friday & a Koppuccino: เจ้าชายน้อยจากโรม กับรองเท้าของคุณชายที่หายไป
Sat, Aug 8, 2009

สำหรับคนที่เคยอยู่ในมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับไหล เฟื่องฟูด้วยศิลปะวิทยาการ ผู้คนใช้ชีวิตหรูหรา งดงามสมดังที่เคยเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งจนมีคนกล่าวว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม” มาก่อน
เมื่อต้องเดินทางมาถึงเมืองที่เสื่อมโทรม เป็นซากปรักหักพังที่ยังลมหายใจ เมืองของคนชั้นแรงงาน ไม่ได้มีสถาปัตยกรรมที่งดงามอยู่เต็มเมือง
และศิลปินที่มีชื่อที่สุดก็ไม่ได้เป็นศิลปินในยุคเรอแนสซองค์ แต่กลับเป็น 4 หนุ่มผู้รักดนตรีร็อคแอนด์โรลล์เป็นชีวิต
โรมานิสต้า อย่างอัลแบร์โต้ อาควิลานี่ จะรู้สึกอย่างไร?
และคู่หมั้นสาวสวยอย่าง มิเคล่า ควอทโทรชิออคคเค่ (นามสกุลอ่านยากมาก ผิดขออภัยครับ) จะกล้ามาใช้ชีวิตในเมืองที่ไร้แสงสีเช่นนี้หรือเปล่า? เมืองที่แม้แต่ อเล็กซ์ เคอร์เรน ภรรยาสาวของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ยังยอมรับว่าผู้คนในเมืองนี้ “เถื่อน” เหลือเกินในการตะลุยราตรี
เอาเถอะครับ - มันเป็นเรื่องที่ อาควิลานี่ ต้องหาคำตอบด้วยตัวเองว่าเขาพร้อมสำหรับการเดินทางมาอยู่ที่ ลิเวอร์พูล หรือไม่
แต่อย่างน้อยที่สุดการเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี ก็เป็นการบ่งบอกได้โดยนัยว่าเขาเองก็น่าจะ “เตรียมใจ” เอาไว้อยู่แล้ว
แล้ว ลิเวอร์พูลล่ะ? เตรียมใจพร้อมจะต้อนรับนักเตะคนนี้มากน้อยแค่ไหน?

ความประทับใจแรกที่ผมพบจากกองกลางวัย 25 ปี คือเรื่องของข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบว่า อาควิลานี่ คือ “สมบัติล้ำค่า” ของแฟนบอลทีมจัลโล่รอสซี่ - โรม่า ในฐานะที่เป็นเด็กที่เกิด เติบโต และใช้ชีวิตอยู่ในโรมมาโดยตลอด
คุณค่าและความสำคัญของเขานั้นสูงถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าจะเป็นทายาทในตำแหน่งกัปตันทีมของ “เจ้าชายหมาป่า” ฟรานเชสโก้ ต็อตตี้ เลยทีเดียว
นั่นแปลว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีก่อน ลิเวอร์พูล เคยคว้าเด็กที่ได้รับการยกย่องในฐานะ “ไอคอน” แบบเดียวกันนี้มาก่อน และปัจจุบันเขาก็เป็นกำลังสำคัญและเป็นนักเตะที่เดอะ ค็อป รักมากที่สุดในเวลานี้
ครับ - ผมหมายถึง เฟร์นานโด ตอร์เรส
น่าเสียดายที่ผมแทบไม่ได้ดูฟุตบอลอิตาลี เท่าไหร่นักนับตั้งแต่ออกมาจากคิกออฟ (ความจริงอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้ดูเท่าไหร่เพราะต้องทำงานตลอด) และคิดว่าข้อมูลที่ “พอรู้” มันอาจจะยังไม่เพียงพอ ว่าไอ้ที่บอกว่าเล่นดีนักดีหนา เชิงสูง ยิงไกลเก่ง มันเป็นจริงหรือเปล่า
ขอบคุณภาพจาก YouTube ที่แม้อาจจะตัดสินไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็พอจะทำให้เห็นด้วยตาตัวเองว่า อาควิลานี่ ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
จังหวะยิงไกลนั้นยอดเยี่ยมจริง ยิงได้ทั้งซ้าย-ขวา ได้ทั้งการปั่นฟรีคิกและการตะบันไกล ขณะที่การจ่ายบอลก็ค่อนข้างเนียนตาและมีสายตาที่ค่อนข้างดี
ต้องยอมรับว่ามันชวนให้คิดถึง ชาบี้ อลอนโซ่ ได้อยู่เหมือนกันครับ
และถ้าพูดให้ตรงกว่านั้นต้องบอกว่าดีไม่ดีอาจจะเก่งกว่าก็ได้ โดยเฉพาะจังหวะเติมเข้าเขตโทษได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่อลอนโซ่ ไม่มี
น่าเสียดายที่ YouTube ไม่สามารถบอกได้ว่าการอ่านเกมนั้นเป็นอย่างไร การตัดเกมดีหรือเปล่า ความนิ่งมากน้อยแค่ไหน มีความสามารถในการพลิกแพลงรูปเกมได้หรือเปล่า
และที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการ “บงการเกม” อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่ ราฟา และแฟนบอลต้องการเห็น อาควิลานี่ มีอยู่ในตัวหรือเปล่า?
แต่การที่อดีต “เจ้าชายหมาป่า” รุ่นก่อนอย่าง จูเซ็ปเป้ จานนินี่ ออกมาการันตีให้กับ อาควิลานี่ ว่ามีคุณสมบัติที่ดีพร้อมและจะทำผลงานให้กับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างลงตัวก็พอจะเป็นการการันตีอะไรได้อยู่
ว่าแล้วก็ขอยกคำพูดของ จานนินี่ ที่ค้าแข้งให้กับ โรม่า มากว่า 14 ปีตั้งแต่ 1982-96 พูดถึงรุ่นน้องแบบนี้ครับ “อาควิลานี่ จะทำได้ดีแน่กับลิเวอร์พูล”
“เขาไม่น่าจะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีก ฟุตบอลอังกฤษ นั้นเหมาะสมกันที่สุดกับอาควิลานี่”
“เขามีบุคลิกที่ดีพร้อมสำหรับการทำผลงานได้ดีที่นั่น เขาจะแสดงให้ลิเวอร์พูล เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง”
“ผมไม่สงสัยเลยว่า ลิเวอร์พูล ได้เซ็นสัญญากับนักเตะที่ยอดเยี่ยมอย่าง อาควิลานี่ ผมคิดว่าอนาคตของเขาจะอยู่ที่พรีเมียร์ลีก”
ฟังแล้วอุ่นใจขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ?

อย่างไรก็ดีจากข้อมูลที่ผมมีในมือ อาควิลานี่ มีความสามารถที่จะสามารถสวม “รองเท้า” ที่อลอนโซ่ คุณชายแห่งสเปน ที่หนีกลับบ้านเกิดที่สเปน ทิ้งไว้ให้ได้
อาจจะไม่ได้สวมแทนกันได้พอดีแบบเป๊ะๆ
แต่อย่างน้อยก็บวกลบห่างกันไม่ถึงเบอร์ หรือเบอร์ครึ่งแน่
จากที่ทราบ อาควิลานี่ เป็นกองกลางในสไตล์ห้องเครื่องที่ดี สามารถเชื่อมประสานเกมรุก-รับได้อย่างดี มีเทคนิคในการเล่นที่สูง โดยเฉพาะการสัมผัสบอลที่นุ่มนวล และสามารถจ่ายบอลตามช่องหรือทะลุช่องได้อย่างชาญฉลาด
หลายคนอาจคิดถึงการวางบอลยาวเปลี่ยนแกนอันเป็นเอกลักษณ์ของอลอนโซ่ แต่ตรงนั้นมันเป็นแค่สิ่งที่สวยงามเพลินตาและโดนใจแฟนๆ เพราะสิ่งที่จำเป็นจริงๆคือการเปลี่ยนแกน เปลี่ยนทางบอล ซึ่งเท่าที่ทราบ อาควิลานี่ ก็มีความสามารถที่จะทำได้เช่นกัน
เอาเป็นว่าถึงจะไม่ได้มี “เท้าชั่งทอง” ขนาดอลอนโซ่ (ซึ่งบนโลกนี้มีนักเตะสไตล์นี้เหลือน้อยจนแทบนับคนได้) แต่มันจะเป็นอะไรไปหากจะหันมาเล่นด้วยการต่อบอลสั้น ถ่ายเทบอลไปมาแทน
ถ้าสามารถทำให้เกมมัน “ไหลลื่น” ได้ จะบอลสั้นบอลยาวก็ไม่ใช่ปัญหาครับ
ดังนั้นถ้ามองตามความเป็นไปได้แล้ว ลิเวอร์พูล ที่มีอาควิลานี่ ลงสนามจะยังคงเล่นในระบบเดิมคือ 4-2-3-1 โดยที่ อาควิลานี่ จะเป็นตัวกลางคอยประสานให้ระหว่าง มาสเชราโน่ กับ เจอร์ราร์ด อีกทีนึง
สำหรับสไตล์ของทีมน่าจะเปลี่ยนมาใช้บอลสั้นมากขึ้น ลดการเปิดเกมจากแนวลึก (คือจะไม่มีการเปิดบอลจากแดนกลางมากเหมือนสมัยที่มีอลอนโซ่อยู่) โดยที่ อาควิลานี่ จะคอย “สนับสนุน” ทีมในเรื่องของการเชื่อมเกม การเปลี่ยนทิศทางของเกม การคุมเกม และการหาจังหวะยิงไกลด้วยตัวเอง
รวมถึงการปั่นฟรีคิก และสิ่งที่พิเศษที่อลอนโซ่ ไม่มีคือ “มิติการเล่น” ในการเติมขึ้นไปลุ้นทำประตูในเขตโทษได้ด้วย
เอาเป็นว่าในเชิงคุณสมบัติแล้ว อาควิลานี่ มีดีพอและน่าจะ “ตอบโจทย์” ในแท็คติกส์การเล่นของ ราฟา ได้
นอกจากนี้ “เจ้าชายน้อย” ก็มีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลระดับสูงสุดมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นในกัลโช่ เซเรีย อา หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงติดทีมชาติอิตาลี ชุดใหญ่มา เรียกว่าเป็นนักเตะที่ Established แล้วในระดับนึง น่าจะไว้ใจได้
ส่วนเรื่องความรู้สึกของแฟนบอลสาวๆที่คิดถึง ชาบี้ อลอนโซ่ ก็น่าจะได้รับการบรรเทาบ้าง เนื่องจากอาควิลานี่ ก็เป็นคนรูปร่างหน้าตาดีตามประสาคนอิตาลี (แฟนสวยมากด้วย)
ถ้าเริ่มต้นได้ดีก็น่าจะก้าวมาเป็นขวัญใจกันได้ไม่ยาก
หรือถ้าเล่นไม่ดีก็น่าจะมี “แม่ยก” เข้ามาปลอบขวัญกันได้ไม่ยากเช่นกัน!

แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือสภาพร่างกายของอาควิลานี่ - เด็กหนุ่มที่เกิดในครอบครัว “ซ้ายจัด” ซึ่ง Independent หนังสือพิมพ์ดังในอังกฤษ ตีแผ่ว่าครั้งนึงเคยมีข่าวลือว่านับถือลัทธิฟาสซิสต์ และมีรูปประติมากรรมของ เบนิโต มุสโสลินี อดีตผู้นำเผด็จการของอิตาลี ที่เคยเป็นสหายยืนเคียงข้าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนนำไปสู่การสัมภาษณ์ของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต จนเจ้าตัวต้องตอบว่า “คุณลุงของผมเคยนับถือมุสโสลินีมาก แต่สำหรับผม ผมไม่รู้เรื่องการเมืองอะไรเลย” (ลิเวอร์พูล เป็นเมืองที่มีคนฝักใฝ่ฝ้ายซ้ายเหมือนกัน) - ว่าจะพร้อมหรือไม่สำหรับเกมหนักๆในอังกฤษ
ประวัติการเล่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 3 ฤดูกาลหลังต้องยอมรับว่าไม่ห่วงก็แปลกครับ อาควิลานี่ ลงเล่นน้อยมากจริงๆเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บตามรังควานมาตลอด (มันเกินคำว่ารบกวนแล้ว)
ผมเองก็ยอมรับครับว่ากังวล เนื่องจากนักฟุตบอลต่อให้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าประวัติร่างกายไม่ดี เรียกว่า “เปราะ” นั้น มันมีโอกาสสูงที่จะเผชิญอาการบาดเจ็บเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
ตัวอย่างมีให้เห็นมากมายครับ ถ้าเป็นยุคก่อนก็ต้องเป็น ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน ยอดปีกทีมชาติอังกฤษ ที่ลงเล่น 1 นัดเจ็บ 3 เดือน หรือแม้แต่ลิเวอร์พูล ก็เคยเสียดายกับ เจมี่ เรดแนปป์ มาแล้ว (จะว่าไปก็น่าแปลกใจนะ ทำไมนักเตะห้องเครื่องสไตล์นี้ต้อง “หล่อ” ทุกคน?)
หรือถ้าเป็นยุคปัจจุบันก็ต้อง โทมัส โรซิคกี้ ที่ล่าสุดกลับมาเล่นได้ไม่เท่าไหร่ต้องพักยาวอีก 6 สัปดาห์
แต่เรื่องแบบนี้มันไม่แน่ไม่นอนครับ เพราะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจและไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้เช่นกันว่า ทำไมนักเตะที่มีปัญหาบาดเจ็บต่อเนือง เมื่อย้ายทีมแล้วหายขาดไม่เจ็บอีกเลยก็มี
ถ้าไม่เชื่อ ช่วงปีที่ผ่านมาคุณผู้อ่านได้ยินข่าว แฮร์รี่ คีลล์ เจ็บต้องพักยาว 3 เดือน 6 เดือนบ้างหรือเปล่าครับ?
เรื่องนี้ถ้ามองให้เป็นวิทยาศาสตร์ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะเอง และทีมแพทย์ที่ดูแลว่าเก่งพอและมีความเข้าใจในสภาพร่างกายของนักเตะคนดังกล่าวหรือไม่
สำคัญนะครับเรื่องของการทำความเข้าใจกับสรีระร่างกายของนักฟุตบอลคนนั้นๆ ซึ่งไม่ได้หมายถึงทีมแพทย์ที่ดูแล แต่ยังรวมถึงนักกายภาพ หมอนวดประจำทีมก็ด้วย ว่าจะรู้ซึ้งถึงกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นของนักเตะคนนั้นๆแค่ไหน
สำหรับลิเวอร์พูล ผมเองค่อนข้างกังวลว่าอาจจะจับอาการบาดเจ็บของ อาควิลานี่ ไม่อยู่หมัด เมื่อคิดถึงอาการเดี้ยงจนเสียคนของ คีลล์ หรือแม้กระทั่ง สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส เองก็เคยเผชิญกับอาการบาดเจ็บต่อเนื่องมาแล้ว
ตรงนี้ได้แต่หวังว่าคุณหมอจะใช้เวลา 1-2 เดือนหลังจากนี้ในการดูแล อาควิลานี่ อย่างใกล้ชิดและรู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งของนักเตะคนนี้อยู่ที่ไหน
ถ้าคุณหมอดูแลได้ดี เราก็มีโอกาสที่จะได้กองกลางชั้นดีเข้ามาทดแทนได้พอดี และจะถือเป็นการซื้อตัวที่ชาญฉลาดของ ราฟา ที่สามารถเอาไปอ้างอิงได้ว่าที่ขอสิทธิ์ในการดูแลงบประมาณและเจรจาซื้อหานักเตะเองนั้น ไม่ได้เป็นการหาเรื่อง ริค แพร์รี่ จนต้องออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด
แต่ถ้า อาควิลานี่ ยังคงเป็น “หมาจ๋อย” เจ็บซ้ำเจ็บซาก ราฟา ก็จะโดนเล่นงานอีกครั้งว่าเป็นการลงทุนซื้อนักเตะที่ล้มเหลวเหมือนกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับ ร็อบบี้ คีน เมื่อปีกลาย
และโอกาสในการลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูล ในปีนี้ก็จะเลือนรางตามไปด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกเสียจากจะเกิดปาฏิหารย์กับ ลูคัส จนก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักในแดนกลางของทีมได้จริงๆ
คุณคิดว่าจะมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆหรือครับ…
Tags: ลิเวอร์พูล, อัลแบร์โต้ อาควิลานี่

in lucas we trust.
อย่างน้อยก็เกือบสองเดือนหล่ะครับ
ถึงตอนนั้นอาจไม่มีที่ว่างสำหรับอากิ
ภาวนาให้เป็นอย่างนั้นจะได้มีตัวเลือก
แต่ก็ยังหวั่้นๆอยู่
ดูบอลอิตาลีประปรายครับ
แต่ติดตามอินเตอร์แทบทุกนัด
เวลาเตะกับโรม่า รู้สึกผมจะไม่เคยเห็นอาควิลานี่เลย
น้องแกเจ็บตลอด -____-’
ต้องหวัง.. เอ่อ.. หรือทำใจดี กับอคิที่เจ็บ และกับลูคัสที่เอ่อ.. เอาหน่า สู้เว้ย!!
จากที่ได้ดูนัดอุ่นเครื่องนัดล่าสุด
รอยโหว่ที่อลอนโซ่ทิ้งไว้ใหญ่เหลือเกิน
มาสเคถ้าได้จับคู่กับลูคัสเมื่อไหร่ ออกทะเลกันตลอด
ถ้าคู่กลางยังเป็นคู่นี้อยู่ สู้ทีมอื่นลำบากจริงๆ
ได้แต่รอให้ อาควิลานี่หาย จะได้เห็นฟอร์มเต็มๆซักที
ไ้ด้แค่หวังให้ดีกว่าลูคัสก็พอ…………………..
น่าห่วงจริงๆคับ สำหรับช่วงเวลาก่อนที่อควิจะหาย
ผมเชื่อว่า ช่วงนี้ทีมจะไม่แพ้หรอกคับ ถ้าน้องลูจับคู่กับมาสเค
แต่ทีมจะมีการสร้างโอกาสทำประตูจากแดนกลางคู่นี้น้อยมากคับ
จนสุดท้ายทีมก็จะ “ไม่ชนะ” และทำแต้มหายไปนัดละสองแต้ม
จนสุดท้ายก็มานั่งเสียดายกันตอนใกล้ปิดฤดูกาลคับ
ห่วงทีมจริงๆ
แบกความหวังใว้เต็มๆ
ยังไงก็ไม่ใช่ลูคัสน่ะครับ เมื่อไหร่ราฟาจะหาคนมาแทนมันซะทีไม่รุ้ จริงๆผมแอบคาดการไว้ว่าปีนี้หงส์จะคว้าน้ำเเหลวต่ออีกปีดีไม่ดีอาจจบที่ 3 หรือ 4 ด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนัน้นา่จะอยุ่ที คนนี้แล้วละครับว่าทำได้ดีแค่ไหน ปีแรกๆฟร์อมไม่เทพไม่เป็นไร ขอให้เล่นกับทุกคนและระบบทีมได้
สำคัญ อย่าเจ็บยาวๆแบบเดเก้นก็พอ
เมือคืนดู ตอนหลังถอยเจอราดมาที่อลองโซ่แล้วดันลูคัสขึ้นไปนี่ รูปเกมดีขึ้นมากเลยครับ
อยากให้พระเอกซีรี่ย์ ไม่มาเจ็บออดๆแอดๆ และเข้าใจภาษา แนวทาง แผนการเล่นของลิเวอร์พูลอย่างโจ่งแจ้งด้วยเถอะจ้า
ถ้าเรียกว่า เป็นตัวตายตัวแทนสืบทอดตำนานเจ้าชาย จาก จิอันนินี่ และ ต๊อตติ้ แล้ว
เรื่องความสามารถ คงไม่ต้องเป็นห่วง
ที่สำคัญก็เรื่องสภาพร่างกาย ความแข็งแกรง และการรู้จักเอาตัวรอดในลีกโหดหินแบบอังกฤษนี่แหละครับ
น้องโด้สบายดีนะครับ คิกออฟปิดแล้ว ไปทำงานอยู่ไหนครับ