… ไม่ใช่ Scouse แต่เป็น Scout หรือ “แมวมอง” ครับ 55
โดยมีรายงานสั้นๆแต่น่าสนใจว่าลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อลัน ฮาร์เปอร์ (อดีตนักเตะทอฟฟี่) แมวมองจากโบลตัน เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานที่จะคอยสอดส่องดูฟอร์มของนักเตะใน GB และ UK เป็นหลัก เพราะลิเวอร์พูล มีเครือข่ายแมวมองที่ดีมากแล้วในระดับภูมิภาคยุโรปและอื่นๆ
จริงๆโดยส่วนตัวผมว่าแมวมองในระดับประเทศของลิเวอร์พูล ก็ไม่ขี้เหร่หรอกครับ เด็กได้มาแต่ละคนดีๆทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็ปั้นไม่ได้ ใช้ไม่ทัน ไม่สนับสนุนอีกต่างหาก ก็เลยตายเรียบเป็นแพ (พอล แอนเดอร์สัน,แจ็ค ฮอบบ์ส ฯลฯ) ไม่นับสายเลือดภายในของทีมอีกไม่ได้เกิดสักคน ยังดีที่ยุคนี้พอจะมีที่มีทางให้หน่อย
ลองสังเกต เจย์ สเปียริง เล่นเมื่อคืนสิ ด้อยกว่าเทพลูคัสตรงไหน?
หลังสัปดาห์แห่งความวุ่นวายจบลง (ชั่วคราว - อย่างน้อยก็จนกว่าสองปลิงจะหาแผนฟ้องเรียกค่าเสียหายได้) ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับทุกคนครับ
จอห์น เฮนรี่ เจ้าของสโมสรใหม่หมาดๆก็ถือโอกาสในช่วงเวลา “ข้าวใหม่ปลามัน” ขอเยี่ยมชมสนามแอนฟิลด์ให้เห็นกับตาตัวเองเป็นครั้งแรกว่ามัน “พระเจ้าจอร์จ” (จิลเล็ตต์) ขนาดไหน
งานเข้าครับสำหรับ ดาเนี่ยล แอกเกอร์ เมื่อป๋ารอย เริ่มไม่พอใจหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับอาการบาดเจ็บล่าสุดที่เกิดจากเกมทีมชาติเดนมาร์ก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ มาหมาดๆ
ล่าสุดก่อนนอน “ปลิงนรก” (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร) ได้ถอนคำร้องต่อศาลเท็กซัส ในการเรียกค่าเสียหายจากลิเวอร์พูล 1 พันล้านปอนด์แล้วครับ
แต่ก็มีออกมาแย้บๆว่า “ถ้าศาลได้รู้ความจริงทั้งหมด ก็จะเข้าใจอีกด้านทันที”
อย่างไรก็ดีสำหรับเรื่องนี้ จอห์น เฮนรี่ ตอบคำถามนักข่าวที่ยิงคำถามในระหว่างการแถลงข่าวครั้งแรกด้วย “เสียงหัวเราะ” อิ๊ๆๆ
มัวแต่สนใจเรื่องข่าวเทคโอเวอร์ เกือบลืมข่าว “คาร์ร่า” ไปแล้ว ^^”
เอาแบบสั้นๆก็คือต่อสัญญาแล้วนะครับ โดยต่ออีก 2 ปีตามที่เคยมีข่าวก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าคาร์ร่า น่าจะได้อยู่กับเราไปจนเลิกเล่นเลยทีเดียว
นับเป็นข่าวดีอีกข่าวในวันดีๆวันนี้ครับ : )
ตามรายงานล่าสุด NESV ได้เป็นเจ้าของใหม่อย่างเป็นทางการแล้วครับ หลังมีการ “โหวตลับ” กันเมื่อคืนนี้ โดยรายละเอียดทั้งหมดจะนำมาอัพเดตให้ทราบอีกทีครับ
สั้นๆนะครับสำหรับอาการบาดเจ็บของผู้เล่น
ตอร์เรส = โอเค ซ้อมได้ปกติ ลงเล่นเกมเมอร์ซี่ย์ดาร์บี้ได้แน่
คอนเชสกี้ = โอเคด้วย
คอยต์ = ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์หรืออาจจะเร็วกว่านั้น (เพราะคอยต์ เป็นมนุษย์พันธุ์เดียวกับ Hulk 555)
ประมาณนี้ครับ : )
ออกมาแล้วนะครับสำหรับคำพิพากษาของศาลในเรื่องคดีการฟ้องร้องกันระหว่างฝ่ายของ RBS ซึ่งเกี่ยวเนื่องในฐานะเจ้าหนี้ของลิเวอร์พูล และเป็นผู้แต่งตั้งบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน 3 คน กับทางฝ่ายของเจ้าของสโมสรอย่าง ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ โดยมีการตัดสินให้ฝ่ายของเจ้าของสโมสรเป็นฝ่ายแพ้
เหตุผลนั้นเนื่องจากฝ่ายของ ฮิคส์ และจิลเล็ตต์ ได้กระทำการละเมิดต่อข้อตกลงที่ได้กระทำร่วมกันไว้ในขณะที่ทำการรีไฟแนนซ์หรือการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เมื่อเดือน เม.ย. ในเรื่องอำนาจของการตัดสินใจแต่งตั้งหรือปลดบอร์ดบริหาร ว่าจะเป็นอำนาจตรงของ มาร์ติน บราฟตัน ประธานสโมสร (ซึ่งเป็นคนของ RBS ที่ส่งมา) ผู้เดียวเท่านั้น ทำให้การสั่งปลด คริสเตียน เพิร์สโลว และเอียน แอร์ ออกจากตำแหน่งเป็น “โมฆะ” รวมถึงกาแต่งตั้ง มาร์ค ฮิคส์ บุตรชายและมือขวาขึ้นเป็นบอร์ดแทนก็เป็นโมฆะด้วยเช่นกัน
จากคำตัดสินดังกล่าวทำให้บอร์ดบริหารชุดเดิมซึ่งประกอบไปด้วย บราฟตัน, เพิร์สโลว และ แอร์ สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ และหน้าที่ที่พวกเขากำลังจะทำต่อไปคือเรื่องการพิจารณาข้อเสนอในการเทคโอเวอร์ ที่จะมีการพิจารณากันทันทีในเย็นวันนี้ตามเวลาที่อังกฤษ หรือดึกๆของบ้านเราครับ
เท่าที่ตรวจสอบรู้สึกว่าเมื่อศาลตัดสินในเรื่องนี้น่าจะทำให้บอร์ดสามารถที่จะพิจารณาข้อเสนอได้เลย โดยข้อเสนอแรกจาก NESV ยังเป็นตัวเลือกแรกอยู่ ส่วนข้อเสนอจากทางด้าน ปีเตอร์ ลิม ยังเป็นข้อเสนอรองลงไปครับ เนื่องจากในชั้นต้นน่าจะมีการตกลงและเซ็นสัญญากันไปในระดับหนึ่งแล้ว อย่างน้อยที่สุดน่าจะมี MOU [...]
ปีเตอร์ ลิม นักธุรกิจชั้นนำที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคนหนึ่งของสิงคโปร์คือชื่อของนักธุรกิจที่ “เชื่อว่า” เป็นผู้นำของกลุ่มธุรกิจจากเอเชียที่เข้ามาขอเทคโอเวอร์อีกราย
มีการเปิดเผยจากลิเวอร์พูล เอคโค่ ครับว่าพรุ่งนี้ที่มีการประโคมข่าวว่าศาลจะมีคำพิพากษาในเรื่องคดีการฟ้องร้องระหว่าง บราฟตัน vs. ฮิคส์ นั้นความจริงแล้วเป็นแค่ “ยกแรก” เท่านั้น
โดย Echo อ้างว่าได้รับข้อมูล “ที่คาดว่า” การตัดสินของศาลจะเป็นแค่เรื่องระหว่าง RBS ในฐานะเจ้าหนี้กับ ฮิคส์&จิลเล็ตต์ ในฐานะลูกหนี้ครับ (โดยฟ้องลูกหนี้รายอื่นๆด้วย) โดยที่ ลิเวอร์พูล จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเท่านั้นในฐานะลูกหนี้เจ้าหนึ่ง
ประเด็นที่ RBS จะทำการชี้แจงต่อศาลเกี่ยวกับลิเวอร์พูล คือเรื่องการยืนยันว่าดูโอมะกันไม่มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารตามคำสั่งของฮิคส์และจิลเล็ตต์ ลงวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะยืนยันสถานะของบอร์ดบริหารว่าจะประกอบไปด้วย บราฟตัน เพิร์สโลว แอร์ และดูโอมะกัน รวมเป็น 5 คน นั่นเท่ากับเป็นการยืนยันสถานะของบอร์ดบริหาร 3 เสียงที่โหวตให้ยอมรับข้อเสนอของ NESV
(ก่อนหน้านี้มีการออกแถลงการณ์จากทาง RBS ห้ามไม่ให้ดูโอมะกันกระทำการใดๆในระหว่างนี้จนกว่าจะมีการตัดสินของศาล เพื่อป้องกันความพยายามในการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารซึ่งมีการระบุชัดว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้)
ส่วนการตัดสินที่ ลิเวอร์พูล ตั้งตารอคือเรื่อง “อำนาจในการขายหุ้นสโมสร” ของบราฟตัน (ซึ่งตามข้อตกลงใหม่ที่ทำในการรีไฟแนนซ์เดือน เม.ย. จะมีอำนาจในการแต่งตั้ง/ปลดบอร์ดบริหาร และการรับข้อเสนอของผู้ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา) นั้นคาดว่าจะมีการตัดสินในภายหลังโดยคาดว่าจะมีก่อนสุดสัปดาห์นี้ครับ
Friday, October 22, 2010
0 Comments