Alan Hansen’s Preview: Arsenal vs. Liverpool
Wed, Feb 10, 2010

อาร์เซนอล แพ้ต่อคู่แข่งในการลุ้นแชมป์อย่าง เชลซี มาในสุดสัปดาห์ทำให้มันกลายเป็นช่วงสองสัปดาห์ที่น่าเศร้าสำหรับพวกเขา ทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ชนะเลยใน 4 นัดหลังสุดในทุกรายการนับตั้งแต่พวกเขาตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของ สโต๊ค, เสมอกับ วิลล่า และแพ้ต่อสองคู่แข่งในการลุ้นแชมป์ ซึ่งคู่แข่งทีมต่อไปของพวกเขาก็คือ ลิเวอร์พูล ทีมที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่เข้าฝักและจะเป็นคู่แข่งที่แพ้ได้ยากแม้ต้องไปเยือนที่เอมิเรตส์
ตอนนี้ความหวังในการลุ้นแชมป์ของ กันเนอร์ส ยังคงเสมอตัวอยู่แต่การแพ้ต่อ ลิเวอร๋์พูล อีกนัดก็อาจจะหมายถึงการที่พวกเขาจะหมดลุ้นไปเลยเพราะตอนนี้พวกเขาก็ตามหลัง เชลซี อยู่แล้วถึง 9 แต้ม อย่างไรก็ดีทั้ง เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างก็เจอกับเกมกลางสัปดาห์ที่ยาก ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ขยับแต้มไล่ไปอีกครั้ง ซึ่ง อาร์เซนอล ก็ชนะลิเวอร์พูล มาได้ 2 นัดแล้วในฤดูกาลนี้ทั้งเกมลีก และเกม คาร์ลิ่ง คัพ ดังนั้นมันน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขา และอาร์เซนอล ก็ไม่เคยแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล มากว่า 8 นัดหลังสุดในการพบกันในลีก (ชนะ 4) และมีสถิติที่ดีมากยามเล่นในบ้านแล้วต้องรับมือกับทีมของ ราฟา เบนิเตซ
มันเป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้วสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่จะชนะในเกมเยือนที่อาร์เซนอล (แพ้ 5 เสมอ 4) แม้ว่าพวกเขาจะกลับมาได้ด้วยผลเสมอใน 2 นัดหลังสุด ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ทั้งสองนัด ซึ่งมันก็ชวนให้คาดว่าผลการแข่งน่าจะยังออกไปในแนวทางเดิมอยู่ในสัปดาห์นี้ เพราะลิเวอร์พูล เองก็พร้อมที่จะตีกรอบนักเตะพรสวรรค์กันเนอร์สเอาไว้เหมือนที่ เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ คือขุนพลที่อยู่ในครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะเกมเยือนกับอาร์เซนอล (สมัยนั้นยังเล่นในไฮบิวรี่) ในเดือน ก.พ. 2000 เป็นช่วงที่วง Oasis เพิ่งจะไต่ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตยูเค กับเพลง “Go Let it Out” ซึ่งเราไม่รู้ว่าทีมชุดนี้จะทำแบบนั้นได้อีกหรือเปล่า เพราะพวกเขาเองก็ยิงไม่ได้ในการเล่นเกมเยือนหลายนัดหลัง
ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้เล่นได้ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาทำได้ แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเขี้ยวในการเก็บเกี่ยวผลการแข่งขัน ตอนนี้พวกเขาเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม รอเฉือนเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 1 หรือ 2 ประตู ซึ่งแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วที่ทีมของ ราฟา เบนิเตซ เล่นกับคู่แข่งอย่างคึกคะนองและยิงประตูได้ถล่มทลาย โดยปกติแล้ว ราฟา จะทำให้ทีมแพ้ยากเอาไว้ก่อน แต่ลิเวอร์พูล ดันไม่เป็นแบบนั้นในช่วงต้นฤดูกาล
ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครมา 7 นัดหลังสุดในลีก (ชนะ 5) และเสียแค่ประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะแซงหน้าทีมอย่าง ท็อตแน่ม, แอสตัน วิลล่า และ แมนฯ ซิตี้ ได้แล้ว ทีมของ ราฟา ยังสามารถตั้งเป้าหมายไปที่อาร์เซนอล ได้ด้วยเพราะทั้งสองทีมจะห่างกันแค่ 2 แต้มเท่านั้นถ้าพวกเขาเก็บชัยชนะได้ในเกมที่ เอมิเรตส์ ซึ่งมันจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการที่จะได้เจอกับ อาร์เซนอล ที่เริ่มเสียความมั่นใจในเวลานี้และเป็นอีกครั้งที่พวกเขาเผยให้เห็นจุดอ่อนเมื่อเจอกับคู่แข่งของจริง ลิเวอร์พูล ก็แสดงความดุดัน ความทุ่มเท และความต้องการที่จะชนะให้เห็นในหลายสปดาห์หลัง มันจึงเหมือนว่าพวกเขากลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ขณะที่ กันเนอร์ส เริ่มหลุดฟอร์ม
ก็เหมือนกับการที่ เชลซี และ แมนฯยูไนเต็ด เจอกับอาร์เซนอล ลิเวอร์พูล เองก็จะแพ็กเกมแดนกลางเอาไว้ให้แน่นหนาก่อนและทำให้พวกเขาต้องไปเน้นการโยนยาวแทน ซึ่งมันจะกลายเป็น “ขนม” สำหรับแนวรับของลิเวอร์พูล ที่ตั้งเป้าจะจัดการกับพวกนักเตะพรสวรรค์ของอาร์เซนอล ในทุกจังหวะการเล่น ซึ่งผมคิดว่า อาร์แซน น่าจะใช้ นิคลาส เบนทด์เนอร์ ยืนเป็นตัวหลักมากกว่า อาร์ชาวิน ที่แม้จะมีโอกาสในเกมกับ เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่พ่อมดน้อยรัสเซีย ยังไม่ดีพอที่จะรับบทยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า อย่างน้อยที่สุด เบนดท์เนอร์ ก็จะเติมความแข็งแกร่งเข้าไปในแนวรุกของอาร์เซนอล ซึ่งจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้ ลิเวอร์พูล สกัดบอลออกมาได้ง่ายนัก แนวรับของลิเวอร์พูล ย่อมไม่อยากเจอกับ อาร์ชาวิน เพราะเขายิงไป 5 ประตูจากจังหวะการยิงแค่ 6 ครั้งในการเจอกับ ลิเวอร์พูล
เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่สูสีอย่างมาก แม้ว่า อาร์เซนอล จะดูเล่นฟุตบอลได้ดีกว่า แต่ว่า ลิเวอร์ เล่นเกมรับได้ดีกว่า ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าเกมมันน่าจะจบลงด้วยการเสมอกันมากที่สุด
Tags: อลัน แฮนเซ่น

เกมส์นี้ผมก็ว่าเสมอ ขอแค่อย่าโดนก่อนละกัน แต่อาชาวินเป็นตัวอันตรายที่สุดสำหรับหงส์ในความคิดผมนะ