่อสัญญาให้ปีกโมรอคโครายนี้ไปแล้วด้วย ถึงแม้ฝีเท้าเอลซาร์ในตอนนี้จะยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นกว่าแฮมมิลล์ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ระดับนานาชาติที่มากกว่า(ทีมชาติโมรอคโค) ทำให้เอลบอสตัดสินใจตัดหางปล่อยวัดแฮมมิลล์ในที่สุด โดยมีข่าวลือว่า “การย้ายทีมครั้งนี้มีข้อสัญญาที่สามารถซื้อกลับมา(Buy-back clause)” อยู่ด้วยครับ(อันนี้ผมอยากให้มองมาดริดเป็นตัวอย่างครับ มักจะพ่วงสัญญาแบบนี้ในการขายเยาวชนเสมอ เล่นดีก็ดูดกลับมาขายแพงๆต่อ 55+) อันนี้ก็จริงไม่จริงก็ต้องมาตามดูกัน แต่ที่แน่ๆ คือ นักเตะชุดแชมป์ เอฟเอ ยูพ คัพ 2006 ในตอนนี้ ต่างบ้านแตกสาแหรกขาดไปคนละทิศละทางกันไปหมดแล้ว ที่เหลือมีแค่สตีเฟ่น ดาร์บี้ที่เป็นตัวหลักของทีม กับเจย์ สเปียริ่งที่ในปีนั้นเจ็บยาวแต่เคยลงเล่นในรอบแรกๆเท่านั้น อยู่ในทีมชุดใหญ่ในเวลานี้ เพราะล่าสุด เคร็ก ลินน์ฟิล์ด กองหน้าตัวเก่งของทีมเยาวชนก็ถูกสโมสรบอกเลิกสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการปิดฉากนักเตะชุดแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ที่ย้อนรอยชุดแชมป์ในปี 1996 ที่เหลือเพียงแค่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ กับไมเคิ่ล โอเว่น เท่านั้นที่สามารถแทรกตัวมาอยู่ชุดใหญ่อย่างถาวรได้
ตอนนี้เราคงได้แต่หวังว่า ทั้งสเปียริ่งและดาร์บี้ จะสามารถทำได้อย่างที่โอเว่นและคาร์ร่า ทำเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
แต่หากไม่แล้วหล่ะก็ นี่คงจะเป็นการล้างบางอะคาเดมี่ที่เจ็บแสบของราฟาอย่างไม่ต้องสงสัย
ใช่มั้ยครับ สตีฟ ไฮเวย์ …..
……………………………………………………………………………….
ป.ล.วันนี้วันแม่แห่งชาติ อย่าลืมรักแม่ให้มากๆนะครับ ^^

เดี๋ยวจะไปกินข้าวกับแม่ละครับ มาโพสซะหน่อย….
พูดถึงเคสของแฮมมิลล์ ก็น่าเสียดายที่ราฟาปล่อยไป อ่านคุณสมบัติที่บอกมาแล้ว มันน่าเอามาสอดแทรกเป็นตัวจริงมากเลย แต่ด้วยทัศนคติการทำทีมของราฟา ที่เน้นแทคติคซะมาก
มันทำให้บางทีดูบอลไม่สนุกเอาซะเลย อยากจะบอกว่า ผมติดตามดูการเล่นของทีมไม่ได้มากเท่าไร แต่ทุกครั้งที่ได้ดู มีน้อยมากที่ผมจะจ้องดูแบบไม่ลุกออกจากที่นั่ง มันต้องลุกไปหยิบนู่นกินนี่ บางทีก็ง่วงนอนไปนู่นเลย การทีมทำแบบราฟาทำให้แฟนหงส์รุ่นใหม่ๆอาจจะอคติกับทีมเราเหมือนตอนยุค บอริ่ง อาร์เซนอล ก็เป็นได้ แล้วมันก็อาจจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อๆไปอีก เช่น แฟนรุ่นใหม่น้อยลง ขายของได้น้อย นักเตะไม่อยากมา เป็นต้น เฮ้อ…พูดแล้วกลุ้มเหมือนกัน…
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตมานะ นักเตะดาวรุ่งของเรา เป็นที่สนใจของทีมระดับพรีเมียร์น้อยมากเลย
ที่เห็นก็อาจจะมีวอร์น๊อค กัธธี่ร์ ส่วนที่บอกว่าเทพๆ ไม่อยู่แชมป์เปี้ยนชิพ ก็ไปลีกวัน ลีกทูไปนู่น
มันทำให้ผมรู้สึกว่า ตกลงนักเตะของเรามันเก่งจริงๆรึเปล่าเนี่ยยยย หรือระบบอคาเดมี่ของเราต้องรื้อซะใหม่อย่างที่ราฟาต้องการกันแน่….
ปล. สุดท้ายผมทึ่งกับระบบอคาเดมี่ของปืนใหญ่จริงๆ เวนเกอร์ทำสิ่งที่เหลือเชื่อมากๆในวงการฟุตบอลยุคนี้ นับถือๆๆๆ..
นักแตะเก่งๆนี้สร้างกันยากจริงๆ
Thanks นะต้น เฮียฟื้นมาเจอคนอื่นเขียนเป็นครั้งแรกก็งงๆ …. นึกได้เออฝากต้นดูแลนี่หว่า 555
สำหรับท่านผู้อ่านครับ - kopper คือน้องใหม่ที่จะเข้ามาช่วยดูแลเนื้อหาในส่วนของ Academy บ้างเป็นครั้งคราว (คงไม่ถี่นักเพราะน้องมีภารกิจอื่นๆต้องทำ เช่น เีรียน และจีบสาว) ซึ่งถึงจะไม่คุ้นชื่อคุ้นหน้ากันมาก่อน แต่ความรอบรู้ในเรื่องของ Academy ของน้องต้น ยอดเยี่ยมครับ
อาจเป็นเพราะต้นเป็นคน “รักเด็ก” ก็เป็นได้? ฮ่าๆ
สำหรับเรื่องของแฮมมิลล์ ขอเพิ่มเติมนิดเดียวว่าการจากไปของเด็กคนนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ตกลงแล้วเด็กมันเก่งไม่พอ หรือว่าราฟา ไม่เคยเิปิดใจให้โอกาสเลย?
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าอย่างหลังนะครับ
เด็กคนแล้วคนเล่าที่ต้องจากทีมไปทั้งที่ไม่เคยได้รับโอกาสอย่างยุติธรรมมากพอ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความหมายที่สุด มากกว่าคำสรรเสริญเยินยอใดๆว่าเก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็ปิดประตูตายและไล่ให้ไปอยู่กับทีมอื่น
คิดตามตรรกะง่ายๆ ถ้านักเตะตัวท็อปของระดับเยาวชนที่นำทีมคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ซึ่งถือเป็นที่สุดของบอลระดับนี้ััยังไม่สามารถเอาดีได้ ราฟา จะไปหาเด็กที่เก่งกว่านี้มาจากไหน?
ถ้าเด็กมันเก่งจริงและดวงเฮงพอก็ยังพอกล้อมแกล้มไปได้ดีกับสโมสรอื่นๆได้ แต่ถ้าโชคร้ายก็มีเสียผู้เสียคนให้เห็นบ่อยไป
ปัญหานี้เคยเกิดกับ อา์ร์เซนอล ในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ อยู่ช่วงนึง ในช่วงที่มีการปล่อย แมตธิว อัพสัน และ เดวิด เบนท์ลี่ย์ ออกจากทีมทำเอาแฟนกันเนอร์สฉุนไม่น้อย เพราะทั้งสองคนนี้คือ Promising Youngster ของจริง แต่ เวนเกอร์ มองว่าพวกเขาไม่ดีพอ
แล้วยังไงครับ? อัพสัน กลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้งในตอนนี้ ขณะที่ เบนท์ลี่ย์ ไปเสียคนอยู่ที่สเปอร์สก็จริง แต่ผลงานในช่วงอยู่กับแบล็คเบิร์น ถือว่าระดับทายาทเบ็คแฮมเห็นๆ
ผมเสียดายที่ แฮมมิลล์, พอล แอนเดอร์สัน และ แจ็ค ฮอบบ์ส ไม่เคยได้รับโอกาสที่ “แฟร์” มากพอที่จะตัดสินพวกเขาได้ และยังโชคร้ายที่ต้องหล่นไปเล่นในทีมระดับรอง ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะถูกซื้อตัวขึ้นมาอยู่ในระดับพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง และเราก็คงจะค่อยๆลืมชื่อของเด็กพวกนี้ไป (แอบเสียดาย อาสทริท อาดาเรวิช ที่ถอดแบบ แพทริก แบร์เกอร์ ด้วย)
อย่างไรก็ดีด้วยกฏ Homegrown ของยูฟ่า ทำให้ ราฟา เริ่มหันมาเห็นความสำคัญกับการปั้นเด็กและหานักเตะอังกฤษ มาเสริมทีมมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการ “ปฏิวัติ” ใน Academy กับการดึง เคนนี่ ดัลกลิช มาสวมหัวโขนเป็น PR ให้สโมสร และมีการล้างบางสตาฟฟ์โค้ชหน้าเก่าๆที่อยู่กับทีมมานาน (เช่น เดฟ แชนนอน ที่ปั้นเด็กหงส์มาแล้วไม่รู้กี่รุ่น) และเติมสตาฟฟ์โค้ชหน้าใหม่ๆเข้ามาแทน (เช่น จอห์น แม็คมาน พี่ชายของ สตีฟ แม็คมาน)
การเปลี่ยนแปลงตรงนี้มันก็ทำให้เกิดความคาดหวังได้ครับว่าต่อไปมันน่าจะีดีขึ้นบ้าง
แต่ผมคิดว่าถ้าราฟา ยังใจแคบเหมือนเดิม คนอื่นทำอะไรดีแค่ไหนมันก็ไล์ฟบอย
โชคดีแฮมมิลล์…ถ้าเอ็งไปเกิดที่ เวสต์แฮม สเปอร์ส หรือแอสตัน วิลล่า ป่านนี้ค่าตัว 10 ล้านไปแล้ว……….
เพิ่มเติมนิด…อนึ่ง เด็กที่มีแววที่สุดตอนนี้ อาจจะเป็น มาร์ติน เคลลี่ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่หน่วยก้านดีและน่าจะเป็น นิว เจมี่ คาร์ราเกอร์ ได้อยู่
ผมเบื่อราฟาครับเหมือนกันครับ.. แต่ทำไงได้ - -”
แต่ก็เบื่อในบางเรื่องเท่านั้นแหละครับ
ผมก็รักเด็กนะ…555 เห็นด้วยกับเคลลี่ เหมือนกันครับ เพระวันที่ได้ดูตอนแข่งกับ ลิน ออสโล
แล้วได้ลงอีกเล็กน้อยตอนแอต มาดริด มีแววดีจริงๆ แต่แอบไม่เห็นด้วยอย่าง ผมว่า เคลลี่
ดูดีกว่าตอนคาราเกอร์ขึ้นมาใหม่ๆนะ…
ผมไม่แน่ใจตื้นลึกหนาบางเรื่องระหว่าง สตีฟ ไฮเวย์ กับ ราฟา คับ ใครรู้ช่วยไขให้รู้แจ้งหน่อยคับ
ที่โดนไล่ออกไป รวมทั้งนักเตะแชมป์ยูธคัพ 2006 ที่เป็นเด็กๆของไฮเวย์ จึงเป็นอคติสำหรับราฟารึเปล่า เพราะอย่างที่คุณ kopper พูดนั่นล่ะคับ ผมไม่เห็นว่าเอลซาร์ จะมีร่องรอยของการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ตรงไหน อาจจะแย่กว่าเพนแนนท์ด้วยซ้ำ ทั้งลักษณะทางร่างกาย ทักษะและทัศนคติในการเล่น ปัญหาอย่างนึงที่ผมและอาจจะมีบางคนขัดใจนะคับ คือเรื่อง อคติของราฟา คับ
ปัญหาระหว่างราฟากับสตีฟ ไฮเวย์ ไม่มีอะไรมากหรอกครับยังสู้สมัยไฮเวย์กับตาโปนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ราฟาแกค่อนข้างเป็นพวกอยากควบรวมทุกอย่างไว้กับตัวเอง เท่านั้นเอง
แกคิดว่าการทำแบบนี้จะเป้นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสร แกมองเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่การปั้นเด็กกับทีมชุดใหญ่มันคนละระบบกัน ส่งขึ้นมาชุดใหญ่ก็เล่นกันไม่ได้อีก อารมณ์นั้น
ไฮเวย์ในฐานะที่อยู่มานาน โดนล้วงลูกแบบนี้ โดนสั่งให้ปรับให้เปลี่ยน ก็คงทำใจลำบากที่จะทำงานต่อแล้วหล่ะครับ
ยิ่งช่วงหลังๆราฟาเอาเด็กตัวเองมาจากทั่วทวีปยุโรปมาบดบังที่ของเด็กท้องถิ่นที่ไฮเวย์ปั้นมาตั้งแต่เล็ก จนต้อง release นักเตะทิ้งต่อปีเยอะมากนั่นแหละครับ
ไฮเวย์เลยคิดว่า อะคาเดมี่ในตอนนี้คงไม่เหมาะกับตัวเองอีกแล้ว และเฟดตัวเองออกไปในที่สุด
ประเด็นเดฟ ชานนอน นี่ก็น่าสนใจนะครับ ว่าทำไมราฟาถึงกล้าที่จะปลดยอดนักปั้นอย่างเดฟออกจากทีมไปได้ … น่าเสียดายครับ
ใจเย็น ๆดีกว่ามั้ง ราฟาก็เป็นคนหนึ่งที่มีความเป็น loyality สูงเหมือนกัน ไม่งั้นไม่มีการดึงเด็กเก่าของสโมสรเข้ามาสู่ทีมหรอก ตอนนี้มีทั้ง แซมมี่ลี, เคนนี่ ดักลิช, ฮามันน์
ช่วยเป็นโค้ชดูเด็ก ๆ รวมทั้งราฟายังไปดึงโค้ชที่เคยปั้น messi ที่บาเซโลน่ามาอีกด้วย
ผมว่าราฟาก็เอาจริงพอสมควรกับเรื่องการปั้นเด็ก เพื่อใช้งานเองมากกว่าซื้อ
ผลผลิตยุคราฟาที่น่าจะผลิดอกออกผลอย่างเห็นได้ชัดก็คือ อินซัว ที่ตอนนี้ติดทีมชาติ อาเจนติน่าไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าทำทีมโดยไม่กดดันว่าต้องเชมป์ มันก็ไม่ยากหรอกที่จะ
ให้โอกาสเด็ก ๆได้เข้ามาสอดแทรกตัวจริง