A A
RSS

[Report] หงส์เซ็ง! เล่นดีแต่พลาดโดนปืนไล่เจ๊า 1-1 นาทีสุดท้าย

Mon, Aug 16, 2010

Anfield

ทีม “หงส์แดง”​ลิเวอร์พูล อดผิดหวังไม่ได้เมื่ออุตส่าห์เล่นได้อย่างน่าประทับใจตลอดครึ่งหลังทั้งที่เหลือ 10 ตัวตั้งแต่ครึ่งแรกเมื่อ โจ โคล โดนใบแดงไล่ออกไปแต่ก็มาพลาดโดน “ปืนใหญ่”​อาร์เซนอล ตีเสมอได้ในนาทีสุดท้าย ทำให้จบเกมเสมอกันไปอย่าง 1-1 แบบดุเดือด

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

วันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. 2553

ลิเวอร์พูล 1-1 อาร์เซนอล
สนาม : แอนฟิลด์
ประตู :  1-0 ดาวิด เอ็นโก น.46, 1-1 โฆเซ่ มานูเอล เรน่า น.90​(เข้าประตูตัวเอง)

“หงส์แดง”​ลิเวอร์พูล เปิดสนามฤดูกาลใหม่โดยได้ต้อนรับการมาเยือนของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ซึ่งเป็นทีมคู่ปรับในระดับ “บิ๊กโฟร์” เช่นกัน แม้ว่าเจ้าถิ่นจะทำผลงานได้ย่ำแย่ในฤดูกาลที่แล้วด้วยการจบแค่อันดับ 7 ก็ตาม

รอย​ฮอดจ์สัน กุนซือคนใหม่เจ้าของตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมเมื่อปีกลายกับผลงานพาฟูแล่ม เข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก จัดทีมแบบสร้างเซอร์ไพรซ์ให้แฟนๆ ซึ่งไม่ใช่แค่จะมีเฟร์นานโด ตอร์เรส บนม้านั่งสำรองจริงๆ แต่ยังเป็นทีมชุดใหญ่ที่มี ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนที่ร่ำๆจะย้ายทีมลงสนามจับคู่กับ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ด้วย

ด้าน อาร์เซนอล ที่ได้ข่าวดีเมื่อนายใหญ่ อาร์แซน เวนเกอร์ ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 3 ปีก่อนหน้าเกมจะเริ่มต้นแค่วันเดียวยังไม่มีเสาหลักอย่าง เซสก์ ฟาเบรกาส และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในตัวจริงแต่ก็ส่ง โลร็องต์ คอสเซียลนี่ และ มารูยาน ชามัค สองน้องใหม่ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ หลังจากทำผลงานได้ดีในช่วงพรีซีซั่น

เกมออกสตาร์ทมาอย่างสูงสี แต่อาร์เซนอล มาเป็นฝ่ายได้จังหวะลุ้นครั้งแรกก่อนเมื่อ มาสเชราโน่ ไปทำแฮนด์บอลที่ระยะราว 35 หลาในแดนตัวเองทำให้เป็นโอกาสลองส่องของ โธมัส แฟร์มาเลน ได้ตะบันเต็มๆบอลพุ่งน่ากลัวแต่เรน่า ก็บินปัดออกไปได้

ลิเวอร์พูล เล่นตามเกมตัวเองไม่ได้เนื่องจากแดนกลางของ อาร์เซนอล เพรสซิ่งสูงจนทำให้เซ็ตบอลไม่ได้ แต่ก็มีช็อตเรียกเสียงฮือฮาเมื่อ โยวาโนวิช ที่ยึดปีกซ้ายตัวจริงโชว์การกระชากบอลเบียด ซาญ่า จนคว่ำก่อนจะไหลออกขวาให้ เคาท์ เปิดยัดมาเสาแรกแต่เข้ามาชาร์จไม่ถึง

รูปเกมหลังจากนั้นทั้งสองทีมเล่นกันสูสีมากขึ้นแต่การจะหาจังหวะเข้าทำยากเนื่องจากต่างฝ่ายก็ตั้งรับลึกทำให้เจาะได้ยาก ลิเวอร์พูล พยายามใช้การวางบอลจากแนวลึกขณะที่ อาร์เซนอล ใช้การทำชิ่งเจาะเข้าเขตโทษแต่ก็ไม่ค่อยได้ผลทั้งสองฝ่าย

นาทีที่ 20 อาร์เซนอล มาได้ฟรีคิกระยะไดุ้ล้นอีกครั้งราว 25 หลาหลัง เจอร์ราร์ด ไปเสียบใส่เอบูเอ้ จนร่วงแต่ นาสรี่ ก็ปั่นไม่ข้ามกำแพงบอลกระเด้งมาแฟร์มาเลน ยิงซ้ำก็หลุดออกไปเยอะ โดยจังหวะก่อนหน้านั้น ทีมกันเนอร์สทำได้เกือบดีเมื่อทำชิ่งจนทะลุเข้าในเขตโทษได้เป็นครั้งแรกของเกม

ช่วงนี้ทีมเยือนเริ่มกลับมาครองเกมได้เหนือกว่าอีกครั้ง และมาได้ฟรีคิกระยะใกล้เคียงกับเมื่อสักครู่แต่นาสรี่ ก็ปั่นติดกำแพงเหมือนเดิม ก่อนที่เกมจะเล่นกันแบบทรงๆไม่ได้มีลุ้นอะไรมากมายนัก

ลิเวอร์พูล มาทำได้ดีในช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อมีจังหวะจาก เกล็น จอห์นสัน ที่ทำชิ่งฝากบอลกับเคาท์ ก่อนจะหาจังหวะยิงซ้ายด้วยระยะ 20 หลาแต่ว่า อัลมูเนีย ก็ปัดข้ามคานออกไปได้ ก่อนที่จังหวะต่อมาในลูกเตะมุม เอ็นโก จะได้ขึ้นโขกเต็มๆแต่ว่า กลิชี่ ก็เคลียร์บอลจากเส้นได้อย่างหวุดหวิด

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ โจ โคล กระโจนเข้าบล็อกแถวมุมธง แต่เข้าช้าทำให้ไปเสียบโดน คอสเซียลนี่ ลักษณะใช้ขาหนีบ ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน วิ่งมาแจกโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกัน 0-0


ครึ่งหลัง ฮอดจ์สัน ยังไม่เปลี่ยนแปลงทีมแต่อย่างใด ซึ่งจากที่โชคร้ายในช่วงปลายครึ่งแรก ลิเวอร์พูล กลับมาได้ยิ้มออกในช่วงต้นครึ่งหลังเมื่อ ดาวิด เอ็นโก ได้บอลผ่านมาจาก มาสเชราโน่ ก่อนที่จะตัดสินใจยิงยัดเสาแรกบอลเสียบสามเหลี่ยมไปแบบสุดมัน ลิเวอร์พูล นำ 1-0

ถัดมาอีก 2 นาที หงส์แดงเกือบหนีไปอีกเมื่อได้ลูกฟรีคิกระยะ 35 หลาเยื้องไปทางริมเส้นฝั่งขวา เจอร์ราร์ด ปั่นบอลเข้าไปลูกมาถึง สเคอร์เทล ทะยานโขกเช็ดบอลเฉี่ยวคานออกไปแบบได้ลุ้นทีเดียว

นาทีที่ 56 เจอร์ราร์ด ครอสบอลเข้ามาเอ็นโก ขึ้นโขกจากระยะ 6 หลาบอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว ซึ่งหลังจากนั้น เวนเกอร์ มองดูแล้วลูกทีมเร่งไม่ขึ้นก็เลยถอด เอบูเอ้ และ วิลเชียร์ ออกแล้วส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ กับ โทมัส โรซิคกี้ ลงมาแทน

ลิเวอร์พูล ยังเล่นเหมือนไม่ได้มีตัวน้อยกว่าอยู่พักใหญ่ ขณะที่ อาร์เซนอล กว่าจะได้ลุ้นจริงๆก็ต้องรอถึงนาทีที่ 68 จากการขึ้นโขกของ แฟร์มาเลน ที่สะบัดขวิดบอลหลุดกรอบออกไปไม่ไกล ถือว่าได้ลุ้นทีเดียว

ถัดมาอีก 4 นาที อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกอีกครั้งเมื่อ เจอร์ราร์ด ไปสอยชามัค เข้าตรงระยะ 25 หลา ลูกนี้ วัลค็อตต์ ขอลองปั่นเองและทำได้ดีด้วยเมื่อปั่นโค้งอ้อมกำแพงไปเสาไกล ทำเอา เรน่า ต้องซูเปอร์เซฟบินปัดออกไปอย่างหวุดหวิด

หลังจากนั้น ฮอดจ์สัน ก็ส่ง “เอล นินโญ่”​ตอร์เรส ลงมาแทน เอ็นโก ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่นของเดอะ ค็อป ที่ดีใจได้เห็นฮีโร่ลงสนามและชื่นชมดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดี ส่วน อาร์เซนอล ก็ส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลงมาเช่นเดียวกันโดยถอด ซาญ่า ออก เรียกว่าเวนเกอร์ เทหมดหน้าตักเลยทีเดียว

อาร์เซนอล มาทำได้ใกล้เคียงที่สุดก่อนหมดเวลา 5 นาที จากจังหวะที่ โรซิคกี้ ทำชิ่งกับ ฟาน เพอร์ซี่ ก่อนจะหลุดทะลุเข้าไปในเขตโทษและพยายามแปเน้นๆแต่ว่า เรน่า ก็ซูเปอร์เซฟปัดด้วยปลายนิ้วบอลข้ามคานออกไปได้อย่างสุดยอด

ถัดมา เรน่า เกือบเสียท่าเหมือนกันเมื่อโดนบอลวางลึกเข้ามาที่เสาไกลและพยายามออกไปบล็อกแค่พลาดโดน ฟาน เพอร์ซี่ ตวัดกลับเข้ามาได้แต่ว่า วัลค็อตต์ เข้าไม่ถึงบอล โดนนักเตะหงส์ช่วยกันสกัดทิ้งออกมาได้อย่างหวุดหวิด

แต่ลิเวอร์พูล ก็ไม่รอดจนได้เมื่ออาร์เซนอล บดต่อเนื่องและมาได้ประตูตีเสมอในนาทีสุดท้ายจากจังหวะที่เปิดเข้ามา ชามัค โฉบโขกบอลตัดหน้าเรน่า ลูกไปชนเสาแต่ประตูชาวสเปน ที่พยายามวิ่งกลับมารับก็พลาดทำบอลปลิ้นเข้าประตูตัวเองไป

หลังโดนตีเสมอ ลิเวอร์พูล ดูจะพยายามกลับมายิงชนะให้ได้และมีจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา เจอร์ราร์ด ปั่นบอลได้สวยแต่ว่า อัลมูเนีย ก็ปัดบอลออกไปได้ ขณะที่ อาร์เซนอล ก็มาเหลือ 10 ตัวเหมือนกันเมื่อคอสเซียลนี่ ไปโดนสองเหลืองแบบไม่ค่อยจำเป็นทั้งเตะผ่าหมากเคาท์ และไปทำแฮนด์บอลกลางสนาม ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 แบบสุดมัน แบ่งกันไปฝ่ายละแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า, เกล็น จอห์นสัน,​เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, เดิร์ค เคาท์, ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ (ลูคัส เลวา น.78) , สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, มิลาน โยวาโนวิช​(มักซี่ โรดริเกวซ น.46) ,​โจ โคล,​ดาวิด เอ็นโก (เฟร์นานโด ตอร์เรส น.72)

ตัวสำรอง : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่, ฟาบิโอ ออเรลิโอ, เฟร์นานโด ตอร์เรส, มักซี่ โรดริเกวซ,​ไรอัน บาเบิล, ลูคัส เลวา, มาร์ติน เคลลี่

อาร์เซนอล : มานูเอล อัลมูเนีย, บาการี่ ซาญ่า (โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.76) ,​โลร็องต์ คอสเซียลนี่, โธมัส แฟณ์มาเลน, กาแอล กลิชี่, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ (ธีโอ วัลค็อตต์ น.60), อาบู ดิยาบี้, แจ็ค วิลเชียร์ (โทมัส โรซิคกี้ น.60) , ซาเมียร์ นาสรี่, มารูยาน ชามัค, อังเดร อาร์ชาวิน

ตัวสำรอง : ลูคัส ฟาเบียงสกี้, โทมัส โรซิคกี้,​โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, คาร์ลอส เวล่า, ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซานเดอร์ ซง, คีแรน กิ๊บบ์ส

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

Tags: ,

3 Responses to “[Report] หงส์เซ็ง! เล่นดีแต่พลาดโดนปืนไล่เจ๊า 1-1 นาทีสุดท้าย”

  1. pizza_peach says:

    น่าเสียดายจริงๆ เกือบชนะแล้วเชียว
    แต่หนึ่งคะแนน คิดว่าไม่เสียหายเท่าไหร่กับฟอร์มการเล่นและตัวผู้เล่น

    ปล. อยากได้กลางรับอีกตัวที่ม่ใช่ลูคัสนะ ลงมาแดนกลางอาเซน่อลครองบอลได้สบายขึ้นเยอะเลย
    หรือขอลุ้นกับปั๊กได้มั้ย

  2. lonelywolf says:

    กลางรับอีกตัว?
    คริสเตียน โพลเซ่น ไงครับ : )

  3. pizza_peach says:

    แต่มาสก็จะไปแล้วนะพี่

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out