fridayKop [brief ver.] : ปาฏิหารย์ไม่มีจริง และความจริงที่ไม่อยากฟัง
Wed, Nov 25, 2009
ขออนุญาตเป็นฉบับย่ออีกซักทีนะครับ ต้องไปธุระ ตจว. วันนี้ (ยังไม่ได้นอนเลย! ^^”)
สำหรับผลการแข่งอย่างที่ทราบจากหน้าเว็บข่าวทั่วไปนะครับว่า ลิเวอร์พูล ตกรอบไปเล่นยูโรป้า ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อ ฟิออเรนติน่า เอาชนะลียง ได้แบบหวุดหวิด 1-0 ซึ่งผมเองก็ตามทั้งสองคู่ และต้องบอกว่า ฟิออ โชคดีมากๆที่ไม่โดนลียง ที่โหมหนักในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมตีเสมอ เรียกว่าต้องคารวะ เซบาสเตียน เฟรย์ ที่ช่วยชีวิตทีมด้วยการซูเปอร์เซฟบานตะไท
โดยเฉพาะลูกยิงของ ลิซานโดร โลเปซ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่หากเข้าไปก็จะเป็น “ปาฏิหารย์” ที่ ราฟา ต้องการ
แต่เมื่อปาฏิหารย์ไม่มีจริง - ลิเวอร์พูล ก็ต้องตกรอบตามผล “กรรม” ที่ตัวเองก่อไว้ตั้งแต่ 4 นัดแรก
ตรงนั้นไม่เป็นไรครับ ผมก็เผื่อใจเอาไว้บ้าง แต่ที่ทำใจไม่ได้ก็คือฟอร์มของทีม
ในรูปเกมผมผิดหวังมากนะครับที่เล่นกันได้แค่นี้ ปัญหาที่มีมาก่อนหน้านี้ไม่มีจุดไหนได้รับการแก้ไขเลยแม้แต่น้อย
การขึ้นเกมนั้นเป็นไปอย่างตื้อๆตันๆ ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีคนจะเอาบอลไปทำเกม (คิดถึง อลอนโซ่ ได้หรือยัง?) ขณะที่การเข้าทำไม่ว่าจะเป็นเจาะริมเส้น การวางบอลเข้าเขตโทษ การทำชิ่ง ไม่มีจินตนาการ ไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว
เกมรับมีความผิดพลาด การยืนตำแหน่งพลาด การเช็คล้ำหน้าพลาด การเตะพลาดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งในเกมนี้ก็มีความผิดพลาดให้เห็นเยอะมาก โดยเฉพาะ อินซัว ที่เกมรับเป็นจุดอ่อนอย่างมาก และสำคัญคือใจไม่ค่อยนิ่ง พอเล่นพลาดแล้วก็ยิ่งรวน
ความจริงในช่วงชั่วโมงแรกเราก็พอจะเล่นกันอย่างสบายใจ แต่พอ เดเบรเซ่น ส่ง คูลิบาลี กองหน้าในสไตล์ที่ คาร์ราเกอร์ เกลียดที่สุดคือ ดำ เร็ว ถึก จะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล มีปัญหาทันที แนวรับที่แทบไม่โดนกดดันเลยในช่วงชั่วโมงแรกกลับต้องมาวิ่งควายไล่ตามบอลกันหน้ามืด เตะสกัดกันผิดๆถูกๆ ยิ่งเล่นก็ยิ่งรวนกันไปทั้งที
ตรงนี้ผมไม่เชื่อว่า ราฟา ไม่ได้พยายามแก้ไข
แต่ปัญหาคือเขาแก้ไขมันไม่ได้มากกว่า
ดีที่วันนี้ เดเบรเซ่น เล่นลูกเซ็ตเพลย์ไม่เก่ง ไม่เช่นนั้นก็คงมีจุดสลบที่เราจะโดนเล่นงานอีก
และดีที่ลูกยิงท้ายเกมของ คูลิบาลี่ ไปตรงเข่าของ เรน่า ไม่เช่นนั้น บรรยากาศมันจะยิ่งห่อเหี่ยวยิ่งกว่านี้อีก
น่าเศร้านะครับ กับฟอร์มแบบนี้
ที่น่าหงุดหงิดมากขึ้นอีกคือการที่ ราฟา เก็บอาควิลานี่ เอาไว้ข้างสนามจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม เพราะในรูปเกมที่ทีมกำลังตีบตันแบบนี้แหละที่ควรจะส่งคนมีไอเดียลงสนามมาแก้ไขสถานการณ์
ตัวเองก็รู้อยู่ว่า “เจ้าชายน้อย” ยังต้องเรียกความฟิตอีกมาก และทางลัดที่จะเรียกความฟิตได้ดีที่สุดก็คือการส่งลงไปสัมผัสเกมบ่อยๆ เพราะนั่นจะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจที่จะยิ่งกระตือรือร้นในการเรียกความฟิตต่อไปอีก กรณีตัวอย่างนั้น อยากให้ดู มาร์ติน โอนีล ที่ส่ง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ลงสนามทั้งที่ยังไม่มีความฟิตเลยแม้แต่น้อย แต่โอนีล เชื่อว่าการให้โอกาสนักเตะที่เจ็บไปนานได้ลงสนามจะช่วยในเรื่องของ “กำลังใจ” ได้มาก
หรือที่ไม่ยอมส่งลงเพราะสภาพความฟิตของ อาควิลานี่ มันยังไม่กระเตื้องขึ้นเลยแม้แต่น้อย?
สำหรับการตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ ส่งผลเสียหายมหาศาลครับ พอจะสรุปได้ดังนี้
1. รายได้หายไปอย่างน้อย 10 ล้านปอนด์ และอาจสูญถึง 20 ล้านปอนด์ หากสมมติว่า ลิเวอร์พูล ทะลึ่งเข้าไปชิงได้แชมป์มาเหมือนในปี 2005
2. การเล่นในยูโรป้า ลีก ยังพอจะทดแทนรายได้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในกรณีเดียวคือเข้าชิงและได้แชมป์ เพราะจะได้เงินราว 10 ล้านปอนด์
3. การตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ ลิเวอร์พูล แทบไม่เหลือความหวังใดๆแล้วในฤดูกาลนี้ การเล่นอีก 5-6 เดือนโดยที่ไม่เหลือความหวังใดๆนั้น ถือเป็นฝันร้ายของทีมที่พยายามจะทำตัวให้เป็น Title Contender อย่าง ลิเวอร์พูล
4. เป้าหมายเดียวของ ราฟา ที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ ไม่ใช่ยูโรป้า ลีก หรือ เอฟเอ คัพ แต่เป็นการเข้าป้ายอันดับ 4 ให้ได้ เพราะถ้าหากพลาดแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกในฤดูกาลหน้า ทำใจได้ว่าจะต้องเสีย มาสเชราโน่ แน่นอนหนึ่งคน และต้องเผื่อใจหากจะมีการขายสตาร์อย่าง เจอร์ราร์ด หรือ ตอร์เรส คนใดคนหนึ่งออกไป เนื่องจากทีมจะไม่มีปัญญาหาเงินมาชำระค่าดอกเบี้ยและเงินต้นให้กับ RBS และวาโคเวีย ที่ยังเหลือเงินต้องชำระอีก 245 ล้านปอนด์
สำหรับผมนะครับ ฤดูกาลนี้ “ความหวัง” มันไม่เหลือแล้ว เวลาที่เหลืออยู่นั้นคือช่วงเวลาแห่งความ “ซังกะตาย”
ถ้าเป็นผม - ย้ำนะครับว่าถ้าเป็นผม - ไหนๆก็ไม่ได้ลุ้นอะไรแล้ว ผมจะให้โอกาสนักเตะที่พอมีแววทุกคน ให้ได้สัมผัสเกมกันมากขึ้น โดยเฉพาะ กลุ่มของ เอ็นโก, ปาเชโก้, สเปียริง, ดาร์บี้, อยาล่า และ เอล ซาร์ เพื่อให้นักเตะเหล่านี้กระดูกแข็งขึ้นมากพอที่จะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และเป็นกำลังเสริมของทีมได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเข้ามาใหม่ เพราะได้เห็นแล้วว่าหากให้โอกาสอย่างต่อเนื่อง นักเตะพวกนี้ก็พร้อมจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเช่นกัน
แต่ผมไม่ใช่ราฟา และราฟาก็ไม่ใช่ผม
จะทำอะไรก็ทำครับบอส - แต่โดยส่วนตัว ผมรูดม่านสีแดงปิดฉากไปเรียบร้อยแล้ว…


เห็นด้วยทุกกรณีครับ^^
เฮ้อ อย่างเดียวเลย
เอาเวลามาปั้นเด็กดีกว่า ไม่งั้นเจ็บหมดก็เป็นแบบนี้
ถ้ายังไม่สามารถการันตี อันดับสี่ได้ เด็กๆ ก็คงต้องรอกันต่อไปครับ
มองโลกในแง่ร้ายจังเลยครับ ^^
ขอยืมคำว่าโฆษณาไทยประกันชีวิตมาบอกชาว scouse.tv ทุกคนนะครับ
What ever will be will be …. ต่อไปนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วครับ
อย่าคิดมาก เดี๋ยว 2012 ก็ไม่รอดกันแล้ว (มุกฝืดๆ ห่ะๆๆ)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมระสบความสำเร็จคนที่ได้เครดิตก็คือโค้ช เช่นกัน ทีมล้มเหลว คนที่รับไตมๆก็คือ โค้ช เช่นกัน
ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อครับ ปีนี้ขอให้ปาเชโก้ กับปีกอีกสักตัว บุชชมันน์ คาเคเนคิช หรือ อามู ก็ได้ สักคนมาประดับทีมก็พอใจแหล่ว หาห้า
ปล เดะวันนี้จะมาต่อเรื่องรกฝห้จบแล้ว ดองไว้ตั้งวัน ^^
เห็นด้วยทุกประตูค้าบบ!!!
นอกจากนักเตะบาดเจ็บ+ฟอร์มตกแล้ว ปัญหาใหญ่คือแทคติกและแนวทางการเล่นของราฟาเนี่ยะ มันเป็นอุปสรรคกับทีมจริงๆ (ลองดูแมน ยู,เซลซี นอล หรือแม้แต่เสปอร์) ทีมพวกนี้มีแนวทางการเล่นที่ไปไกลกว่าลิเวอร์พูลเยอะแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไข จุดนี้ผมล่ะเซงง
จบแล้วทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฤดูกาลนี้
คิดมากอะไรครับ
บอลก็คือบอล ดูเพื่อความสนุก!
ถ้ามันไม่เหลือแชมให้ลุ้น เราก็สนุกกับการเล่นที่เหลือ การปั้นเด็กอย่างที่บอก
การ ตั้งใจ อัดผีให้ได้อีกซัก 1 รอบ
การทวงแค้น เซลซี จากนัดแรกที่ไปแพ้มา
การเอาคืน คาลิ่งคัพ จาก ปืน
การพัตนาต่างๆนาๆ จากทีมที่ไร้ข้อกดดันแล้ว
ยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะแยะ แค่ทีมไม่ได้ลุ้นแชม อย่าทำเหมือนว่า ทีมไม่มีอะไรจะให้เชีย
แล้วหน่อยเลยครับ
ยังไม่ได้เห็น ฟอมเต็มๆของ อาควิ เลย นี้ก็น่าติดตามดู
เอ็นโก นับวันก็ยิ่งพัตนา รอดูพัตนาการของเค้า
ไอ้เจ้า ลูคัส ก็รอดูซิว่าจะเก่งได้ซักทีไหม
เหล่านี้แหละครับ ที่ผม อยากเห็นในตอนนี้มากกว่า การมานั่งเซ้งว่าไม่ได้ลุ้นอะไรเลย
จริงๆ ตอนนี้ผมก็รู็สึกเหมือนราฟานิดนึง เมื่อทุกอย่างมันจบแล้วว่า
ถ้วย แชม มันก็คือ ของชิ่นนึง โอเคมันมีผลต่อจิตใจ แต่ผมว่า ถ้ามันไม่ได้แล้วก็ปล่อยมันไป
ไม่ต้องมาตีโพยตีพาย จะเอาๆ เมื่อโอกาศใหม่มาถึงค่อยลองไควคว้าใหม่ ตอนนี้
เอาแค่เรื่องปัจจุบันดีกว่าครับ
เซ้งเหมือนกัน แต่อย่าเก็บมาเซ็งมากครับ!!
หลายๆคนให้ใจราฟาหลายครั้งแล้วครับ ให้ใจลูคัสก็หลาย
แต่เค้าก็ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าแก้ปัญหาเดิมๆได้
อย่างเกมส์นัดที่แล้ว ผมคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้จริงๆนะครับ
เราเปิดฤดูกาลด้วยเป้าหมายลุ้นแชมป์ และเข้ารอบ ulc
เป้าหมายพลาดไป ราฟาอาจต้องทบทวนแล้วหละครับ
บางทีเราก็อาจต้องทบทวนเรื่องราฟาในใจบ้าง
โอเค มันคงมีอะไรให้เราลุ้นต่อบ้างแหละครับ ยังไม่ซังกะตายขนาดนั้น
ราฟาคุมต่อไป ผมว่าเขาสามารถพาทีมติดอันดับ 4 ได้นะครับ
แต่ถ้าเด้งราฟาไป ต่อให้เป็นคิงเคนนี่ ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าจะได้อันดับ 4 หรือเปล่า
เพราะนักเตะใจไปหมดแล้ว กองเชียร์ยังไปเลย
ไม่มีเป้าหมายให้พุ่งชน เป้าหมายรองมองดูไรคุณค่า (แต่จริงๆที่ 4 มีค่าฤดูกาลหน้านะ)
ไหนจะบอลโลกกลางปีหน้าอีก นักเตะก็เล่นเซฟไม่ใส่เต็มหรอก
แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเด้งราฟา คือ ผมได้เฮครับ เบื่อราฟามาสักพักใหญ่แล้ว
และเมื่อรักหมดน้ำตาลที่เคยหวานก็กลายเป็นคม
ผมไม่รู้ว่ามันจะดีหรือร้าย แต่ที่สำคัญอย่างน้อยเราก็ต้องเชื่อในฝีมือของ ราฟา บ้าง เขาเข้ามาทำทีมได้ 5 ปี ทุกฤดูกาล คะแนนของลิเวอร์ จบลงด้วย 80+ คะแนน เป็นอย่างต่ำ แล้วคุณว่าเข้า ทำทีมไม่ดีหรอ คับ ได้เข้ารอบ ยูฟ่า ทุกฤดูกาล แต่เนื่องจากการขาดตัวหลักที่อยาก จะย้ายออกไป ประจวบกับ ผู้เล่นที่สำคัญเจ็บ ทีมประสบปัญหาการเงิน คุณก็ตัดสินว่าเป็นความผิด ของผู้จัดการทีมแล้ว พวกเราคาดหวัดกับแชมป์มากไปกันหรือป่าว อาจจะมีความกดดันกว่าทีมอื่นๆ ที่ว่าความสำเร็จในอดีต มาค้ำคอไว้ ว่าต้องแชมป์นะ แชมป์เท่า นั้น เป็นคุณไปคุมทีมคุณจะกดดันไหม ละคับ
ตอบคุณ คนผ่านมา นะครับ
ประเด็นสำคัญนั้น เหมือนที่คุณ pizza peach ว่าไว้ครับ
ปีนี้เรา “ต้องการแชมป์” หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้ได้ล้นไม่แพ้ฤดูกาลที่แล้วเพื่อเป็นการยืนยันการพัฒนาที่ยั่งยืนของทีม
แต่สิ่งที่ปรากฏคือความผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมหรือผู้เล่น โดยเฉพาะตัวผู้จัดการทีมที่ยึดมั่นกับความคิดตัวเองจนที่สุดแล้วทีมก็ออกทะเลหาทางกลับไม่เจอ และพูดได้ค่อนปาก (เกือบเต็ม) แล้วว่าเราหมดลุ้นแชมป์กันตั้งแต่เข้าเดือน พ.ย. ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการครับ
โอเค - ผมเข้าใจเรื่องความโชคร้ายในสถานการณ์ต่างๆนานา แต่ในหลายครั้ง ราฟา ก็เลือกทำในสิ่งที่ตัวเขาคิดว่าดี - และที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คาดหวัง
ผมเองก็อยากจะคิดว่าที่ผ่านมาเทพีแห่งโชคหันมายิ้มให้กุนซือชาวสเปนคนนี้หลายครั้งแล้ว ปีนี้น่าจะเป็นครั้งแรกจริงๆที่เทพีแห่งโชคหันมาทำหน้าเบ้เข้าใส่ อะไรๆมันก็เลยเลวร้ายแบบนี้
แต่ในโลกของความเป็นจริง นี่คือการแข่งขันที่จริงจัง และมีเดิมพันอนาคตของสโมสรในระยะยาว รวมถึงเกียรติภูมิที่เป็นสิ่งค้ำจุนจิตใจของแฟนบอลมาตลอด 20 ปี
วันนี้ ฤดูกาลนี้ ปีนี้ ถ้าหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ความภูมิใจ ศักดิ์ศรี และอะไรต่างๆที่เราเคยมีมันจะหายไปครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้ (ไม่เช่นนั้นผีแดงมันก็คงตีค่าความสำเร็จทางการตลาดแล้วยกตัวเองเหนือหงส์ไปแล้ว)
เรื่องนี้มันไม่ได้ทำให้โลกแตก และชีวิตเราก็ไม่ได้ดับสลายครับ แต่มันทำใจลำบาก
ผมเองก็ไม่ได้บอกว่าทีมไม่ได้แชมป์แล้วจะไม่เชียร์ แต่ในฐานะคนทำงานด้านนี้ เห็นอะไรก็ต้องเขียนไปตามที่เห็น (ล่าสุด แอนดี้ เกรย์ คอมเมนเตเตอร์ทาง SkySports ก็วิจารณ์เรื่องที่ราฟา ดองอาควิลานี่ แบบเดียวกับที่ผมเขียนนี่แหละ) เอาไว้เป็นมุมมองให้เราได้ลองส่องดูว่าจะเห็นเหมือนหรือเห็นต่าง
และเท่าที่อ่านความเห็นมา ผมก็พอใจแล้วครับที่เห็นชาว Scouse เราแสดงทัศนะกันในเชิงสร้างสรรค์ แค่นี้ก็เยี่ยมแล้ว ขอบคุณทุกความเห็นครับ
ต้องเข้าใจครับว่าปีนี้แฟนบอลคาดหวังเอามากๆ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลว่าทีมจะต้องไปได้ดี
เพราะจากผลงานในปีที่แล้วซึ่งใกล้จะถึงความฝันกันเต็มที แต่แล้วผลงานของปีนี้ทั้งในลีคเองที่ปาเข้าไปครึ่งฤดูกาลแล้วยังไม่ติดอยู่ 1 ใน 4 และถ้วยยุโรปที่เหมือนกับว่าเป็นของตาย แต่กลับต้องหลุดไปตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม หลายๆคนอาจจะนึกขัดใจการทำทีมของราฟา ซึ่งบางครั้งผมก็ยังเป็นครับ แต่อย่างไรก็ตามผมยอมรับใจแฟนหงส์ทุกคนจริงๆครับ ทีมเราไม่เคยเล่นได้สวยหรูอย่างอาเซ นักแตะไม่ได้ชั้นเยี่ยมอย่างเชลซี
ต้องลุ้นทุกนัดว่าจะชนะหรือเปล่าแม้ว่าจะเล่นกับทีมระดับชั้นต่ำกว่า
แต่ย่างไรเป็นแฟนหงส์ ต้องอดทนครับ