[สัมภาษณ์พิเศษ] คิงเคนนี่ : นี่คือรางวัลสำหรับทุกคน
Fri, May 13, 2011
ภายหลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสร ลิเวอร์พูล อีกครั้ง เคนนี่ ดัลกลิช ก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อทางเว็บไซต์ทางการของสโมสร Liverpoolfc.tv ทันที!

ขอแสดงความยินดีด้วยอย่างมากสำหรับการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมของเราอีกครั้ง คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเวลานี้?
ผมดีใจมากที่ได้รับโอกาสสำคัญครั้งนี้ ในตอนที่ผมกลับมาในเดือน ม.ค. เราไม่ได้มีการตกลงหรือสัญญิงสัญญาอะไรกันว่าเราจะคาดหวังอะไรได้จากการกลับมาครั้งนี้ ดังนั้นสำหรับผมแล้วนี่คือโอกาสทองที่ผมจะได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเองว่าผมยังทำอะไรได้อยู่ ซึ่งก็อย่างที่เราเคยพูดกันมาก่อนหน้านี้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นมันไม่เลยสำหรับคนดีๆอย่างรอย (ฮอดจ์สัน) แต่มันก็ไม่ใช่การตัดสินใจของผม พวกเขาถามผมว่าผมอยากจะกลับมาช่วยทีมหรือไม่ ซึ่งผมก็ไม่ได้ลังเลที่จะให้คำตอบทันที ซึ่งหลังจากที่ทำงานได้ดีพอสมควร พวกเขาก็ถามผมอีกครั้งว่าผมอยากจะตกลงกลับมาทำงานอย่างถาวรหรือไม่ ซึ่งสำหรับผมแล้วนี่คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับการทำงานที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันไม่ใช่สำหรับผมเท่านั้น แต่ยังเป็นรางวัลสำหรับสตีฟ (คลาร์ก ได้เซ็นสัญญา 3 ปีเท่ากับคิงเคนนี่), แซมมี่ (ลี ผู้ช่วยผู้จัดการทีมในนาม แต่งานหลักโดนโยกให้คลาร์กหมดแล้ว), ลูกทีม และสำหรับทุกคนที่อยู่บนอัฒจันทน์ รวมถึงคนที่ทำงานภายในสโมสรและตัวเจ้าของสโมสรเองด้วย
เราเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือกันในการทำงาน มันก็จะทำให้เราทำผลงานที่ดีได้ง่ายขึ้น และผมคิดว่านี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานของเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนกำลังช่วยกันทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยสิ่งที่เราได้รับตอบแทนกลับมาคือคะแนนจำนวนมาก (32 คะแนนจาก 14 นัด)
ผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาทำงาน ผมมีความสุขที่ได้นำรอยยิ้มกลับมาสู่ผู้คนของเราอีกครั้ง แต่ว่ามันไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว ทุกคนล้วนมีส่วนช่วยในการที่ทำให้เรากลับมาสู่จุดนี้ได้
จากผลงานในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มันได้เกินไปจากความคาดหวังของคุณหรือไม่ว่าคุณจะทำให้ทีมเดินหน้ามาได้ไกลขนาดนี้ในระยะเวลาที่สั้นแค่นี้?
ไม่นะ เพราะเราไม่เคยกำหนดความคาดหวังอะไรยกเว้นแค่อยากจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในการลงเล่นทุกนัด ผมไม่เคยกำหนดเป้าหมายอะไร แต่สิ่งที่เราต้องทำแน่นอนคือการพยายามทำให้ดีขึ้น และเราก็ทำได้สำเร็จ ตอนนี้เรายังไม่จบฤดูกาล ยังเหลืออีก 2 นัดที่ต้องเล่น โดยที่เราก็ยังใช้ปรัชญาการเล่นแบบเดิมๆ เรามีเกมในวันอาทิตย์ (กับสเปอร์ส ตัดสินอันดับ 5) ซึ่งเราต้องการจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
คุณเข้ามาคุมทีมในช่วงที่ทีมกำลังประสบปัญหาฟอร์มตกต่ำและอยู่ครึ่งล่างของตารางการแข่งในเดือน ม.ค. คุณทำอะไรทำไมทุกอย่างถึงได้พลิกผันเร็วขนาดนี้?
เรากลับมาเดินหน้าได้อีกครั้งเพราะทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งถ้าเราเป็นหนึ่งเดียวกัน และแน่นอนว่าเรื่องนอกสนามนั้น การแต่งตั้ง เอียน แอร์ (ผู้อำนวยการสโมสร) และดาเมียง โกมอลลี่ (ผู้อำนวยการสโมสรฝ่ายกีฬา มีหน้าที่ช่วยคัดเลือกผู้เล่น และจัดการงานนอกสนามอื่นๆ) นั้นทำให้เกิดความสงบภายในสโมสรและทำให้องค์กรเริ่มที่จะแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาทั้งคู่เป็นคนที่เก่งและมันก็ช่วยได้มาก เพราะการที่เราได้คนดีๆเข้ามาช่วยงานสโมสรมันช่วยได้มากเสมอ
ความสำเร็จในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมามันทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นบ้างหรือเปล่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่รออยู่ข้างหน้าของลิเวอร์พูล?
เราก็ไม่ได้อยากจะบอกว่าเราไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย แต่เราคงจะไม่ทำนายอะไรล่วงหน้าไปไกล รางวัลแห่งความสำเร็จที่เราได้รับก็มาจากสิ่งที่เราได้ทำนั่นเอง แต่เราก็ต้องทุ่มเทอย่างหนักกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าเรายังร่วมมือกันต่อไปเราก็จะยิ่งไปได้ไกลกว่านี้อีก แต่เราจะไปคิดเรื่องนั้นไม่ได้เพราะเรากำลังจบฤดูกาลได้อย่างสวยงาม ซึ่งนั่นจะเป็นการเตรียมตัวของเราสำหรับการสู้ศึกฤดูกาลหน้าด้วย เมื่อเกมในสนามจบลงเราจะได้รับอะไรกลับมาซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เราก็จะต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ซึ่งสำหรับพวกเราแล้วแนวคิดมันก็คล้ายกัน เราจะไม่หวั่นไหวหลงไปกับอะไรง่ายๆเพียงเพราะเราทำได้ดีในปีนี้ และเราก็จะไม่หลงระเริงด้วย เราจะทำในสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำมาตลอด นั่นคือการเคารพคู่แข่งของเรา ถ้ามีบางสิ่งที่จำเป็นต้องจัดการ เราก็จะจัดการเป็นการภายใน และทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้
ตอนนี้ฤดูกาลยังไม่จบลง แต่ได้มีการเตรียมแผนการสำหรับฤดูกาลหน้าเอาไว้แล้ว?
การทำงานเป็นไปตามตารางในเรื่องการเตรียมนำนักเตะกลับมาฝึกซ้อมอีกครั้ง สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปก็คือยังไม่มีคนที่จะเข้ามาจัดการบริหารเรื่องแผนการต่างๆ
คุณให้โอกาสแก่เด็กๆหลายคนได้เล่นอย่างต่อเนื่องในทีม อะไรที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุดจากผลงานของพวกเขา?
เด็กๆทำผลงานได้อย่างวิเศษมาก บางคนได้เข้ามาร่วมซ้อมและก็ไม่เคยทำตัวเองให้น่าผิดหวัง พวกเขาเป็นความภูมิใจของอคาเดมี่เสมอ นี่คือรางวัลตอบแทนสำหรับพวกเขาและเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับ โรดอลโฟ (บอร์เรลล์),เป๊ป (เซกูร่า), ทีมงาน และ แฟรงค์ (แม็คพาร์แลนด์ ทั้งหมดที่กล่าวเป็นทีมงานของอคาเดมี่และทีมเยาวชน)การได้เห็นเด็กๆลงสนามแจ้งเกิดทีละคนมันเป็นเรื่องที่สร้างความต่ืนเต้นและน่ายินดีอย่างมาก เราเองก็ดีใจแทนเด็กๆจากอคาเดมี่ด้วย ความจริงเราก็เสียดายที่ทีมไม่ได้ผ่านไปเล่นในเพลย์ออฟ แต่เราไม่ผ่านเข้ารอบก็เพราะมีแต่คนฉกเอาเด็กๆของเราไป เราดึงนักเตะ 2 คนมาอยู่ในทีมสำรองและทีมชาติอังกฤษ ก็มาเอาเด็กไปอีก 3 คน ซึ่งสำหรับคนที่เหลือแล้วถ้าเราจะไปเรียกร้องอะไรมันก็จะเป็นการมากเกินไป ซึ่งคอมมอนเซนส์ง่ายๆเราก็รู้อยู่แล้วว่าเด็กๆพวกนี้น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่เราก็เสียใจกับพวกเขาแค่เรื่องที่ไม่ได้เข้ารอบ ไม่ใช่เรื่องของสภาพร่างกาย หรือเรื่องของฟอร์มการเล่น
แฟนๆให้การสนับสนุนคุณมากจนน่าอัศจรรย์ คุณภูมิใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน?
ความจริงมันไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว เพราะแฟนๆของเราเป็นแบบนี้มานานนมหลายปีตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าผมจะเป็นคนของสโมสรแห่งนี้ หรือผมจะกลับมาในฐานะอื่น เช่น ผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์น หรือนิวคาสเซิล ผมได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนบอลเสมอ และผมก็ดีใจมากที่พวกเขากลับมายิ้มได้อีกครั้งเพราะถ้ามองย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ทีมทำผลงานไม่ดี เล่นไม่ได้ดังใจของแฟนๆทุกคนก็ผิดหวังมาก ซึ่งก็รวมถึงผู้เล่นและผู้จัดการทีมด้วย แฟนๆนั้นได้ความภาคภูมิใจกลับมาและมีรอยยิ้มบนใบหน้าอีกครั้ง ส่วนเด็กๆในสนามก็เล่นได้อย่างน่าดูชมในเวลานี้ แต่สำหรับผมแล้วผลงานทั้งหมดมันคือรางวัลตอบแทนสำหรับแฟนๆมากกว่าเฉพาะของผมเอง
คุณมีอะไรจากฝากถึงพวกเขาหรือเปล่า เวลานี้ทุกคนคงจะตื่นเต้นกับข่าวนี้อยู่แล้ว
ขอบคุณจากใจจริงสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา ดังจะเห็นได้จากรางวัลที่ทุกคนได้รับนั้นมันเกิดขึ้นได้เพราะเราเป็นหนึ่งเดียวกัน แฟนๆทุกคนพยายามหนุนหลังผู้เล่นและผู้เล่นเองก็พยายามที่จะตอบแทนน้ำใจเหล่านั้น และมันก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีของัท้งสองฝ่าย นอกจากนี้เรายังมีเจ้าของสโมสรที่พร้อมจะให้การสนับสนุนเต็มที่เพื่อผลักดันให้สโมสรก้าวไปข้างหน้า และผมก็คิดว่าเรามีอนาคตที่สวยงามรออยู่ในวันข้างหน้า
เรามีเด็กๆจากทีมเยาวชนที่มีแววดีมากๆอีกหลายคน แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ไม่ควรจะหลงระเริงไปไกล หลายคนอาจจะทำนายอะไรไปล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นในปีหน้า แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือการที่เราได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และความพยายามที่จะทำผลงานให้ดีในปีหน้า ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นก็ค่อยวากัน
และมันคงจะเป็นสัปดาห์สุดยอดแน่ๆถ้าเราเอาชนะเกมในวันอาทิตย์และสามารถคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลหน้าได้….
ถ้าชนะได้ก็คงเป็นเรื่องที่ดี ผมคิดว่า ถึงเราจะไม่บอกว่าเราจะไม่ชนะในเกมนี้ ถ้านักเตะของเราไม่ได้รับการยกย่องจากผลงานที่พวกเขาได้ทำมาจนถึงเวลานี้ ซึ่งไม่ว่าผลการแข่งขันในอีก 2 นัดข้างหน้าจะจบลงเช่นไร ผมคิดว่าการไม่ยกย่องพวกเขามันคือเรื่องที่ผิด เพราะพวกเขาได้พยายามอย่างหนักในการทำผลงานอย่างสุดวิเศษ และทำได้ดีเกินกว่าความคาดหมายของใครหลายคนด้วย ดังนั้นพวกเขาสมควรได้รับการยกย่องอย่างที่สุด ส่วน 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาลนั้น เราจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อจะคว้าผลการแข่งขันที่เราปรารถนาให้ได้
Tags: คิงเคนนี่, ลิเวอร์พูล, เคนนี่ ดัลกลิช

One Response to “[สัมภาษณ์พิเศษ] คิงเคนนี่ : นี่คือรางวัลสำหรับทุกคน”