A A
RSS

Archive | friday & a KOPpuccino

friday and a KOPpuccino : At the Beginning

Saturday, August 7, 2010

4 Comments

จะเริ่มต้นอย่างไรดีนะครับ?
ใช่ - มันเป็นปัญหาเดิมๆเหมือนทุกครั้งครับที่พอผมจะกลับมาเขียน friday and a KOPpuccino ก็มักจะเกิดอาการ (ตื้น) ตันที่จะได้กลับมาเขียนอะไรแบบนี้อีกครั้ง
ทั้งๆที่ความจริงแล้วงานเขียนเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด และเรื่องราวของ ลิเวอร์พูล ก็เป็นเรื่องที่ผมถนัดและช่ำชองที่สุด ถึงจะไม่ใช่ระดับแฟนพันธุ์แท้ แต่ในเชิงการข่าว การวิเคราะห์ เรื่องในรั้วแอนฟิลด์ผมคิดว่าไม่ได้ถึงเป็นรองมือกระบี่ที่ไหนมากนัก
แต่อย่างว่าครับ บางทีรู้มากไปก็สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
เกิดอาการธาตุไฟแตกทางการเขียนเสียอย่างนั้น : )
ไม่เป็นไรครับ โดยปกติในการเขียนแต่ละครั้ง ผมจะกำหนด “คำสำคัญ”​(พูดแบบเท่ๆว่า Keyword) เอาไว้เพื่อใช้กำหนด “ทิศทาง” ของบทความในการเขียนครั้งนั้นๆ (เป็นเคล็ดไม่ลับ น้องๆคนไหนอยากหัดเขียนก็เอาไปลองปรับใช้นะครับ)
คำสำคัญที่ผมตั้งใจเอาไว้สำหรับวันนี้ คือคำว่า “จุดเริ่มต้น”
ดังนั้นวันนี้ผมจะเขียนไปเรื่อยๆนะครับ โดยจะอิงจากคำสำคัญที่กำหนดไว้เป็น “ดาวเหนือ” เพื่อไม่ให้เขียนหลงประเด็น เป็น “ดาวหาง”​พุ่งไปไหนไม่รู้
ไปครับ - ไปสู่ “จุดเริ่มต้น” ด้วยกัน
เอ่อ…เพื่อความเข้ากันดี ขออนุญาตแนะนำให้ฟังเพลง At the Beginning ประกอบไปด้วยนะครับ [...]

[WC2010 Special] Day 31 : Uno Momento!

Tuesday, July 13, 2010

3 Comments

ณ ขณะนี้คนสเปน หลายล้านคนไม่ว่าจะอยู่ ณ ดินแดนใดก็คงมีความสุขและนอนหลับฝันดีกันอยู่แน่ๆ
จะไม่ให้ฝันดีได้เช่นไร ในเมื่อมันเป็นฝัน และเป็นวันที่พวกเขารอคอยมานานแสนนาน
ดาวและเดือนบนฟ้าอาจจะคว้าให้ไม่ได้ แต่ขุนพล “ลา โรฆา” ก็คว้าดาวหนึ่งดวงมาประดับอยู่บนตราสัญลักษณ์ของทีมชาติมาฝากทุกคนบนชาติได้
มันคือดวงดาวแห่งความภาคภูมิใจของชาวเอสปันญ่า มันคือดวงดาราแห่งความสุขสมหวัง
หลายคนยิ้มกว้าง หัวเราะร่า บางคนน้ำตารินด้วยความปีติ
มันคือช่วงเวลาหนึ่งแห่งความทรงจำ และจะเป็นลำนำขับขานไปอีกนาน
สเปน คือแชมป์โลกทีมที่ 8 บนผืนพิภพนี้ - อย่างคู่ควร

ภาพปริศนา? :)

Monday, July 12, 2010

4 Comments

อาจบ่งบอกได้เป็นนัยว่า “หัวใจ” ตอร์เรส สีอะไร?

[WC2010 Special] Day 29+30 : Tiki-Taka มรดกเงาแห่ง Total Football

Sunday, July 11, 2010

3 Comments

1.
ในศาสตร์ของฟุตบอล หนึ่งใน “วิชา” ที่ได้รับการยกย่องว่าอยู่ในขั้นสูงสุดคือวิชาที่เรียกว่า “ฟุตบอลสัมบูรณ์”​หรือ “โททัลฟุตบอล”​(Total Football)” ซึ่งมีเฉพาะเพียงแค่ทีมชาติฮอลแลนด์ เท่านั้นที่ถือเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ
คำนิยามของโททัลฟุตบอล นั้นหาคำมาบรรยายอย่างถูกต้องที่สุดได้ยาก
ที่พอจะอธิบายให้เข้าใจในศาสตร์ลูกหนังชั้นสูงนี้ได้ที่สุดก็คือการที่นักฟุตบอล 10 คนที่ลงเล่นในสนาม ยกเว้นเพียงผู้รักษาประตู จะต้องสามารถเล่นทดแทนตำแหน่งของเพื่อนได้ตลอดเวลา โดยที่ทุกคนจะไม่มีตำแหน่งประจำ
ไม่มีระบบ แต่มีระเบียบ ไม่มีตำแหน่ง แต่มีความเข้าใจ
แบร์รี่ ฮุสโชฟฟ์ อดีตกองหลังในยุคของ “ท่านนายพล” ไรนุส มิเชลส์ ปราชญ์ลูกหนังชาวดัตช์ เล่าย้อนความหลังถึงความหลังที่น่าจดจำว่า “มันเป็นเรื่องของการที่เราจะวิ่งไปตำแหน่งไหน เราจะหยุดยืนตำแหน่งไหน และเวลาไหนที่เราจะไม่เคลื่อนไหว”
“มันคือเรื่องของการสร้างพื้นที่ การเข้าสู่พื้นที่ และการจัดการพื้นที่ ไม่ต่างจากการเป็นสถาปณิกในสนาม”

[WC2010 Special] Day 28: พอล ‘เทพหมึกพยากรณ์’

Friday, July 9, 2010

2 Comments

ในบรรดาหมู่อาหารยอดนิยมแล้ว ผมเชื่อว่าน่าจะเกือบทุกคนที่โปรดปราน “หมึก”​กันเป็นพิเศษ
น่าเสียดายที่ผมไม่ชอบทานครับ
ไม่ใช่กลัวจะอ้วนหรือไร (เพราะอ้วนไปแล้ว) แต่เหตุผลก็คือผมเป็นคนแปลกๆในเรื่องของการเลือกอาหาร อันไหนชอบก็คือชอบ อันไหนไม่ชอบก็คือไม่กิน โดยที่บางทีบางครั้งก็ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่น ผมไม่ชอบไข่ขาว ดังนั้นถ้าเป็นเมนูไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียว ไข่คน ไข่ตุ๋น ก็จะไม่แตะเลยแม้แต่น้อย จะทานก็เฉพาะไข่ต้ม ไข่ดาว และไข่เค็ม โดยจะเลือกเฉพาะไข่แดงเท่านั้น หรือถ้าสั่งเมนูบางอย่างที่ต้องใส่ไข่ผสม เช่น ผัดไท ผัดซีอิ๊ว ถ้าเลือกได้ก็จะบอกไม่ใส่ไข่
อาจยกเว้นข้าวผัดเท่านั้นที่หยวนๆกินได้ แต่ถ้าเห็นไข่เป็นก้อนๆก็จะเขี่ยทิ้ง (ซึ่งฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้ใช่ไหมครับ ฮ่าๆ)
ปลาหมึกก็เช่นกันครับ ผมจำไม่ได้ว่าทำไมถึงเลิกกิน ทั้งๆที่ตอนเด็กๆผมชอบกินไข่ปลาหมึกเสียบไม้ปิ้งมาก ซึ่งราคาสมัยนั้นก็แพงมาก เท่าที่จำได้น่าจะเป็นส่วนที่แพงที่สุดของปลาหมึกด้วยซ้ำไป เรียกว่าผมขอไม้เดียวก็น่าจะเท่ากับพี่ชายสั่งหมึกปิ้งมากิน 3-4 ไม้แล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่กินปลาหมึกเลยนะครับ จะปฏิเสธก็เฉพาะปลาหมึกที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ เป็นตัวๆเท่านั้น เพราะถ้าเป็นปลาหมึกบด ปลาหมึกปิ้ง ปลาหมึกสควิดดี้ ปลาหมึกเต่าทอง (ใส่น้ำปลาหน่อย) อันนี้ชอบเลย
ความหอม หวาน มัน และ “หนึบ”​น่าจะเป็นเสน่ห์ของปลาหมึก บวกกับการนำไปประกอบอาหารได้ง่าย [...]

[WC2010 Special] Day 27 : Vamos Espana!

Thursday, July 8, 2010

1 Comment

ย้อนหลังกลับไปเมื่อสองปีก่อน ผมเป็นหนึ่งในผู้คนหลายหมื่นที่อยู่ในสนาม แอร์นสท์ ฮัปเปิล สตาดิโอน สนามที่ตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่ปรมาจารย์ลูกหนังของชาวออสเตรีย เพื่อเฝ้าชมเกมนัดสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
วันนั้น สเปน ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดรายการ ได้พบกับเยอรมนี ที่ผ่านเข้ารอบมาแบบถือว่าเซอร์ไพรซ์ เพราะด้วยศักยภาพทีม ขุมกำลัง และปัจจัยต่างๆนั้นทีมด็อยชต์ลันด์ ไม่ได้ดีพร้อมเหมือนคู่แข่ง
เราทราบกันนะครับว่าบทสรุปสุดท้ายชัยชนะเป็นของทีม “ลา โรฆา” ที่คว้าโทรฟี่ อองรี เดอ โลเนย์ ไปครองได้สำเร็จ โดยที่พูดได้เต็มปากว่า “คู่ควร”
เฟร์นานโด ตอร์เรส คือฮีโร่ในวันนั้นเพราะทีมเหลือความหวังเดียวในแดนหน้าเนื่องจาก ดาวิด บีญ่า ที่นำเป็นดาวซัลโวก่อนเกมดังกล่าวเพราะมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งความจริงในทัวร์นาเมนต์นั้น “เอล นินโญ่”​ก็ระเบิดฟอร์มถล่มประตูไม่ค่อยออกเหมือนกัน
หนืดและฝืด แต่ก็ยังดูน่าเกรงขามอยู่
กองเชียร์ที่เดินทางมาไกลจากสเปน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน
วันนั้นไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม อยู่ ณ หนใดก็ยังได้ยิน “อัปปาเลโอ่ โอ้เล” หรือ “วีว้า วีวา เอสปันญ่า” ดังขึ้นตลอดเวลา

[WC2010 Special] Day 26 : เคาท์ ครอยฟ์ และความฝันสีส้ม

Wednesday, July 7, 2010

2 Comments

1.
ทุกคนมีความฝัน
ผมเองก็มีความฝัน คุณเองก็มีความฝัน เราทุกคนล้วนมีความฝัน ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมมีทั้งที่คล้ายและที่ต่าง
บางฝันเล็ก บางฝันกลาง บางฝันใหญ่
มากบ้างน้อยบ้างก็ย่อมมีคนที่ทำได้สมดังฝัน
ผมเองฝันไว้ตลอดว่าจะมีสักวันที่จะได้เป็นคอลัมนิสต์ที่ถูกส่งไปประจำการที่อังกฤษ เพื่อได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้ท่องเที่ยวไปยังสนามฟุตบอลต่างๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง ได้ตระเวณไปตามแดนดินต่างๆเพื่อบันทึกเรื่องราวกลับมาฝากผู้อ่านให้ได้จินตนาการตามตัวอักษรของเรา
ฝันของผมยังไม่เป็นจริงครับ - ในความจริงก็ไม่เชิง เพราะอย่างน้อยที่สุดผมก็ยังได้เขียนคอลัมน์ให้คุณๆอ่านมาโดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จากคิกออฟ สู่สปอร์ตอินเตอร์ และอีกหลายๆที่โดยที่คุณอาจไม่รู้ เพราะเราอาจจะไม่เคยรู้จักกันทางทะเลอักษร
3 ปีก่อนผมได้โอกาสไปเฝ้าติดตามทีมรักที่เดินทางมาทัวร์ที่ฮ่องกง และเมื่อ 2 ปีที่แล้วผมมีประสบการณ์ในการไปตะลุยฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในยูโร 2008
ถ้าเปรียบเหมือนน้ำในแก้ว แม้มันจะยังไม่เต็มเปี่ยม แต่อย่างน้อยที่สุดก็มีปริมาณเกินครึ่งแก้วแล้ว
ผมยังรอวันที่จะได้เติมมันให้เต็มครับ เพื่อที่จะได้ตามหาความฝันอื่นๆที่ยังหลบมุมอยู่

[WC2010 Special] Day 24+25 : ทีม ‘ที่รัก’

Tuesday, July 6, 2010

0 Comments

ได้มีเวลาพักสมองให้เบาๆกัน 2 วัน สดชื่นขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ?
ผมเองก็ดีใจครับที่ได้มีเวลาให้สมอง ร่างกาย และจิตใจได้คลายความอ่อนล้าลงไปบ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเขียนคอลัมน์ประจำทุกวันมันเป็นงานที่หนักและกินพลังงานสูง
ไม่ได้แค่พลังร่างกาย แต่ยังมีพลังความคิด และพลังจิตใจที่ต้องใช้รวมกันทั้งหมด
กัดฟันเขียนได้ผ่านมาจนถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ทางตรงที่ 2 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกจะ “สปรินต์” ใส่เกียร์สุนัขกันเพื่อเข้าเส้นชัย ก็รู้สึกดีใจแล้วครับ
ดีบ้างไม่ดีบ้าง ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็ว่ากันไป ใครอ่านแล้วชอบผมก็ดีใจครับ แต่ถ้าอ่านวันไหนแล้วขัดใจตรงนี้ก็ต้องขออภัยด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผิดหวังหรือไรครับ เพราะชีวิตนักเขียนก็ไม่ต่างอะไรจากนักฟุตบอล
มันมีวันที่ฟอร์มดี ฟอร์มตก และวันอับโชคบ้างเป็นธรรมดา ^^”

[WC2010 Special] Day 23 : Fearless

Tuesday, July 6, 2010

0 Comments

1.
สำหรับ ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า จะเป็นเยอรมนีตะวันตก หรือเยอรมนี ก็นับเป็นคู่แข่งแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริง
ทีมที่ต้องเคยเผชิญหน้ากันมาในนัดชิงชนะเลิศถึง 2 ครั้ง 2 ครา
จะมีอะไรน้อยไปกว่านั้นได้อีก
จากภาพคืนวันแห่งความเรืองโรจน์ มาราโดน่า หักปีกอินทรีเหล็กได้ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ถึงภาพแห่งความเจ็บปวดกับการพ่ายในนัดชิงชนะเลิศในอีก 4 ปีถัดมาที่กรุงโรม
วานนี้คือวันที่ มาราโดน่า จะได้หวนกลับมาพบคู่ปรับทีมนี้อีกครั้ง

[WC2010 Special] Day 22 : เทพีแห่งโชค และ ‘ดรีมไฟนัลที่หายไป’

Saturday, July 3, 2010

0 Comments

สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก คือเหตุการณ์ที่พลิกผัน มีความขัดแย้ง และทำให้เกิดความรู้สึกที่รุนแรง สร้างได้ทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา
มันคือความ Dramatic ที่ยากจะหาคำอะไรมาบรรยาย
ไม่มีใครจะรู้ดีว่าลึกที่สุดของหัวใจ หลุยส์​ซัวเรซ กำลังคิดอะไรอยู่หลังการตัดสินใช้มือปัดบอลลูกนั้นเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ทีมต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เช่นกันกับความรู้สึกของ กียาน อซาโมอาห์ ว่ามันบิดเบี้ยวและซับซ้อนแค่ไหนเมื่อโอกาสที่จะเป็นวีรบุรุษของชาติได้หลุดลอยออกในจังหวะที่ลูกฟุตบอลพุ่งไปชนคาน
ความรู้สึกของผู้คนหลายหมื่นคนที่อยู่ในสนามจะเป็นเช่นไร
นี่คือเสน่ห์ล้ำลึกของฟุตบอล เกมกีฬาที่สามารถกุมหัวใจของโลกทั้งใบเอาไว้ และสร้างนิทานเรื่องแล้วเรื่องเล่าขึ้นมามากมาย
เสียใจกับกานา ด้วยจริงๆครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันอยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเหล่าขุนพลในสนามอย่างแท้้จริง
มันเป็นเรื่องของใครบางคนที่อยู่บนฟ้า และเลือกที่จะมอบรอยยิ้มแห่งโชคชะตาให้กับขุนพลอุรุกวาโย่มากกว่า

Latest Flickr photos

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out