A A
RSS

5 สิ่งที่ราฟาต้องทำเพื่อคืนชีวิตหงส์แดง

Sat, Dec 12, 2009

Melwood

1. ซื้อกองหน้าใหม่ในเดือน ม.ค.

เป้าหมายสูงสุดของ ราฟา ในการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้คงจะเป็นการซื้อกองหน้าเข้ามาเสริมทีมอีกอย่างน้อย 1 คนในช่วงตลาดการซื้อขายเดือน ม.ค.

ดาวิด เอ็นโก ไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เลวร้ายแต่ว่ายังเด็กเกินไป กระดูกยังไม่แข็งพอ และไม่ใช่ตัวตายตัวแทนที่เหมาะสมสำหรับยามที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส ได้รับบาดเจ็บ

เพราะเวลาที่ ตอร์เรส เจ็บไปนั้นทีมจะได้รับผลกระทบอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายที่หายไปกว่าค่อน และที่โชคร้ายกว่านั้นคือ “เอล นินโญ่” ดันเจ็บเป็นนิจอีกด้วย

ข่าวลือในเวลานี้มีมากมายไม่ว่าจะเป็น รุด ฟาน นิสเตลรอย หรือ โรมัน พาฟลูเชนโก้ ที่มีข่าวว่าจะส่งไรอัน บาเบิล ไปแลกก็ตาม ซึ่งยามนี้จะเป็นสองคนนี้ก็ได้ หรือกองหน้าแบบมืออาชีพคนไหนก็ได้ที่เก่งกว่า เอ็นโก และ อังเดร โวโรนิน

เท่านั้นแหละพอแล้ว!

2. เติมความเร็วเข้าไปในทีมบ้าง

สิ่งที่เห็นได้ชัดในช่วงหลังผลงานเดือน “ตุลาทมิฬ” ก็คือปัญหาเรื่อง “ความเร็ว” ในการเล่นของลิเวอร์พูล ที่ลดลงไปมากอย่างน่าใจหาย การผ่านบอลในทีมช้าและขาดตัวจี๊ดที่จะสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับแนวรับของคู่แข่ง

เมื่อเล่นกันช้าขนาดนี้ก็เป็นเรื่องง่ายที่คู่แข่งจะตั้งหลักรับได้อย่างสบายใจเฉิบ โดยเฉพาะหากเป็น เดิร์ค เคาท์ ยืนหัวหอกแล้วแทบจะผิวปากเล่นได้เลยด้วยซ้ำไป

โอเค - ราฟา ไม่มีเงินมากพอจะไปซื้อปีกจรวดมาจากไหนอีก แต่ในมือของราฟา นอกจาก ยอสซี่ เบนายูน และ ไรอัน บาเบิล ก็ยังมีดาวรุ่งอย่าง นาบิล เอล ซาร์, ดาเนี่ยล ปาเชโก้ และตัวอคาเดมี่อย่าง เดวิด อามู และ นาธาน เอคเคิลสตัน รอโอกาสอยู่ โดยเฉพาะ ปาเชโก้ ที่แฟนๆคาดหวังกันมากและได้เห็นกันในเกมกับ ฟิออเรนติน่า แล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาหากได้รับโอกาสต่อเนื่องก็น่าจะเป็น “สีสัน” ที่ดีสำหรับทีมได้

ติดที่ราฟา ชอบคิดว่าเด็กๆพวกนี้ดีไม่พอสำหรับทีมชุดใหญ่โดยที่ลืมคิดไปว่าทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าเด็กมันดีพอหรือไม่ก็คือการให้มันลงสนามซะ!

3. ขันเชนาะเกมรับใหม่

ว่ากันว่ารากฐานสำคัญของระบบการเล่นของราฟา ไม่ได้อยู่ที่คู่แข้งทองเทวดาอย่าง เจอร์ราร์ด-ตอร์เรส แต่มันอยู่ที่แนวรับที่แข็งแกร่ง พร้อมชนกับทุกทีมโดยไม่หวาดหวั่น

แต่เมื่อแนวรับที่เคยแข็งแกร่งเป็นกำแพงสีแดงดันผุพังเสื่อมสลายเร็วเกินทำใจ ลิเวอร์พูล ก็กลายสภาพเป็นทีมที่ “เสียเซลฟ์” และพร้อมจะโดนส่องตาข่ายเมื่อได้ก็ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เสียประตูในช่วงท้ายเกมจนเจ๊งบ๊งตกรอบเพราะโดน ลียง ยิงถึง 2 นัดซ้อน และยังมาโดน ฟิออเรนติน่า ยิงย้ำแค้นให้ช้ำใจเล่นในนัดส่งท้ายอีก

ปัญหานั้นหลักๆอยู่ที่ฟอร์มดิ่งเหวของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ และมาร์ติน สเคอร์เทล รวมกับการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งฟูลแบ็กที่เสีย อัลบาโร่ อาร์เบลัว ซึ่งเป็นแบ็กที่มีความสมดุลสูงมาเป็น เกล็น จอห์นสัน แบ็กโคตรลุยและเปลี่ยนจาก ฟาบิโอ ออเรลิโอ มาเป็นเอมิเลียโน่ อินซัว ซึ่งเน้นรุกเหมือนกัน ทำให้แบ็กโฟร์ที่เคยมั่นคงเสียความสมดุล

ไม่นับการเสีย ชาบี้ อลอนโซ่ ตัวคุมจังหวะเกมที่มีประโยชน์ทำให้ทีมได้ครองบอลมากกว่าคู่แข่ง และยังเป็นตัวกันชนชั้นดีให้แนวรับด้วย ซึ่ง ลูคัส ทำหน้าที่ตรงนี้แทนไม่ได้ ทำให้แนวรับต้องเผชิญสถานการณ์กดดันและเสียเปรียบยามคู่แข่งโต้กลับมามากขึ้น

นี่ยังไม่รวมเรื่องปัญหาการเสียประตูจากลูกเซ็ตเพลย์ที่มีเรื่อยๆจนมีคำถามถึงการตั้งรับแบบคุมโซนว่าเหมาะสมหรือไม่

เหล่านี้ ราฟา ต้องสางปัญหาแก้ไขกันให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะหากฐานรากไม่มั่นคงทีมจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร


4. ลูคัส-มาสเชราโน่ เลือกซักคน!

นอกเหนือจากประเด็นในเกมรับแล้วจุดที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือเกมแดนกลางที่เสียเอกภาพไปหลังการย้ายทีมของ ชาบี้ อลอนโซ่ ที่ทิ้งรูโหว่แผลใหญ่เบ้อเริ่มเอาไว้

เพราะสิ่งที่อลอนโซ่ เคยเป็นสำหรับลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่กองกลางที่จ่ายบอลขวางสนามไปมา แต่ยังรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ การผ่านบอลระยะสั้น-ยาว การจ่ายบอลช้า-เร็ว รวมถึงการยิงไกลที่เด็ดขาดไว้ใจได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีในตัวของ ลูคัส และฮาเวียร์ มาสเชราโน่

ราฟา เลือกที่จะให้โอกาส ลูคัส ได้พิสูจน์ตัวเองเต็มที่ในฤดูกาลนี้ถึงขั้นย่อมเสี่ยงซื้อ อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ ทั้งที่รู้ว่าต้องพักการเล่นอีก 2-3 เดือน เพราะเชื่อว่ามิดฟิลด์แซมบ้าจะเป็นคำตอบให้ได้ ซึ่งในที่สุดก็เห็นกันอยู่ว่า ลูคัส ไม่ใช่คำตอบสำหรับการเป็นกองกลางตัวคุมเกม

เอล บอส แก้ปัญหาใหม่ด้วยการถอย มาสเชราโน่ ลงมาต่ำมากขึ้นและให้บทคนคุมเกมแดนกลางแทนทั้งจ่ายบอลสั้น-ยาว และเติมไปยิงไกลบ้าง ซึ่งแม้ “เอล เจเฟ่” จะพอทำได้แต่มันเทียบไม่ได้กับ อลอนโซ่ อีกทั้งการเล่นแบบนี้ยังทำให้ มาสเชราโน่ เสียเซลฟ์อีกด้วย เพราะไม่ได้เล่นในสไตล์แท้ๆของตัวเองคือการเป็นตัวตัดเกมจอมโหดที่จะไล่บี้คู่แข่ง เข้าเสียบก่อนเพื่อน ดังจะเห็นว่าหลังๆ มาสช์ เล่นได้ “ติ๋ม” ลงไปมาก จนกลายเป็นว่าดูไม่มีความสุขและอยากย้ายทีม

งานนี้ ราฟา จึงควรจะต้องเลือกใครซักคนลงสนามแทนในฐานะมิดฟิลด์ตัวตัดเกม แล้วส่งอาควิลานี่ หรือถอยเจอร์ราร์ด ลงมาคุมเกมก็ได้ เพื่อที่แดนกลางของทีมจะได้มีสมดุลมากกว่านี้

5. อาควิลานี่ ต้องเริ่มลงต่อเนื่องได้แล้ว

FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-FIORENTINA

หลังจากรอมา 4 เดือนถึงจะได้ลงตัวจริง ตอนนี้ก็น่าจะได้ฤกษ์ที่ “เจ้าชายน้อย” จะตอบแทนการรอคอยของแฟนบอลด้วยกรลงสนามต่อเนื่องได้แล้ว

ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าอาควิลานี่ ไม่ได้เล่นมานานกว่า 7 เดือน (นับตั้งแต่เจ็บข้อเท้ากับโรม่า และผ่าตัดในเดือน พ.ค.) ซึ่งการเรื้อสนามไปนานขนาดนั้นก็ต้องใช้เวลาในการเคาะสนิมพอสมควร

ดังนั้น ราฟา จะมาทำเหนียมกลัวเจ็บซ้ำไม่ได้!

ในเกมกับ ฟิออเรนติน่า แม้จะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ตลอดเวลาที่ลงสนามกว่า 70 นาที อาควิลานี่ ก็แสดงให้เห็นถึงทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่ดี มีการสัมผัสบอลที่ดี และมีการเติมเกมไปข้างหน้ามากกว่าใครในทีม ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นตัว “ขับ” ให้ทีมขยับไปข้างหน้าได้ดีพอสมควร

อาควิลานี่ ต้องเจองานลำบากที่รออยู่ข้างหน้าอีกมากเพราะไหนจะเคาะสนิมตัวเอง ป้องกันไม่ให้บาดเจ็บซ้ำ และยังต้องปรับตัวกับสไตล์ของพรีเมียร์ลีกด้วย แต่ว่าไหนๆก็อุตส่าห์อดทนรอมาได้ตั้งหลายเดือน ให้เวลากับอาควิลานี่ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กันดูบ้าง

ตรงนี้ไม่ได้บอกแค่ราฟา แต่บอกถึงแฟนบอลด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากปรับตัวได้เมื่อไหร่ เจ้าชายน้อยจากอิตาลีคนนี้ก็น่าจะค่อยๆทำให้แฟนๆเลิกคิดถึงอลอนโซ่ได้เสียที

Tags: , , , , , , ,

7 Responses to “5 สิ่งที่ราฟาต้องทำเพื่อคืนชีวิตหงส์แดง”

  1. getkop says:

    นอกจากข้อแรกแล้ว ข้ออื่นไม่แน่ใจในความคิดของราฟาเลย

    ข้อสอง เรื่องความเร็วในเกมส์เหมือนราฟาจะรู้ เพราะหลายนัดครึ่งหลังจะเล่นกันเร็วขึ้น
    เสียแต่ขาดความแน่นอน และสะดุดขาตัวเอง หรือส่งพลาดง่ายๆ กระทั่งเข้าตาจนเองเสมอ

    ข้อสามเกมส์รับที่เป็นปัญหา ราฟาก็คงจะเห็นและพยายามซื้อตัวรับมาเพิ่มแต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะการขาดผู้นำในเกมส์รับ คาราเกอร์เสียความนิ่งและความมั่นใจไป แบ็คสองข้างเติมเกมส์รุก แต่ไม่ได้ประตูเพราะกองหน้ายิงไม่ได้

    ้ข้อสี่ กองกลางราฟากล้าๆ กลัวๆ เอาแต่สลับลูคัสกับมาสก์ไปมา แต่ไม่ยอมสลับเอาเจอร์ราดลงต่ำสักที ลุ้นให้ดันลูคัสไปเล่นหน้าำต่ำไปเลย ถ้าจะเล่นแบบกองหน้าตัวเดียว หรือใช้เบนายูนไปเล่นแทนลูคัสไปเลย แต่ก็ไม่มีสักนัดเลยที่ผ่านมา ที่ราฟาจะลองแบบนี้
    แม้แต่นัดที่ไม่มีความหมายอะไรแล้ว

    ้ข้อห้า ถ้าราฟาทำให้ทีมสมดุลมากกว่านี้ อาควิลานีจะลงเมื่อไหร่ก็คงไม่สำคัญ

    สิ่งสุดท้ายที่อยากให้ราฟาทำ คือ เลิกคิดมาก ปล่อยให้นักเตะเล่นตามที่ตัวเองถนัดและสนุกับเกมส์ อย่าทำให้แฟนบอล เริ่มสงสัยในความสามารถของตัวราฟาเอง

    ปล.ดูแมนยูแพ้วิลลาจบพอดี แต่ถ้าพรุ่งนี้หงส์ไม่ชนะปืนก็ไม่มีความหมาย

  2. toppingdreamy says:

    เลือกแล้วนิ เลือกลูึีคัส

  3. muteno says:

    ชอบครับ ตรงประเด็นทุกข้อเลย

  4. pizza_peach says:

    เรื่องลูคัสนี่ ยากครับ

  5. muteno says:

    ปัญหาใหญ่คือ ระบบที่ราฟาเชื่อมั่นหนักหนา่(4-2-3-1) มันไม่เวิร์คอย่างที่คิด(จะเวิร์คเมื่อมีตอร์เรสเท่านั้น) แล้วราฟาก็ยังไม่ยอมปรับทีม, ลองเปลี่ยนระบบ หรือให้โอกาสคนอื่นได้ลงบ้าง(ลูคัสลงตลอด) ทำให้ทีมไม่มีความยืดหยุ่นเลย

    ถ้าราฟาลดอีโก้ หรือพูดให้ดูดีคือ ความเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป เมื่อนั้นเราคงแชมป์

  6. getkop says:

    ิเิริ่มไม่เชื่อมั่นในตัวราฟาแล้วเหมือนกันครับ แม้จะยังเชียร์และอยากให้กลับมาได้
    แต่ไม่แน่ใจว่าราฟาจะเปลี่ยนความคิดได้หรือเปล่า ว่าทำอย่างเดิมมันไม่ได้ผลแล้ว

    นัดคืนนี้ ถ้าเล่นในบ้านกับทีมเล็กแล้วยังไม่ชนะอีก ก็ไม่รู้จะว่ายังงัยแล้ว

  7. muteno says:

    ผมเองตอนนี้ก็ยังอยากให้กำลังใจราฟา ทำงานต่อไป แต่คงต้องเชียร์แบบแมทต่อแมต
    แต่ถ้าจบฤดูกาลแล้ว ไม่ติดท๊อปโฟร์(เหมือนที่คุยไว้) และตกรอบทุกถ้วย

    ราฟาคงต้องให้โอกาสคนอื่นบ้างแล้วครับ

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out