เคสุเกะ ฮอนดะ ‘คุโบ โยชิฮารุแห่งเวนโล’
Mon, Aug 31, 2009
(แอบเอามาให้อ่านก่อนจะลงใน บางกอกทูเดย์ ครับ ^^”)

ถ้าเป็นแฟนทีม “หงส์แดง” จริง มากบ้างน้อยบ้างก็น่าจะได้ยินชื่อของกองกลางชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ เคสุเกะ ฮอนดะ กันมาบ้างนะครับ?
ผมเองได้รับคำถามมาเยอะทั้งจากในเว็บไซต์ส่วนตัว (www.Scouse.tv) และทั้งจากคนรู้จักที่ถามไถ่กันด้วยความฉงนสงสัยว่านักเตะคนนี้คือใคร ทำไมจู่ๆก็มาเป็นข่าวว่าลิเวอร์พูล สนใจได้
ก็ได้ไปหาข้อมูลมาบ้างครับ แล้วก็รอจังหวะจะเขียนถึงมาตั้งนานแต่ก็ลืมทุกที จนมาช่วงตลาดการซื้อขายปิดนี่แหละถึงจะนึกได้ว่าลืมเขียนถึง
ก็ขออนุญาตหยิบมาเขียนถึงเลยนะครับ เพราะเชื่อว่าอีกไม่นาน เคสุเกะ คนนี้จะกลายเป็นสตาร์ดังของวงการฟุตบอลฮอลแลนด์ และน่าจะย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่ๆได้ในอนาคตข้างหน้าเลยทีเดียว
สำหรับ เคสุเกะ ฮอนดะ คนนี้ปัจจุบันเป็นกัปตันทีม วีวีวี เวนโล (VVV Venlo) สโมสรน้องใหม่ในลีกพรีเมียร์ดัตช์ของฮอลแลนด์ หรือที่เรียกกันว่า เอเรดิวิซี่ ที่กำลังมาแรงไม่เบาครับ โดยเวลานี้ลงเล่นไปแล้ว 5 นัดและยิงไปแล้ว 5 ประตู
สไตล์การเล่นของเขาก็ยังเป็นสไตล์แบบขวัญใจมหาชนด้วย คือนักเตะในแบบ “หมายเลข 10″ ตัวจริงเสียงจริง ซึ่งเวลานี้ เคสุเกะ ก็ใส่หมายเลข 10 ของเวนโลจริงๆ และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมด้วย ทั้งที่เพิ่งจะอายุแค่ 22 ปี และย้ายมาอยู่กับทีมได้แค่ 2 ปีเท่านั้น
ถ้าจะบอกว่าไม่น่าสนใจเลยก็คงจะไม่ใช่ - จริงมั้ยครับ?
เท้าความกันนิดหน่อยว่า เคสุเกะ ฮอนดะ คนนี้เกิดที่ญี่ปุ่น (แน่สิ!) ที่เมือง เซตซึ (Settsu) ในจังหวัดโอซาก้า และก็เริ่มต้นเล่นฟุตบอลให้กับทีมเยาวชนของ เซตซึนี่แหละ ก่อนที่จะได้ย้ายไปอยู่กับยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลแดนปลาดิบอย่าง “เด็กสายฟ้า” กัมบะ โอซาก้า
แต่ เคสุเกะ กลับไม่ได้รับโอกาสให้ก้าวจากทีมเยาวชนของกัมบะ เพือไปสู่ทีมชุดใหญ่ ทำให้ในวัย 15 ปีเขาเลือกที่จะไปเรียนต่อจบจบที่โรงเรียน เซเรียว และกลายเป็นกำลังสำคัญของโรงเรียนในกาพาทีมเข้าไปถึงรายการฟุตบอลมัธยมในระดับชาติ โดยนำทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำรายการด้วย
ฟังๆดูเหมือนการ์ตูนฟุตบอลที่อ่านๆกันมั้ยครับ?
จากผลงานของ เคสุเกะ ในระดับมัธยมทำให้เขาได้รับเลือกจาก เจ ลีก ให้เป้นนักฟุตบอลที่น่าจะพัฒนาขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ และก็ได้เข้าร่วมทีมดังอีกทีมของเมืองไอจิ อย่าง “โลมามหาภัย” นาโกยา แกรมปัส เอต เมื่อศึกษาจบในระดับไฮสคูล
กับทีมนาโกยานี่เองที่ทำให้เขาโด่งดังแบบก้าวกระโดด โดยได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมและลงเล่นไปกว่า 100 นัดโดยยิงให้ทีม 11 ประตู และก้าวไปติดทีมชาติญี่ปุ่นชุดลุยโอลิมปิก
และก้าวที่สำคัญที่สุดก็คือการได้รับการติดตอทาบทามจาก วีวีวี เวนโล สโมสรฟุตบอลในลีกสูงสุดของฮอลแลนด์ ให้ย้ายไปร่วมทีมด้วยในช่วงเดือน ม.ค. 2008
ทั้งนี้แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในช่วงแรกจากสื่อมวลชนในฮอลแลนด์ แต่ผลงานอันโดดเด่นในเกมแรกที่ลงสนามก็ทำให้ เคสุเกะ กลายเป็นความหวังใหม่ของทีมไป
โชคร้ายครับที่เขาไม่สามารถจะรักษาฟอร์มการเล่นดังกล่าวได้ และทีมก็ต้องหล่นลงไปเล่นในระดับดิวิชั่น 2 ที่เรียกวา เอเออร์สเต้ ดิวิซี แทน
แต่ชีวิตของเคสุเกะ ไม่ได้ดับวูบแต่อย่างใดครับเพราะเขายังได้ติดทีมชาติญี่ปุ่น และลงเล่นนัดแรกในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในนัดที่เจอ บาห์เรน ก่อนที่จะติดทีมชาติชุดโอลิมปิก ไปเล่นที่ปักกิ่ง แม้โค้ช ทาเคชิ โอกาดะ จะยอมรับว่าลังเลที่จะเรียกตัวมาติดทีมก็ตามเนื่องจากไปเล่นในยุโรปและผลงานก็ไม่ได้โดดเด่นด้วย โดยลงเล่น 6 นัดยิงได้แค่ลูกเดียว (ในเวลานั้น)
อย่างไรก็ดี กองกลางซ้ายธรรมชาติคนนี้ก็ผ่านบททดสอบมหาหินของชีวิต และก้าวมาเป็นกำลังสำคัญให้กับ เวนโล ได้สำเร็จเมื่อนำทีมลงเล่นในระดับดิวิชั่น 2 และสร้างผลงานระบือลั่นด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาได้สำเร็จ โดยทำไปถึง 16 ประตูกับ 13 แอสซิสท์
ผลงานระดับนี้ทำให้ เคสุเกะ ได้กลายเป็นกัปตันทีมเวนโล และยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกไปครองด้วย
นั่นเป็นเหตุผลครับที่สโมสรใหญ่ๆในยุโรปส่งแมวมองมาติดตามดูฟอร์มของ เคสุเกะ โดยนอกจากลิเวอร์พูลแล้ว ก็มีทีมใหญ่ๆในฮอลแลนด์อย่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, ฟายนอร์ด รวมถึง โอลิมปิก ลียง ที่ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด
ที่เล็งอยู่ห่างๆก็มีอีกเยอะครับทั้ง อาแซด อัล์กมาร์, อายักซ์ อัมสเตอร์ดัม, โวล์ฟสบวร์ก, อันเดอร์เลตช์ และ กาลาตาซาราย
งานนี้แม้จะยังไม่ตัดสินใจแน่นอน แต่เชื่อขนมกินได้ว่า เคสุเกะ จะอยู่กับเวนโล ไม่นานแน่ๆ เพียงแต่สเต็ปต่อไปของเขาจะไปอยู่ที่ไหนแค่นั้นเอง
ส่วนในทีมชาติญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่า เคสุเกะ คือ “ทายาท” ที่เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดเสื้อหมายเลข 10 ของชุนสุเกะ นากามูระ จอมทัพทีมซามูไร แต่ก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนักเนื่องจากมีรุ่นพี่ขวางหน้าอยู่นั่นเอง
แต่เมื่อดูจากวัยแล้ว นากามูระ ในวัย 31 ปีน่าจะเปิดทางให้รุ่นน้องก้าวขึ้นมาแทนในเร็วๆนี้เช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือฝีเท้าของ เคสุเกะ นั้นมีความโดดเด่นกว่า นากามูระ หรือ “ฮิเดะ” ฮิเดโตชิ นากาตะ อดีตนักเตะรุ่นพี่ที่มาสร้างชื่อเสียงในการเล่นที่ยุโรป
หรืออาจรวมถึง ฮิโรชิ นานามิ อดีตหมายเลข 10 ของทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยมาแจ้งดับกับเรจจิน่า ด้วยก็ได้
เคสุเกะ มีสิ่งที่รุ่นพี่ไม่มีก็คือร่างกายที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง มีทั้งความเร็วและพลังกล้ามเนื้อที่มหัศจรรย์ และยังมีเท้าซ้ายที่ฉมังเดชอย่างมาก เรียกว่าไม่ใช่แค่ลูกตั้งเตะเท่านั้น แต่ยังสามารถลากบอลเข้าไปหาช่องยิงเองได้สบายๆไม่ว่าจะระยใกล้หรือไกล
อีกทั้งยังมีเซนส์ในการปั้นเกมสูงมาก เป็นนักเตะในแบบฉบับหมายเลข 10 ที่แท้จริง
ผมเชื่อโดยส่วนตัวนะครับว่าที่สุดแล้ว เคสุเกะ น่าจะได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นด้วยการไปอยู่ในทีมระดับท็อปของยุโรปจริงๆ ซึ่งก็จะถือเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ที่จะมีนักเตะในระดับท็อปตัวจริงเสียงจริงเพิ่มอีกคน
จากก้าวแรกของ “คาซู” คาซูโยชิ มิอุระ หัวหอกในตำนานที่ได้ไปเล่นกับเจนัว เพราะสัญญาสปอนเซอร์ของ Kenwood ไปถึง นากาตะ และปัจจุบันที่เชิดหน้าชูตาคือ นากามูระ
เคสุเกะ ฮอนดะ จะเป็นความภูมิใจคนใหม่ของชาวเมืองอาทิตย์อุทัย
ผมไม่เปรียบเขาเป็น “กัปตันซึบาสะ” แล้วกันนะครับ ใช้กันเกร่อแล้ว
ขอใช้ตัวละครอีกเรื่องที่สุดยอดไม่แพ้กันอย่าง คุโบ โยชิฮารุ จากเรื่อง Shoot มาเปรียบกับ เคสุเกะ แทนแล้วกันนะครับ
Tags: ย้ายทีม, ลิเวอร์พูล

หวังว่าจะมาเกิดกับ Liverpool นะครับ ค่าตัวน่าจะไม่แพงด้วยซื้อเท่าลูคัสก็ย่อมขายเชื่อสิ
เปรียบเทียบถูกต้องแล้วครับ …ซ้ายฟ้าประทาน
แต่ถ้ายึกๆ ยักๆ แล้วยังไม่ซื้อ พอนักเตะมีแววดี ค่าตัวก็เพิ่ม ทีมใหญ่ทีมอื่นให้สนใจ
หงส์คนยาก ก็คงจะ “แห้ว” ตามเคยครับ
ผมว่าน่าจะเป็นจิกซอตัวที่ดี เพราะว่า เป็นคู่หน้าตอเรสแทนเจิดได้ ตอนนี้เราขาดคู่หน้าที่มีความคิดทันกับตอเรส
ที่เอามาให้อ่านก็เห็นว่าหลายคนสนใจนะครับ แต่ไม่ได้แปลว่า ลิเวอร์พูล จะไปซื้อตัวมาจริงๆนะ ^^
สำหรับ เคสุเกะ ผมคิดว่าความเป็นไปได้จะอยู่ที่การก้าวไปเล่นกับทีมระดับบิ๊กของฮอลแลนด์ ไม่ว่าจะเป็น อายักซ์, ฟายนอร์ด หรือพีเอสวี เป็นสเต็ปต่อไปก่อน จากนั้นถ้ายังคงทำผลงานได้โดดเด่นเหมือนเวลานี้ก็มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่ทีมระดับกลาง หรือระดับท็อปในยุโรปต่อไป
โอกาสจะมาลิเวอร์พูล โดยส่วนตัวผมคิดว่าน้อยครับ การมีแมวมองไปดูฟอร์มไม่ได้แปลว่าเป็นคำสั่งของ ราฟา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นแมวมองก็ต้องส่องหาแข้งที่โดดเด่นอยู่แล้ว ซึ่งการที่เรื่องเงียบฉี่ขณะนี้ก็น่าจะแทนคำตอบได้ทุกอย่าง
อีกอย่างนึงคือ ลิเวอร์พูล คงจะไม่ทุ่มเงินหลัก 15 ล้านยูโรเพื่อนักเตะเอเชียแน่ครับ ผมมั่นใจ
!!!!!!!!!!!!! >>> พี่ ครับ **คุโบ ในเรื่อง เลี้ยงบอล หลบ ทั้งทีม แล้ว ทำประตู จบเกม คุโบ ตาย**นะครับ 5555555555555
ตอนคุโบตาย ผมร้องไห้ด้วยหล่ะ โห่ๆๆๆ
เอางี้ ขอเปลี่ยนเป็น ทากาสุงิ (ยิงประตูสู่ฝัน) แทนดีมั๊ยพี่ แกร่งดี แต่ไม่ได้ใส่เบอร์ 10
ถ้าเเมนยูคว้าเจ้าหมอนี้ไปเเมนยูคงจะได้เเชมป์เเน่นอน……..เทพโคตร