friday & a Koppuccino : ในวิกฤติของลิเวอร์พูล…
Sat, Aug 29, 2009

(ยังมีคนอยู่มั้ยครับ? ผมกลับมาแล้วนะ ขอโทษที่เงียบไปนาน ^^”)
อะไรๆก็ดูจะผิดพลาดไปหมดสำหรับลิเวอร์พูลในเวลานี้
ไล่มาตั้งแต่ข่าวร้ายที่สุดกับการเสีย ชาบี้ อลอนโซ่ ไปก่อนหน้าฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นไม่กี่วัน ขณะที่ตัวตายตัวแทนอย่าง อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บต้องพักการเล่นยาว 2 เดือน
ราฟา ขายผู้เล่นที่ไม่จำเป็นไม่ออก ทั้ง อังเดร โวโรนิน และอันเดรีย ดอสเซน่า ทำให้ไม่สามารถระดมทุนมาเพื่อซื้อผู้เล่นคนอื่นๆได้นอกเหนือจาก เกล็น จอห์นสัน ที่พยายาม “เกทับ” ข้อเสนอของเชลซี จนได้ตัวมาร่วมทีม
แม้จะมีความพยายามในการของบประมาณในการเสริมทีมเพิ่มอีกโดยเฉพาะในแนวรับที่ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนอยู่ ก็ต้องพบกับความจริงที่เจ็บปวดเมื่อสองมะกันตัวแสบไม่มีงบเพิ่มให้
ใช่ - ราฟา เลือกที่จะทุ่มเงินซื้อทั้ง GJ และ “เจ้าชายน้อย” เข้ามาด้วยค่าตัวรวมกันถึง 38 ล้านปอนด์เอง แต่ถ้ามองในรายละเอียดแล้ว จอห์นสัน ที่มีค่าตัว 18 ล้านปอนด์นั้น ลิเวอร์พูล จ่ายแค่ไม่กี่ล้านเท่านั้นเพราะ ปอร์ทสมัธ ค้างค่าตัวของปีเตอร์ เคราช์ อยู่
ขณะที่ อาควิลานี่ มีการเปิดเผยตัวเลขว่าจ่ายเงินก้อนแรกแค่ 4 ล้านยูโรก่อนเท่านั้นด้วย
การโบ้ยไปที่เรื่องของ ราฟา ที่พยายามต่อสัญญากับผู้เล่นตัวหลักหลายต่อหลายคนตั้งแต่ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, เฟร์นานโด ตอร์เรส, เดิร์ค เคาท์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์ และ ยอสซี่ เบนายูน แล้วบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ ราฟา เลือกเองก็ไม่ถึงกับถูกทั้งหมด
เพราะในฐานะเจ้าของสโมสรหากมันมีความจำเป็นต้องควักเพิ่ม คุณก็ต้องพร้อมที่จะควัก
ดังนั้นเรื่องนอกสนามยังมีข่าวการ “รีไฟแนนซ์” ของจอร์จ จิลเล็ตต์ จูเนียร์ส และทอม ฮิคส์ ดูเหมือนจะเป็น “ข่าวร้าย” ของแฟนบอลมากกว่าข่าวดี เพราะดูโอมะกันคู่นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่จริงใจและพยายามจะเกาะลิเวอร์พูล ต่อไปเรื่อยๆคล้ายกับ “ปลิง” ที่ต่อให้ดิ้นแค่ไหนมันก็ไม่ยอมหลุดไปไหน
ราฟา แม้จะถูกแฟนๆและสื่อวิจารณ์หนักในเรื่องที่ไม่พยายามเสริมกำลังในแนวรุก แต่ก็ยังใจเย็นอยู่และไม่พยายามโอดครวญอะไรมากนัก นอกจาก “ทน” ใช้งานของที่มีอยู่ในมือไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น โวโรนิน หรือ ดาวิด เอ็นโก
เรื่องนี้อยากให้เห็นใจและเข้าใจกันครับ ไม่ใช่ไม่อยากซื้อ แต่มันซื้อไม่ได้จริงๆเพราะไม่มีเงิน
อย่างไรก็ดีผลของข่าวร้ายทั้งหลายทั้งปวงในช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้านี้ มันได้สะท้อนออกมาเป็นเรื่องของผลงานในสนามที่พูดตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อมแล้วว่าสถานการณ์เลวร้ายมาก
อาจจะเรียกว่าเข้าขั้น “วิกฤติ” ก็ได้
อย่าเพิ่งคิดว่าผมกระต่ายตื่นตูมหรือเอะอะก็โวยวายไม่มองอนาคตไกลๆหรือไม่รักกันจริงใช่หรือเปล่าถึงออกมาพูดจาฟังไม่เข้าหูแบบนี้
เรื่องแบบนี้มันมีเหตุผลครับ และผมเองก็คิดว่าผมมีเหตุผลอยู่พอสมควรนะ
แต่จะฟังขึ้นหรือเปล่าไม่แน่ใจ?
เรื่องแรกที่ต้องพูดกันหนักๆอีกครั้งคือเรื่อง “ชีวิตหลังอลอนโซ่” ที่แม้ราฟา รวมถึงกูรูหลายๆคนในอังกฤษ จะพยายามบอกว่ามันไม่เกี่ยว แม้กระทั่งตัวคุณชายเองก็ขอปฏิเสธว่าการย้ายออกของเขาไม่เกี่ยวกับฟอร์มที่ย่ำแย่ของลิเวอร์พูล
แต่ผมยืนยันครับว่า “เกี่ยว”
เกี่ยวอย่างแรงด้วย!
จาก 3 นัดที่เปิดฤดูกาลมาและเกมอุ่นเครื่องแบบ “จริงจัง” อีก 2 นัดที่แพ้ต่อเอสปันญ่อล และแอตเลติโก มาดริด จะเห็นได้ว่าใน 5 นัดนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ถึง 4 นัด
ลิเวอร์พูล ชนะแค่เกมเดียวคือเกมกับสโต๊ค
ผมยก 5 นัดนี้มาเพราะมันเป็นเกมที่เราไม่มี อลอนโซ่ ยืนคุมแดนกลางเลย (ความจริงอลอนโซ่ ลงนัดเอสปันญ่อล ด้วยซึ่งเป็นการลงเล่นให้ลิเวอร์พูล นัดสุดท้ายก่อนจะย้ายทีม แต่ก็แค่ท้ายเกม ไม่มีผลอะไรแล้ว) โดยเป็นหน้าที่ของ ลูคัส กับ ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ที่ลงยืนคู่กันในแดนกลาง
มันสะท้อนให้เห็นครับว่าทั้งสองคนนี้เล่นด้วยกันไม่ได้ มันไม่เข้ากันอย่างแรง
ในวงการฟุตบอลสเปน เขามีการพูดกันว่าถ้าอยากจะรู้ว่ทีมไหนเล่นอย่างไรก็ให้ดูที่กองกลางตัวกลางของทีมนั้นๆ
คุณผู้อ่านคิดว่าทีมที่มีกองกลางอย่าง ลูคัส กับมาสเชราโน่ คุมเกมตรงกลางมันดูลงตัวกลมกล่อมเหมือน อลอนโซ่ กับมาสเชราโน่ ไหมครับ?
สำหรับ 5 เกมข้างต้นนั้น ความจริงด้วยระดับของทีมแล้ว ถ้าเป็นในฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูล ไม่มีปัญหาครับถ้าต้องเจอกับทีมระดับ สเปอร์ส, วิลล่า หรือเอสปันญอล แอตเลติโก มาดริด เพราะองค์ประกอบของทีมดีกว่าอยู่แล้ว
นี่คือ “ข้อเท็จจริง” นะครับ ไม่ได้โม้ หรือยกหางกันเอง เพราะเรื่องแบบนี้มันวิเคราะห์กันได้
เรื่องนี้ต้องบอกว่า ราฟา เลือกเองที่จะไว้ใจลูคัส ให้ทำหน้าที่ไปก่อนในระหว่างที่รอ อาควิลานี่ จะหายเจ็บกลับมา ซึ่งผมเองก็ไม่ได้อยากตำหนิอะไรมากนักในประเด็นนี้ เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้จัดการทีมสมควรจะไว้ใจผู้เล่นในทีมตัวเองมากกว่าใคร
แต่ลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งของราฟา คือการที่ชอบ “ดัน” เด็กของตัวเองอย่างออกหน้าออกตา คนไหนคนโปรดก็จะได้รับโอกาสตะบี้ตะบันลงอยู่อย่างนั้น
ขณะที่คนที่ไม่ใช่ “ลูกรัก” ต่อให้เล่นดีแค่ไหนก็ไม่มีวันได้โอกาสที่เท่าเทียมกัน
ไม่เชื่อก็นึกภาพของ ร็อบบี้ คีน เทียบกับ ลูคัส สิครับ
ดังนั้นต้องยอมรับกันนะครับว่าถึงจะเก่งจริงแต่ ราฟา ไม่ใช่กุนซือที่ “แฟร์” นัก
ทีนี้ปัญหาก็เลยเกิด เพราะการดันแบบชนิด “เข็นครกขึ้นภูเขา” ของราฟา มันทำให้เกิดผลเสียต่อทีมต่อทีมตามไปด้วย เนื่องจากคนที่หายไปจากทีมในเวลานี้ไม่ใช่แบ็กหรือปีกที่ยังพอจะเข็นๆทีมไปได้
แต่คนที่หายไปคือคนที่คุมเกม คุมจังหวะ คุมการเล่น กำหนดทิศทาง เป็นเหมือนห้องเครื่อง, คอนดัคเตอร์, เมโทรโนม หรือเปรียบให้ง่ายและเข้ากับลิเวอร์พูล มากที่สุดคือเฟืองแกนกลางชิ้นสำคัญมันหายไป
“เครื่องจักรสีแดง” มันก็เลยไม่ทำงานเสียดื้อๆอย่างนั้น
ความดี-ความเลวของลูคัส ผมคิดว่านาทีนี้เราไม่ต้องพูดกันอีกครับ เพราะพูดกันมาเยอะและน่าจะรู้กันอยู่แล้ว
คำถามที่ควรจะมีคำตอบคือ ราฟา จะเอาอย่างไรต่อ?
จะดันลูคัส ต่อไปหรือจะหาวิธีแก้ลำก่อนด้วยการถอยเอาเจอร์ราร์ด ลงมาคุมเกมแดนกลางซะแล้วส่ง โวโรนิน หรือเอ็นโก ขึ้นไปช่วยงานตอร์เรส ในแดนหน้าก่อน
ราฟา ต้องเลือกครับ และต้องเลือกตั้งแต่เกมกับ โบลตัน ในคืนนี้เลย

เรื่องต่อมาที่ต้องพูดถึงคือการไว้ใจในความสามารถของ เจอร์ราร์ด กับตอร์เรส มากจนเกินไป โดยที่แทบไม่มีการคิดถึงแผนสำรอง แผนสอง แผนสามเลย
ไม่ผิดอีกเช่นกันครับถ้า “เอล บอส” จะเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถเฉพาะตัวของคู่ GT จะช่วยนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะในวันที่พวกเขาเข้าฟอร์ม ต่อให้เป็นบาร์เซโลน่า ในวันนี้ก็สามารถเอาชนะได้เช่นกัน
เรื่องนี้ผมคงไม่ได้พูดกันเกินไป เพราะขนาดผีแดงยังเละคาโอลด์ แทรฟฟอร์ด มาแล้วไม่ใช่หรือ?
แต่ในวันที่พวกเขาไม่เข้าฟอร์มล่ะ? มีอะไรจะช่วยซัพพอร์ทสองคนนี้ได้บ้าง?
การวางระบบการเล่น 4-2-3-1 หรือจะเรียกเป็น 4-4-1-1 ก็ได้เหมือนกัน มันเป็นดาบสองคมครับ เพราะทีมจะเล่นได้ทรงประสิทธิภาพที่สุดก็ต่อเมื่อมีการ “สนับสนุน” ที่ดีพอจาก 4-4 เพื่อให้ 1-1 เล่นกันได้อย่างเต็มที่และสบายใจ
โชคร้าย - เวลานี้อย่าว่าแต่การสนับสนุนที่ดีพอเลยครับ แค่พยายามเก็บบอลในแดนกลางให้ได้ก็แทบลิ้นห้อยแล้ว
เมื่อขาดการสนับสนุนที่ดี ไม่แปลกที่ เจอร์ราร์ด และตอร์เรส จะเล่นกันไม่ออก ยิ่งโดนคู่ต่อสู้งัดเกมโหดทั้งเตะทั้งดึงทั้งรั้ง ขีดความอดทนของนักเตะก็เริ่มจะหมดเหมือนกัน โดยเฉพาะตอร์เรส ที่ปีนี้ดูจะออกอาการเรียกร้องความยุติธรรมมากเป็นพิเศษจนโดน ราฟา ตำหนิออกอากาศ
ขณะที่ เจอร์ราร์ด ก็โดนเหมือนกันในเรื่องฟอร์มการเล่น ซึ่งไว้เราจะว่ากันในหัวข้อต่อไป
อย่างไรก็ตามถ้าสองคนนี้เล่นไม่ออกจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของโค้ชไม่ใช่หรือครับที่จะต้องหาทางแก้ไข?
หันไปมองไพ่ในมือของราฟา แล้วหลายคนก็อดถอนหายใจไม่ได้เพราะมันดู “ไม่มีความหวัง” เอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็น โวโรนิน เอ็นโก หรือกระทั่ง ไรอัน บาเบิล เองก็ตาม
นักเตะพวกนี้ไม่ผิดนะครับ พวกเขาก็มีดีเหมือนกันเพียงแต่มันไม่ดีถึงขั้นจะ “พลิกเกม” ได้ โดยเฉพาะเมื่อองค์ประกอบของทีมขาดความลงตัว แถมความมั่นใจของยังหดหายอีกด้วย
ราฟา เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเต็มๆครับในเรื่องนี้ เพราะเขาไม่สามารถจะหาซื้อใครเข้ามาเพิ่มได้ และไพ่ในมือก็ดูไม่สวยพอจะพลิกเกมได้ ดังนั้นมันอยู่ที่ “กึ๋น” ของเขาที่จะต้องหาทางปรับสูตรให้มันลงตัวให้ได้
ในเมื่อแผน A มันชัดอยู่แล้ว แต่แผน B - C - D จะต้องมีเพื่อหาทางกลับมาสู่เกมให้ได้ ซึ่งความจริง ราฟา เป็นคนที่เก่งในเรื่องนี้ ผลงานการันตีคุณภาพคือในเกมที่พลิกกลับมาไล่ตีเสมอ เอซี มิลาน 3-3 ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่อิสตันบูล
เพียงแต่หลังๆอาจเป็นเพราะ “มั่นใจ” ในทีมเกินไปทำให้ดูจะคิดพลิกแพลงน้อยเกินไปนิด
ประเด็นนี้ก็เป็นหน้าที่ของ ราฟา ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ประเด็นสุดท้ายที่ผมห่วงคือเรื่องของ “สภาพจิตใจ” และความเป็นหนึ่งเดียวกันในทีม
การที่ ราฟา ออกมากล่าวตำหนิผู้เล่นในทีมหลังความพ่ายแพ้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “ประเด็น” ที่มันเป็นข่าวนั้น สื่อพุ่งเป้าไปว่า ราฟา ออกมากล่าวตำหนิเจอร์ราร์ดคนเดียว นัยว่าผลงานย่ำแย่ของทีมในเวลานี้คือการรับผิดชอบของเจอร์ราร์ด เพียงคนเดียว
ทั้งที่ความจริงแล้ว ราฟา ไม่ได้พูดตำหนิเจอร์ราร์ด คนเดียวแต่บอกว่า “ทั้งทีม” โดยเฉพาะ “ผู้เล่นตัวหลัก” ในทีมที่ต้องเร่งผลงานกันหน่อย
ส่วนที่เป็นประเด็นข่าวเรื่องเจอร์ราร์ด ถึงขั้นที่มีการบอกว่าอาจถึงขั้นริบปลอกแขนกัปตันด้วยนั้น มันเป็นเรื่องที่สื่อไปตีประเด็นเอง โดยจับจากการที่ ราฟา พยายามตอบคำถามของนักข่าวที่พุ่งเป้าไปที่ลูคัส
วันนั้นราฟา ตอบแบบนี้ครับว่า “มันไม่แฟร์ถ้าจะจ้องเล่นแต่ลูคัส เพราะถึงเขาจะโหม่งเข้าประตูตัวเอง แต่เจอร์ราร์ด ก็ทำเสียจุดโทษในช่วงเวลาสำคัญหลังทีมกำลังจะกลับมาสู่เกมเหมือนกัน” (ผมสรุปมานะครับ)
แต่ที่ ราฟา พลาดอีกครั้งคือการที่ออกมาพูดย้ำเรื่องของเจอร์ราร์ด โดยบอกว่าฟอร์มของกัปตันสตีวี่ “ตก” ลงไปจากเดิมมาก ซึ่งแม้ในการสัมภาษณ์จริงสุ้มเสียงของราฟา จะไม่ได้ตำหนิติฉินอะไรมากมายนัก และดูจะกระตุ้นให้เจอร์ราร์ด คืนฟอร์มโดยเร็วด้วย
ผมชักไม่มั่นใจครับว่ามันจะได้ผลอย่างนั้นหรือเปล่า
เพราะว่าภาพที่ออกทางสื่อมันดูเหมือน ราฟา ยังปัดความรับผิดชอบไปที่เจอร์ราร์ด คนเดียวเหมือนเดิม ในขณะที่ ลูคัส กลับได้รับการปกป้องในทุกครั้งที่พูด
มองแง่หนึ่งนั้นก็อย่างที่เขียนไว้ด้านบนครับ มันต้องมีการกระตุ้นกันบ้าง เพราะถ้าจะมีคนที่พลิกสถานการณ์ให้ทีมได้ก็มีแค่ไม่กี่คนในทีม และคนสำคัญที่สุดก็ต้องหนีไม่พ้นกัปตันทีมที่ต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำออกมา
แต่มองอีกแง่ ถ้าผมเป็นพี่เจิดก็คงอดน้อยใจไม่ได้
ทำไมต้องโทษตูคนเดียว?
และถ้าพูดกันจริงๆแล้ว เรื่องแบบนี้ถ้าจะพูดจริงมันมีวิธีการพูดที่ดีกว่านี้ครับ และที่ดีที่สุดคือการคุยกันเป็นภายในให้เรียบร้อยก่อน แล้วไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาพูดต่อความยาวสาวความยืดให้มันเสียความรู้สึกเปล่าๆ
ที่จริงเท่าที่ตามทำข่าวมาโดยตลอด ผมรู้ว่า ราฟา เป็นคนที่ให้สัมภาษณ์ใช้ได้ ไม่ทื่อมะลื่อซื่อเกิน ไม่ปากตะไกร และมีลูกล่อลูกชนพอสมควร
แต่ถ้าเอาเรื่องของ “จิตวิทยา” ซึ่งมันเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการทำทีมมาตั้งแต่โบราณกาลนั้น ผมว่า เอล บอส ไม่เก่งเอาเสียเลย ถ้าให้สอบก็ต้องบอกว่า “ตก” แน่นอนเมื่อเทียบกับปรมาจารย์อย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ราฟา พยายามเอางานทุกอย่างมารวมไว้ที่ตัวเองหรือเปล่าถึงได้เริ่มออกอาการ “เป๋” ขนาดนี้ เพราะตอนนี้เหมาทั้งเรืองการจัดการทีม เรื่องงบประมาณของทีม และเรื่อง Academy
การพยายามทำตัวเองเป็น “ศูนย์กลาง” นั้น ถ้ามากไปมันย่อมไม่ดีแน่ครับ
ผมหวังนะครับว่านอกจากภาพที่ออกมาทางสื่อแล้ว ราฟา จะมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับลูกทีมทีดีพอที่จะสามารถปลุกเร้าทุกคนให้เร่งทำผลงานได้ตามมาตรฐานเดิมในฤดูกาลที่แล้ว ประสานความเป็นหนึ่งเดียวได้
เรื่องนี้ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกครับ เสร็จแล้วไปแก้แท็คติกส์ที่มีจุดอ่อน และจากนั้นก็รอการกลับมาของตัวหลักอย่าง ฟาบิโอ ออเรลิโอ, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, อัลเบิร์ต ริเอร่า และคนที่ทุกคนอยากเห็นมากที่สุดในเวลานี้คือ อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ ซึ่งถ้ากลับมาทั้งหมดทีมน่าจะดีขึ้น
ก่อนที่มันจะสาย “บรรยากาศ” ของทีมต้องกลับมาเป็นบวกอีกครั้งครับ
ส่วนวิธีสร้างบรรยากาศที่ดีก็ง่ายนิดเดียวครับ
สำหรับทีมจอมอ่อนไหวอย่างลิเวอร์พูลแล้ว ขอแค่นัดเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนครับ
แค่นี้ทำได้หรือเปล่า - ราฟา?


ผมว่าทุกคนที่เป็นแฟนทีมเราคงรู้สึกหนักๆในใจยังไงอธิบายไม่ถูกนะคับ
รู้สึกอึดอัดถึงวิธีการเล่นของทีม อึดอัดและขัดใจกับผู้เล่นบางคนซึ่งคุณก็รู้ว่าใคร
แต่…เราจะทำอะไรได้คับ ในเมื่อเราไม่ใช่ผู้จัดการทีมอย่างราฟา
เราก็ได้เพียงแต่มองดูความเป็นไปของทีมทีละนัดทีละนัด
เราคงทำได้แค่เชียร์ทีมรักต่อไป
และก็แอบจินตนาการว่าถ้าผู้เล่นคนนู้เล่นตรงนั้น คนนั้นเล่นตรงนี้จะดีกว่าเลวกว่ายังไงบ้าง
ส่วนตัวผมเอง ก็ได้แค่หวังว่า เจ้าชายแฮรี่จะหายกลับมาเร็วๆนะคับ เพราะผมหมดความอดทนกับคนที่คุณก็รู้ว่าใครเต็มทีแล้วคับ
ขอบคุณนะครับคุณ the kop my dear ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณจะเป็นคนแรกๆที่เข้ามาตอบเสมอ ไม่ว่าผมจะอัพเดตเช้าสายบ่ายเย็นยังไง (รวมถึงอีกหลายๆท่านนะครับ ขอบคุณทีติดตามนะ เขียนแล้วมีคนอ่านมันก็มีกำลังใจเด้อ ^^)
ผมเองก็อยากเห็นอาควิลานี่ ลงสนามครับ อย่างน้อยผมจะได้รู้ว่าอีก 8 เดือนข้างหน้าผมควรจะมีความหวังอีกมากน้อยแค่ไหน เพราะในเดือน ต.ค. จะต้องเจอทั้ง เชลซี และผีแดงด้วย เพราะกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร (เปิดเพลง stamp ประกอบด้วยจะได้อารมณ์มาก)
กลัวก็แต่จะหมดหวังกันเร็วเกินไปก่อนหน้านั้นน่ะสิ
ไม่ได้กลัวเล่นๆนะครับ กลัวจริงๆ ^^”
ผมว่านัดเจอโบลตันเนี่ยแหล่ะ ถ้ายังจัดแผนแบบเดิม ก็คงจะต้องเริ่มทำใจกันตั้งแต่นอนนี้ เพราะถ้าจะทู่ซี้รออคิอารี่คงจะไม่ทันแล้ว
มาถึงตอนนี้แล้วแม้ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้กับกองหน้าสำรองทั้งหลายได้หรือไม่ แต่ก็ถึงเวลาที่ต้องลองเสี่ยงดูแล้วละครับ
ก่อนเกมส์เริ่ม ห้านาที คนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร ก็ได้ลงตัวจริงตามเิดิม
แต่จะเปลี่ยนตำแหน่งหรือเปล่า ก็น่าจะไม่ิิิเปลี่ยน
ผมก็คงต้องอดทนเชียร์ ให้ป๋าดันทำให้สำเร็จ
แต่ถ้าไม่เวอร์คอีก ผมคงต้องเชื่อแล้ว ว่า ราฟา “แคบ” จริงๆ
บทความยาวดีครับ ตามอ่านมาตั้งแต่ที่ liverpool.in.th ครับ
ดันจริงๆ ด้วยเอิ๊กๆ หลังก็เน่าๆนะวันนี้ แก้กันยกใหญ่แน่ๆ
ในที่สุดก็ผ่านไปแบบลุ้นๆ ชนะไป3-2 เฮ้ออออ…หวังว่าหลังเกมส์ทีมชาติ ราฟาจะลดอีโก้ตัวเองลงบ้าง…
ดูอย่างนี้ทุกนัด จะบ้าตายก่อนครับ…5555
ผมอยากทราบว่า..
โครงการที่เเฟนลิเวอร์พูลระดมทุนเพื่อขอซื้อสโมสรคืนไปถึงไหนเเล้วครับ??
อยากเสริมเรื่องของลูคัสหนะครับ
ผมคิดว่า..ตำแหน่งนี้เนี่ยเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติเลยก็ว่าได้นะ
เพราะตั้งเเต่จำความได้ ตำเเหน่งที่ลูกรักเล่นในขณะนี้เนี่ย…นักเตะระดับตำนานของลิเวอร์เล่นกันมาหมดเเล้ว ตั้งเเต่ สตีฟ เเม็คมาน เเจนโมลบี้ หรือเเม้กระทั่งรุ่นหลังๆอย่าง พอล อินซ์ เจมี่ เรดเเนป เเกรี่ เเม็คอัลลิสเตอร์ ดีทมาร์ ฮามันน์ เเละล่าสุด..ชาบี อลอนโซ่ ระดับเทพทั้งนั้น เหมือนกับที่เขาพูดกันไว้ว่า ” หาก เเมนยูไนเต็ดไม่เคยขาดนักเตะตำเเหน่งปีกฝีเท้าดี…ลิเวอร์พูลเองก็ไม่เคยขาดห้องเครืองหรือกองกลางระดับโลกเช่นกัน” เเต่…ผมว่าความสามารถของลูกรักไม่ได้ใกล้เคียงกับคำพูดที่กล่าวมาข้างต้นเลยเเม้เเต่น้อย!!! เเทนที่จะพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับการได้รับเลือกให้เล่นในตำเเหน่งอันทรงเกียรตินี้ กลับกลายเป็นฟอร์มการเล่นเหมือนกับเป็นบ่อนำมันของทีม อีกทั้งเมื่อตอนต้นซีซั่นยังขู่ว่าจะย้ายทีมหากไม่ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงอีกด้วย….ผมว่านักเตะอย่างนี้ขายออกไปหรือยกเลิกสัญญาไปเถอะครับ
ยังเชื่อมั่นในตัวบอสคับ
ปล ชอบเวปนี้มากๆ อยู่นานๆนะคับ
^^
ตอบคุณ Igor Biscan นะครับ
เรื่อง ShareLiverpool FC ตอนนี้เขาเปิดเฟสสองกันครับ โดยจับมือกับกลุ่มแฟนบอลที่เรียกว่า SOS - Spirit of Shankly ในการจะระดมทุน กลุ่มนี้เขาเอาจริงนะครับเพียงแต่การระดมทุนให้ได้ 500 ล้านปอนด์ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน แต่พวกเขาก็พยายามจะทำอยู่อย่างมากความหวังครับ
ถ้าสนใจอยากจะระดมทุนด้วยก็ลองดูที่ http://www.shareliverpoolfc.com ได้ครับ
ส่วนคุณ Ruji ขอบคุณนะครับที่ชอบเว็บนี้ บอกได้แค่ว่ายังไมไปไหนง่ายๆแน่ ได้อ่านกันยาวๆแน่นอนครับ ^^
แค่อยากจะมาบ่นว่าเค้าทำทุกอย่างเพื่อคนที่คุณก็รู้ว่าใครจริงๆ
แม้กระทั่ง