A A
RSS

[Report] Man Utd 2-1 Liverpool :-(

Sun, Mar 21, 2010

Anfield

หงส์พลาดนำก่อนหมู-ปาร์คยิงแซงผีเฮ 2-1 แซงฝูง

nino_head

ประตูนำต้นเกมของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ไม่ช่วยอะไรเมื่อสุดท้าย “หงส์แดง”​ลิเวอร์พูล หมดท่าโดน “ผีแดง”​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ยิงแซงเอาชนะได้จากประตูของ “หมูพลิ้ว” เวย์น รูนี่ย์​และตี๋ ปาร์ค จี​ ซอง

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
วันอาทิตย์ 21 มี.ค.2553

แมนฯ​ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 0-1 เฟร์นานโด ตอร์เรส น.5, 1-1 เวย์น รูนี่ย์ น.12 (ลูกจุดโทษ), 2-1 ปาร์ค จี ซอง 60

สงครามสีแดงกลับมาอีกครั้งในสภาพการณ์ที่แตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าถิ่น “ผีแดง”​แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด อยู่ในสถานะลุ้นแชมป์ขณะที่ “หงส์แดง”​ลิเวอร์พูล ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อยึดอันดับ 4 เอาไว้ให้ได้

สำหรับคู่นี้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่เอาชนะได้ตลอดการพบกัน 3 ครั้งหลังสุด โดยในซีซั่นที่แล้วก็บุกมาถล่มถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1 ซึ่งเกมนี้คนที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือดาวยิงขั้นเทพของทั้งสองทีมทั้ง เวย์น รูนี่ย์ และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่จะลงดวลความคมกันในสนาม

ในส่วนของการจัดทีมทั้งสองทีมเน้นแพ็คเกมแดนกลางมาแน่นเหมือนๆกัน โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ดร็อป ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เอาไว้ข้างสนามทิ้ง เวย์น รูนี่ย์ ไว้แค่คนเดียว ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีตอร์เรส และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด นำทัพแต่มีการสลับเอา มักซี่ โรดริเกวซ ลงมาแทน ไรอัน บาเบิล เพื่อเน้นความรัดกุมมากกว่า

และ ลิเวอร์พูล ก็ออกสตาร์ทได้เหมือนฝันเมื่อใช้เวลาแค่ 5 นาทีกับโอกาสบุกครั้งแรกของเกมชิงจังหวะทำประตูขึ้นนำทันที โดยเป็นจังหวะประมาทของแนวรับแมน​ฯ ยูไนเต็ดเอง เมื่อ เจอร์ราร์ด แทงบอลออกขวาให้ เคาท์ ไปจนถึงเส้นหลังก่อนจะตักเข้ามากลางประตูเข้าหัว ตอร์เรส ได้ขึ้นขวิดแบบไม่มีใครก็ประกบให้ทีมนำ 1-0 แบบง่ายดายเกินคาด และเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนยิงในบ้านด้วย

อย่างไรก็ดี แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่เกมได้เร็วเช่นกันหลังจากนั้น โดยต้องชม อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่พาบอลหนี มาสเชราโน่ และแอกเกอร์ เข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะโดนดึงล้มไป โฮเวิร์ด เว็บบ์ ชี้ไปที่จุดโทษทันทีโดยไม่ต้องสนใจไลน์แมนที่ยืนสะบัดธงให้สัญญาณ ก่อนจะไปแจกใบเหลืองให้มิดฟิลด์อาร์เจนไตน์ ที่ถือว่าโชคดีไม่โดนใบแดงในจังหวะนี้ ก่อนที่ รูนี่ย์​ จะขอทำหน้าที่เอง ซึ่งแม้จะยิงไปติดเซฟของ เปเป้ เรน่า ในจังหวะแรกแต่บอลเป็นใจเด้งมาเข้าทางปืนก็เลยซ้ำดาบสองไม่พลาด รูนี่ย์ ตีเสมอให้ทีม 1-1 และเป็นประตูที่ 34 ของตัวเองในฤดูกาลนี้เข้าไปแล้ว

ด้วยสกอร์และจังหวะของเกมแล้วน่าจะทำให้เกมเปิดเต็มตัว แต่ทุกอย่างกลับเป็นตรงกันข้าม โดยทั้งสองทีมยังตรึงกำลังกันได้อย่างรัดกุม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลและมีโอกาสมากกว่าแต่ก็แค่เล็กน้อยและไม่ชัดเจน มีแค่จังหวะได้โขกของ ปาร์ค จี ซอง 2 ครั้ง รวมถึงลูกฟรีคิกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกที่ รูนี่ย์ ปั่นระยะอันตรายแต่บอลขาดความอันตรายเบาเกินไปจนเรน่า บินไปรับสบายๆ ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 ใน 45 นาทีแรก

เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมเป็นทางแมนฯ​ ยูไนเต็ด ที่ยังครองบอลมากกว่าเหมือนเดิมแต่ดูจะเน้นมากกว่าในช่วงครึ่งแรกโดยเฉพาะการเล่นในพื้นที่สุดท้ายที่สร้างความปั่นป่วนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจากการเซ็ตบอลเร็วหน้าเขตโทษ หรือการเปิดบอลจากริมเส้น

มาถึงนาทีที่ 60 ความพยายามของเจ้าถิ่นก็มาประสบความสำเร็จจากจังหวะที่โถมเกมรุกขึ้นมากันยกแผง รูนี่ย์ เลือกถ่ายบอลออกขวาให้ เฟล็ตเชอร์ แต่งบอลก่อนดึงจังหวะหลอก อินซัว แล้วครอสเข้ามากลางประตูมาถึง ปาร์ค ที่วิ่งสอดมาหลัง คาร์ราเกอร์​ที่มัวแต่ประกบ รูนี่ย์ อยู่และได้พุ่งตอร์ปิโดบกโขกเข้าไปตุงตาข่าย โดยที่ เกล็น จอห์นสัน ที่ยืนประกบห่างตามมาไม่ทัน

จากนั้นเกมก็เป็นทางเจ้าถิ่นที่คุมสถานการณ์เอาไว้ได้ โดยแม้ลิเวอร์พูล จะพยายามบุกเพื่อทวงคืนเหมือนกันแต่ก็ทำได้ลำบากเนื่องจากแดนกลางไม่สามารถเล่นในพื้นที่สุดท้ายได้เลย แม้จะมีการส่ง อาควิลานี่ บาเบิล หรือเบนายูน ลงมาหวังแก้เกมก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นนัก

เจ้าถิ่นคุมเกมได้หมดและยังเกือบได้อีกครั้งเมื่อ รูนี่ย์ ได้ลากตัดในเขตโทษก่อนจะหนีแอกเกอร์ และสับไกด้วยขวาแต่บอลถากเสาออกไป ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเอาปาร์ค ออกและให้ สโคลส์​ลงมาแทนท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนบอล โดยก่อนนี้ ไรอัน กิ๊กส์ ตัวเก๋าอีกคนก็ได้ลงสนามมาซึ่งเป็นการคืนสนามครั้งแรกหลังแขนหักพักไปยาว

ลิเวอร์พูล หมดปัญญาที่จะไล่ตามตีเสมอ​โดยไม่สามารถสร้างความกดดันได้เลย แต่ก็ยังมีโอกาสดีที่สุดในนาทีสุดท้ายของเกม เมื่อตอร์เรส ได้บอลเปิดจากเจอร์ราร์ด เข้ามาถึงในเขตโทษและได้แปเน้นๆแต่ว่ากลับยิงแป้ก เบนายูน พยายามจะโขกซ้ำก็เบาอีกสุดท้ายก็เลยพ่ายแพ้ไปในเกมนี้ 2-1 ความหวังในการไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ชักยากขึ้นส่วนผีแดงได้เฮทั้งขึ้นนำจ่าฝูงและสยบคู่แข่งพร้อมดับฝันไปในตัวด้วย

Tags: ,

10 Responses to “[Report] Man Utd 2-1 Liverpool :-(”

  1. God_Anfield says:

    ราฟา…..ออกไป

  2. getkop says:

    เสียดายลูกสุดท้ายที่ตอเรสแป๊ก

    อยากให้ ราฟา ออกแล้วเหมือนกัน

  3. Ruji says:

    กองกลาง ไม่มีมิติเอาซะเลย บ้าเจง!!

  4. PePe says:

    พิจารณาตัวเองได้แล้วครับราฟา เล่นแบบนี้ ก็เหมือนเตรียมตัวแพ้แหละครับ โดนนำตั้งแต่นาทีหกสิบ กว่าจะเปลี่ยนตัวนาทีเจ็ดสิบกว่าๆ สิบกว่านาที นี่กะตีเสมอแมนยูเหรอครับ พอเปลี่ยนเอา ตัวรุกมา แมนยูก็ตั้งรับ รอสวนกลับแล้วล่ะครับ แท็คติกนอกบ้านทีไร จัดตัวเหมือนเดิมตลอด เค้าจับทางได้หมดแล้วล่ะครับ ผมคนนึงล่ะครับที่เบื่อราฟา ยกมือสนับสนุน ด้วยครับ

  5. iAomoholic says:

    ผมเบื่อราฟาที่เอาแต่ลูคัสลงอ่ะ.. ก็เห็น ๆๆ กันอยู่ว่าลงมาแล้วทำอะไรไม่ได้
    แต่กว่าจะเปลี่ยนออก นาที 82
    คิดอะไรอยู่…..
    AA เล่นดี… แต่ไม่ได้ลงตัวจริง

    ที่จริงทำใจไว้แล้วก่อนเกมส์
    ว่่าขอเสมอ 0-0 ก็ยังโอเค
    แต่เมื่อนำเร็ว… ความหวังมันก็มาเต็มเปี่ยมม ชนะได้แน่ !!!

    สุดท้ายก็ไม่รอด..
    เหมือนเกมส์เจอปืนเป๊ะเลย
    นำเร็ว.. แต่โดนสวน 2 ลูกรวด
    มีเวลาเอาคืน… แต่ราฟาไม่ทำอะไร
    เริ่มขยับตอนนาที 80+
    สุดท้ายก็ตามไม่ทัน…. เฮ้อออออ

    Liverpool, Walk on walk on !!

  6. Polsin says:

    เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเรื่อง ราฟา ผมสังเกตุอยู่หลายนัดแล้วว่า บางครั้ง ราฟา กลัวมาก ๆ กลัวที่จะใช้เกมส์รุกตั้งแต่แรก กลัวที่จะใช้นักแตะที่เล่นดีกว่าและจะทำให้ตัวเองคิดผิด และใช้ tactic เดิม ๆ

  7. codered says:

    เกิดอะไรขึ้นกับ liverpool กันแน่ ดูเหมือนนักเตะไม่มีไฟจะเล่นเลย เห็นวิ่งไล่กันอยู่ก็ไม่กี่คน ถ้าเป็นแบบนี้เนี่ย ฤดูกาลหน้า คงจะแยกย้ายกันแล้วใช่ไหม เห้อออ…

  8. Alcoholiday says:

    การจัดตัวเหมือนกับว่าต้องการแค่หนึ่งแต้มกลับมา ในขณะที่สถานการณ์ในการแย่งโควต้าแชมเปี้ยน ลีกมันต่างกัน
    กลัวแพ้??? ถ้าแพ้เพราะเปิดเกมสู้ซึ่งหน้าจะดีกว่านี้ไหม????
    ลูคัสกับการตัดเกมรุกของแมนฯยูฯไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าทำได้ดี ไม่มีส่วนร่วมในเกมรุกและรับ แต่บอลรุกต้องมาเริ่มที่เขาก่อนจะถ่ายบอลออกข้าง แทบไม่เห็นการผ่านบอลขึ้นไปข้างหน้า แบ็คซ้ายที่กลัวการถูกเจาะก็กลายเป็นบ่อชัดเจน GJ เล่นเหมือนไม่ควรที่จะติดทีมชาติ จังหวะเข้าปะทะและตัดบอลผิดไปหมด เงะงะจนไม่น่าวางใจ ไม่กล้าบุกกล้าเติมเหมือนโลโก้ประจำตัว ไม่เข้าใจอีกอย่างวว่าทำไมคาร่าต้องสวนยาวไปข้างหน้าทุกครั้งที่ได้ตั้งเกม แตะให้กลางเล่นจะดีกว่ามากมาย ที่สำคัญทำไมราฟาขาดความมั่นใจในการตัดสินใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แก้เกมช้าและใจไม่ถึง ถึงยังไงก็ยังสนับสนุนราฟาอยู่ครับ จำได้ว่าในสมัยอีแวนส์เราได้อันดับห้าหกเจ็ดประจำ รอให้ราฟาเคลียร์ปัญหาใจของตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป ขออีกหนึ่งฤดูกาลนะครับ ใจเย็นๆและยิ้มเข้าไว้

  9. kkop says:

    จบกัน ตำนานแชมป์ 18 สมัย โดนแซงก็ งานนี้แหละ

    ***ลุคัสผมว่าเขาโอเคขึ้นนะดีกว่าตอนแรกเยอะ นัดที่เจอ ลีลล์ ประตูลูกโทษก็ได้มาจากลูคัสหลุดในเขตโทษ อ้อ แล้วก็อีกอย่าง สมัยที่เจมี่ คาร์ราเกอร์เพิ่งถูกดันขึ้นชุดใหญ่ ถ้าจำไม่ผิดคาร์ราเกอร์ ก็ แบบ ลูคัสนี่แหละ เพราะพลาดแบบโง่ๆ แล้วเสียประตู ประจำ แต่ พอมาวันนี้ คาร์ราเกอร์ ก็เป็นตำนาน
    ผมว่า เขาต้องมีไรดีถึงเป็นกัปตันทีมชาติบาลซิล ชุดU-21(ก่อนที่หงส์จะซื้อ)สิ่งที่ราฟามองเห็นในตัวลูคัส ลูคัสยังไม่ได้แสดงให้เห็น(ไม่รู้จะมีอะไรแสดงให้เห็นมั้ย)ก็ไม่รู้อาควิลานี่ จะใช่คำตอบหรือป่าว ….อาจจะรุกมากกว่าลูคัสและอลอนโซ่ แต่เกมรับละ ไม่รู้สิตอนต้นฤดูกาล โคตรเซ็งลูคัสแต่ตอนนี้ผมว่าแกok ชึ้นในระดับหนึ่ง อีกอย่างราฟาคุมทีมอยู่ผมก็ยังเชื่อมั่นในแผนของราฟา (ยกเว้นได้มูรินโย่)อย่าลืม4นัดก่อนหน้านี้ที่เจอแมนยู หงส์ชนะหมดมีลูคัสลงด้วย แล้วก็ จบฤดูการที่แล้วราฟาคุมได้ที่สอง ถ้าถามผมตอนนั้นเริ่มฤดูกาลนี้เปลี่ยนราฟาเป็นมูรินโย่ ผมก็ไม่เอามูรินโย่ แน่นอน คิดเหมือนผมมั้ยครับ

    Steve Gerrard Gerrard He’ll pass the ball 40 yards He’s big and hes fuckin’ hard Steve Gerrard Gerrard Steve Gerrard Gerrard He’ll pass the ball 40 yards He’s big and hes fuckin’ hard Steve Gerrar… >>>gerrad song..on the Kopstand ^^

  10. kkop says:

    อีกอย่าง ลืมบอกครับ ผมเกลียดเกาหลีครับ

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out