Breaking news - คาร์ร่า : ผมพร้อมไปจากแอนฟิลด์
Sun, Feb 21, 2010
ก่อนเกมกับ แมนฯ ซิตี้ มีข่าวที่หลายคนเห็นหัวข้อแล้วก็คงจะไม่ค่อยสบายใจนักที่ได้เห็นนักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็น Soul ของสโมสรอย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ ออกมาพูดเป็น “นัย” ว่าพร้อมที่จะย้ายออกจากแอนฟิลด์ทันทีที่เริ่มรู้สึกไม่แฮปปี้ โดยเฉพาะหากจะต้องทนอยู่ในบทบาทของนักเตะคนหนึ่งในทีม ไม่ใช่เสาหลักของทีมอย่างที่ผ่านมา
แน่นอนครับ หลายคนสงสัยว่าทำไม Mr.Liverpool อย่าง คาร์ร่า ถึงออกมาพูดอะไรแบบนี้?
ก่อนอื่นผมต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คาร์ร่า นั้นให้สัมภาษณ์ต่อทาง News of the World หนังสือพิมพ์ในเครือ The Sun (เป็นฉบับวันอาทิตย์) โดยคนที่ให้สัมภาษณ์ก็คงหนีไม่พ้น Chris Bascombe อดีตนักข่าวของ ลิเวอร่์พูล เอคโค่ ที่มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ซึ่ง Bascombe ก็ทำให้ News of the World
ตามธรรมชาติของหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ เขาจะขายข่าวที่เป็น “สีสัน” เป็นหลัก
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับที่พาดหัวข่าวและเนื้อหานั้นได้เป็นไปในทำนองที่น่าตื่นเต้นตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว ทุกอย่างถูกกำหนดมาโดยแนวทางของการสัมภาษณ์ คำถามต่างๆ มันมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหา “คำตอบ” ที่ตัวผู้สัมภาษณ์ต้องการ
เรื่องนี้ผมรู้เพราะผมเองก็เป็น “คนข่าว”คนนึงเหมือนกัน แนวทางการถาม การ “ตะล่อม” ให้เข้าประเด็นที่สนใจ เป็นเรื่องธรรมดาครับ
เช่นกัน - ในบทสัมภาษณ์ของ คาร์ร่า ซึ่งผมยังไม่ได้อ่านฉบับเต็มเพราะไม่มีเวลามากพอ (ตอนนี้งานยุ่งจริงๆครับ อัพเดตช้า ห่างหาย นี่ต้องขอโทษและขอความเข้าใจอย่างแรง) ผมเดาได้ถึงแนวคำถามที่ผู้สัมภาษณ์ได้ “ตีเส้น”เอาไว้
สำหรับนักเตะวัยที่กำลังล่วงเข้าสู่ช่วงไม้ใกล้ฝั่งอย่างคาร์ร่า นักเตะที่ถูกโจมตีอย่างหนักว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ ลิเวอร์พูล หมดหวังอย่างรวดเร็วในฤดูกาลนี้เพราะฟอร์มตกต่ำทำให้เกมรับของทีมที่เคยแข็งแกร่งเสียศูนย์ นักเตะที่ถูก “ตีค่า”ไว้แต่ไหนแต่ไรว่าเป็นแค่กองหลังธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษโดดเด่นเลยแม้แต่อย่างเดียว
และนักเตะตัวหลักเพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้รับการต่อสัญญา และไม่มีวี่แววของการเจรจาสัญญาฉบับใหม่คนนี้
มันไม่มีคำถามอะไรที่ดีไปกว่าการเจาะลึกในเรื่องของ “อนาคต”
โดยเฉพาะอนาคตที่อาจจะไม่ได้อยู่กับ ลิเวอร์พูล
ดังนั้นทำความเข้าใจกันไว้ก่อนนะครับว่า ข่าวที่ออกมานั้นไม่ได้แปลว่า คาร์ร่า อัดอั้นตันใจอยากจะระบายออกว่าเขาไม่มีความสุขกับทีมหรืออะไรแบบนั้น
เพียงแต่เมื่อมีคนถามมาแบบนี้ เขาก็ “แฟร์” พอที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างซื่อตรงเช่นกัน
เรื่องต่อไปที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือ คาร์ร่า เป็นคนที่ค่อนข้างจะ “ตรงไปตรงมา” มาก เรียกว่าเป็นอุปนิสัยพื้นฐานของเขาเลย คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น คิดจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้น และทุกอย่างที่คิดที่ทำนั้นไม่เคยเป็นการตัดสินใจที่ผลีผลาม ด่วนสรุป ใจร้อน
ตรงกันข้ามนี่เป็นคนที่คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ และทำอะไรรอบคอบมากที่สุดคนหนึ่ง
ดังนั้นเมื่อคาร์ร่า แสดงความเห็นอะไรออกมา เชื่อได้ครับว่ามันออกมาจากใจของเขาจริงๆ เพราะนี่เป็นลักษณะพิเศษของ Scouser ที่แสนซื่อคนนี้
ย้อนหลังกลับไปในอดีต คาร์ร่า เคยประกาศอำลาทีมชาติอังกฤษ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยมาก่อน โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่คิดว่าเขาจะทนอยู่กับการเป็นตัวสำรองต่อจาก จอห์น เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไปได้ตลอด ซึ่งแม้ว่าจะมีความพยายามเกลี้ยกล่อมกันหลายครั้งตั้งแต่ยุคของ สตีฟ แม็คคลาเรน จนถึง ฟาบิโอ คาเปลโล่ - คาร์ร่า ก็ไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
ตรงกันข้ามเขายืนยันหนักแน่นที่ในจุดยืนของตัวเอง และจุดยืนนั้นก็ชัดเจนมาก
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ผมพอจะมองออกว่านักเตะคนนี้นอกจากจะ “เถรตรง” สุดๆแล้ว ก็ยังเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานผสมกับความทระนงในตัวเองในระดับที่สูงมาก
เรียกว่าถึงจะดูทื่อๆ ซื่อๆ แต่ลึกๆแล้วเป็นคนไม่ยอมใครเด็ดขาด และด้วยคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ คาร์ร่า เป็นคาร์ร่า อย่างที่เรารักกันในทุกวันนี้
ถ้าเขาเป็นคนใจไม่สู้ ป่านนี้ก็คงเตลิดไปอยู่กับทีมเล็กๆและถูกลืมไปนานแล้วเหมือนอดีตนักเตะลิเวอร์พูล อีกหลายๆคนที่เคยมีแววดีกว่าเขาเสียอีก แต่ทุกวันนี้แทบไม่มีใครรู้ว่านักเตะอย่าง เดวิด ธอมป์สัน หรือ จอห์น เวลช์ ไปอยู่ที่ไหนแล้ว?
สำหรับ “คำตอบ”ของ คาร์ร่า ที่ตอบ Bascombe ว่าเขาพร้อมที่จะอำลาแอนฟิลด์ โดยเฉพาะหากต้องตกอยู่ในสถานะของ Squad Player หรือพูดง่ายๆคือ “ตัวประกอบ” ในทีม ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
ตรงกันข้าม - ผมคิดว่ามันเป็นความคิดความอ่านที่ “ซื่อตรง” มากๆของคาร์ร่า
ซื่อตรงต่อทั้งกับสโมสรที่เขารัก ซื่อตรงต่อหน้าที่การงานของตัวเอง และซื่อตรงต่อจิตใจของตัวเองด้วย
อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นครับว่า คาร์ร่า เป็นคนเดียวที่ยังไม่มีข่าวของการต่อสัญญาออกมา ซึ่งเป็นเพราะ ราฟา ต้องการรอดูก่อนว่าในวัย 32 ปี คาร์ร่า จะยืนระยะไปได้นานแค่ไหน อีกทั้งยังต้องการดูว่าสายเลือดใหม่อย่าง แอกเกอร์และ สเคอร์เทล จะทดแทนไหวหรือไม่
เจ้าตัวเองก็รู้และเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ก็เคยออกมาพูดทำนองนี้ไปทีแล้วว่า เขาไม่ใช่ “คนโง่” ที่จะตะบี้ตะบัน ตะบักตะบวยแหกปากโวยวายว่าตัวเองเป็นตำนานสโมสรยังไงก็ต้องได้ลงเล่นตัวจริง ตรงกันข้าม คาร์ร่า ยอมรับสภาพการแข่งขัน และพร้อมจะสู้เพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองอย่างถึงที่สุด
ดังนั้นถ้าได้เห็น คาร์ร่า ลงสนามนั้นขอให้คิดเสียว่ามันเกิดขึ้นเพราะ “ฝีเท้า” ของเขาจริงๆ ไม่ใช่ “บารมี”
เมื่อตัวเองเคยออกมาพูดแบบนั้น ก็แปลว่าเขาคิดถึงการแยกทางกับสโมสรไว้ล่วงหน้าแล้ว และดูจากทิศทางความเป็นไปได้ บางทีเราก็อาจจะไม่ได้เห็น คาร์ร่า อยู่ในแอนฟิลด์ไปจนถึงวาระสุดท้ายของอาชีพนักเตะอย่างที่คาดหวังกัน
ตรงนี้ต้อง “เผื่อใจ” กันไว้นะครับ
อย่างไรก็ดีมันไมไ่ด้แปลว่า คาร์ร่า จะต้องไปจากทีมเสมอไป เพราะอะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไป และจากกรณีของ กิ๊กส์ ที่ยังยืนระยะอยู่เป็นเสาหลักในทีมแมนฯ ยูไนเต็ดได้ โดยที่ไม่ได้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปมากนัก มีเพียงจำนวนเกมที่ลดลง ก็เป็นไปได้ที่ คาร์ร่า จะเข้าข่ายกรณีเดียวกัน เพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะ “หมดสภาพ” ไปแล้ว
ตรงข้าม คาร์ร่า เล่นได้ดีขึ้นกว่าช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลมาก ซึ่งก็ตรงกับที่ผมเคยคาดเอาไว้ว่านักเตะแบบนี้จะปรับตัวดีขึ้นแน่นอนเมื่อเวลาผ่านไป เพราะช่วงที่มีปัญหาคือช่วงต้นฤดูกาลนั้น มันมีทั้งปัจจัยเรื่องสังขารร่วงโรยที่ทำให้ “จังหวะ” ในการเล่นไม่เป๊ะเหมือนเดิม ไหนจะเจอแบ็กจอมลุยอย่าง GJ เติมจนทิ้งพื้นที่ว่างไว้เพียบจนอุดไม่อยู่ และความมั่นใจของทีมที่ตกต่ำ
ก่อนหน้าคาร์ร่า ฮูเปีย เองก็เคยถูกมองว่าหมดสภาพเหมือนกัน แต่ที่สุดแล้วก็ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมได้เสมอ ซึ่งคาร์ร่า ก็ทำได้ตามที่ผมคิดไว้ครับ
ดังนั้น โดยสรุปแล้วคาร์ร่า ก็น่าจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อไปจนกระทั่งหมดสัญญาเป็นอย่างน้อย (ผมไม่แน่ใจเหลือกี่เดือน น่าจะถึงสิ้นปี 2011) ซึ่งเวลานั้นในวัย 33 ปี สภาพร่างกาย ความมั่นใจ และสถานการณ์ในทีมก็คงเปลี่ยนไปจากนี้แน่นอน
ถึงตรงนั้นค่อยมาว่ากันอีกที
แต่ผมเชื่ออย่างนึงครับว่า ถ้า คาร์ร่า จะตัดสินใจไปจากแอนฟิลด์จริงๆ ด้วยเหตุผลในเรื่องของความกระหายที่จะหาความท้าทายใหม่ๆให้กับชีวิตตัวเอง ไม่อยากจมปลักรับสภาพตัวสำรอง
ทุกคนเข้าใจ และจะมีเสียงปรบมือดังกึกก้องในวันสุดท้ายที่เขาจะอำลาทีมแน่นอน
และเสียงปรบมือจะกึกก้องทุกครั้งที่เขากลับมา - ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ และในสถานะไหนก็ตาม
ป.ล. พรุ่งนี้ถ้าทำงานเสร็จเร็ว ผมจะถอดความบทสัมภาษณ์ของ คาร์ร่า มาให้อ่านกันเต็มๆนะครับ
Tags: ลิเวอร์พูล, เจมี่ คาร์ราเกอร์


พี่คาร์ร่าจะไม่ย้ายไปไหนและจะแขวนสตั๊ดที่ลิเวอร์พูลเท่านั้นครับ
อย่าย้ายเลย อยู่ลุ้นกันก่อนซี้…
David Thompson จำได้ครั้งสุดท้ายที่เห็นคงเป็นชุดของโคเวนทรี -*-
ส่วนจอห์น เวลซ์ น่าจะยังมีสัญญาอยู่กับฮัลล์ นะครับ
ป.ล. ไม่ได้มาตอบเรื่อง คาร่า 55
อยู่ต่อเถอะครับ เพราะยังงัยคุณก็มีโลโก้ ลิเวอร์พูลเปะอยู่บนหัวแล้วล่ะครับ