A A
RSS

[ที่แรกในไทย!] Roy Hodgson: The first interview

Thu, Jul 1, 2010

Melwood

ตามธรรมเนียมครับ เมื่อมี “คนใหม่”​เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นนักเตะชุดใหญ่ ชุดเล็ก สตาฟฟ์​ทีมงาน หรือกระทั่งผู้จัดการทีม ก็ต้องมีการเชิญมาจับเข่าคุยกัน ถามไถ่ที่มาที่ไปถึงการตัดสินใจว่าทำไมจึงเลือกที่จะย้ายมาแอนฟิลด์

รอย ฮอดจ์สัน ก็เช่นกันครับ คล้อยหลังจากการแถลงยืนยันไม่กี่ชั่วโมงก็มีบทสัมภาษณ์ที่ถูกเผยแพร่ทาง Liverpoolfc.tv แล้ว

วาระพิเศษแบบนี้ Scouse.tv ก็ไม่เคยพลาดที่จะเอามาฝากกันก่อนใครเช่นกันครับ :)

สวัสดีรอย ยินดีต้อนรับสู่ลิเวอร์พูล, คุณดีใจแค่ไหนที่ได้อ่านความเห็นจาก สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ เมื่อเช้านี้ที่ออกมาชื่นชมในการแต่งตั้งคุณเข้าทำงาน

มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากและผมก็รออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้เจอกับพวกเขาทัง้สอง ผมได้เจอกับ เจมี่ ที่พอร์ท เอลิซาเบธ แต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา และมันก็ยังดูจะเร็วเกินไปด้วยในตอนนั้น ผมจะรอที่จะได้คุยกับทั้งสองคนในวันนี้ แต่ก็รวมถึงคนอื่นๆด้วยที่ไม่ว่าจะไปฮอลิเดย์หรือยังเล่นฟุตบอลโลกอยู่ก็ตาม

ตำแหน่งผู้จัดการทีมคนที่ 18 ในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล คุณภูมิใจแค่ไหนกับคำนี้?

ผมภูมิใจมากจริงๆ สโมสรแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนานในเรื่องของฟุตบอล และผู้จัดการทีมที่สโมสรแห่งนี้ก็ไม่เคยเป็นสองรองใคร มันจึงเป็นโอกาสที่ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ ผมทั้งภูมิใจและตื่นเต้นกับการที่จะได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

แฟนๆฟูแล่มรักคุณมาก แต่มันเป็นเพราะว่างานที่ลิเวอร์พูล มันดีเกินกว่าจะปฏิเสธได้?

ผมไม่คิดว่าจะมีงานเยอะแยะมากมายนักที่จะทำให้ผมย้ายออกจากฟูแล่มได้ อันนี้พูดตรงๆเลย ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับประธานสโมสรและซีอีโอ รวมถึงผู้เล่นในทีมนั้นก็ร่วมงานกับผมมาอย่างยอดเยี่ยมโดยตลอด และทุกอย่างที่นั่นก็ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ในอีกทางนึงเมื่อมันมีโอกาสเพราะลิเวอร์พูล อยากได้ตัวผม และพวกเขาก็ขออนุญาตที่จะได้มีโอกาสคุยกับผม ผมจึงขออนุญาตประธานสโมสร (โมฮัมเหม็ด อัล-ฟาเยด) เขาอาจจะไม่พอใจนักที่ต้องเสียผมไป แต่ก็ถือเป็นโชคดีของผมที่งานนี้เข้ามาพอดี และผมก็มีความสุขที่จะได้มาอยู่ที่นี่

เมื่อไหร่ที่คุณได้รู้เป็นครั้งแรกว่าเราสนใจในตัวคุณ และความคิดแว้บแรกของคุณในเรื่องที่จะได้เข้ามาทำทีมลิเวอร์พูลคืออะไร?

มันนานมาแล้ว ก่อนที่ผมจะไปแอฟริกาใต้อีก ทางลิเวอร์พูล มีการดำเนินการอย่างน่ายกย่อง ผมอาจจเป็นคนแรกๆที่ได้คุยกับพวกเขา แต่ว่าพวกเขาก็พยายามที่จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยตามกระบวนการ และทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมรู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องนี้มากเพราะว่ามันหมายถึงพวกเขาได้เลือกผมแล้วหลังจากที่ได้มีการพยายามทำการบ้านอย่างหนัก ทั้งการสัมภาษณ์ผม สัมภาษณ์คนอื่นๆ และสุดท้ายก็พยายามจนได้ตัวผมมา ความรู้สึกของผมยิ่งดีขึ้นไปอีกเมื่อได้มาอยู่ที่นี่

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าลิเวอร์พูล สนใจคุณอยู่?

มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก มีอะไรตีกันในหัววุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องการงาน เรื่องความคาดหวัง และผมก็หวังถึงขั้นว่าอย่างน้อยที่สุดก็อยากจะลองคุยกันดูว่าพวกเขาจะตัดสินใจคิดว่าผมเป็นคนที่ใช่สำหรับงานนี้หรือเปล่า?

คุณเริ่มเข้ามาทำงานในวงการนี้ในช่วงที่ ลิเวอร์พูล กำลังครองยุโรป คุณเคยติดตามปรมาจารย์อย่าง บ็อบ เพสลีย์​อย่างใกล้ชิดหรือเปล่า และได้เก็บเกี่ยวอะไรกลับมาช่วยคุณในการทำงานบ้างหรือไม่?

สิ่งที่ผมจำได้ก็คือเรื่องสไตลืของลิเวอร์พูล บนหน้ากระดาษมันก็ไม่ใช่สไตล์การเล่นที่พิศดารอะไร แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องยากมากที่สุดที่จะทำได้ ในช่วงนั้นผมเริ่มงานที่สวีเดน ซึ่งตอนนั้นผมก็ประทับใจกับคุณภาพของการผ่านบอล คุณภาพของการเคลื่อนที่ และแนวทางที่ผู้เล่นทุกคนพร้อมจะหาช่องว่างเพื่อช่วยเพื่อน แน่นอนมันเป็นฝีเท้าของผู้เล่นด้วยส่วนหนึ่งที่ทำได้ขนาดนี้ โดยเริ่มจาก โตแช็กกับคีแกน จากนั้นก็เป็น ดัลกลิช กับรัช และก็ยังมีความเข้าใจอันยอดเยี่ยมระหว่างแบ็กโฟร์ทั้ง สมิธ, ธอมป์สัน,​แฮนเซ่น และลอว์เรนสัน เราเติบโตมากับเรื่องพวกนี้ แกรม ซูเนสส์ เคยเป็นโค้ชแต่ว่า บ็อบ ก้ยังอยู่ที่ เมลวูด และผมก็เคยได้มีโอกาสดื่มชากับเขา เขาเป็นคนที่น่าสนใจมาก เราคงไม่มีทางที่จะย้อนวันเวลาและกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกครั้ง แต่มันก็คงเป็นเรื่องดีมากถ้าเราจะทำแบบนั้นให้ได้อีกครั้ง ในแนวทางที่สืบทอดในสิ่งที่มีคนรุ่นก่อนบุกเบิกไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว

คุณรู้ประวัติศาสตร์และขนบธรรมเนียมที่สโมสรแห่งนี้ดีแค่ไหน และอะไรคือแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คุณย้ายมาที่นี่?

มันคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องมีในการเป็นผู้จัดการทีม ที่ลิเวอร์พูล​โดดเด่นกว่าทีมอื่นก็เพราะขนบธรรมเนียมที่ยิ่งใหญ่ แต่ต่อให้เราไปอยู่กับทีมเล้กๆเราก็ต้องเรียนรู้อยู่ดีว่าสโมสรแห่งนั้นเคยผ่านอะไรมาบ้างในอดีต และสโมสรนั้นมีความหมายต่อผู้คนแค่ไหนอย่างไร ซึ่งไม่มีที่ไหนที่สโมสรฟุตบอลจะมีความหมายต่อชาวเมืองมากไปกว่าที่นี่อีกแล้ว

คุณเคยคุมทีมใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน รวมถึงทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาก่อน แล้วงานที่แอนฟิลด์ เมื่อเทียบกับสองงานนี้เป็นอย่างไร?

มันเป็นเรื่องไม่ฉลาดนักถ้าจะเปรียบเทียบกันและมันก็คงจะเป็นการโกหกถ้าผมจะบอกว่าไม่มีงานไหนจะเป็นไฮไลท์กับผมมากกว่างานนี้อีกแล้ว ผมทำงานมายาวนานและใช้เวลานานกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำเป็นเรื่องแรกหลังรับตำแหน่ง?

สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเริ่มงานทันที ต้องทำงานร่วมกับผู้เล่น พยายามที่จะสร้างบรรยากาศที่จะทำให้เรามีโอกาสทำได้ดีขึ้นและหวังว่าเราจะทำได้ดีขึ้นในฤดูกาลนี้

แต่มันก็เป็นการไม่ดีนักถ้าจะไปการันตีว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะผมไม่สามารถคุยกับผู้เล่นได้โดยตรง แต่ผมจะพยายามให้ดีที่สุดในการที่จะรั้งตัวพวกเขาไว้

คุณจะทำอย่างไรในการที่จะรั้งตัวสตาร์ดังเอาไว้ที่แอนฟิลด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด

เรื่องนี้สำคัญแน่ ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่นี่ที่จะบอกว่าอยากจะเสียพวกเขาไป แน่นอนว่าแฟนๆคงไม่อยากจะเสียพวกเขาไปแน่ และเราในฐานะสโมสรแล้ว ผมก็จะพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เขาอยู่กับเราต่อไป ผมจะพยายามโน้มน้าวให้พวกเขาอยู่ที่นี่ต่อ ผมจะขอโอกาสจากพวกเขาและให้โอกาสเราได้ทำผลงานที่ดีขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว นักเตะทุกคนผิดหวังทั้งนั้น ซึ่งผมแน่ใจว่าหลังจากผลงานย่ำแย่ในปีที่แล้ว ผมจะทำให้ดีที่สุด แต่มันก็เป็นการไม่ดีนักถ้าจะไปการันตีว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะผมไม่สามารถคุยกับผู้เล่นได้โดยตรง แต่ผมจะพยายามให้ดีที่สุดในการที่จะรั้งตัวพวกเขาไว้

คุณวางแผนที่จะคุยกับนักเตะแกนนำคนอื่นๆที่อยู่ในช่วงฟุตบอลโลก หรือที่กลับมาแล้วก่อนจะกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมหรือเปล่า?

ผมได้เจอกับบางคนแล้วในวันนี้ มีการพูดคุยกันเล็กน้อยในช่วงบ่ายกับนักเตะแกนนำโดยเฉพาะสตีเฟ่น และเจมี่ และผมก็จะติดต่อกับคนอื่นๆทางโทรศัพท์ ผมจะทำให้เสร็จก่อนสุดสัปดห์ซึ่งผมก็จะคุยกับทุกคนเพื่อบอกพวกเขาว่า ตอนนี้ผมมาทำงานที่นี่ และผมก็จะรอต้อนรับทุกคนกลับมาอีกครั้ง

ฟุตบอลโลกเป็นอุปสรรคสำหรับคุณหรือเปล่าเพราะจะทำให้คุณไม่มีเวลามากนักที่จะประเมินนักเตะในช่วงก่อนจะถึงรอบคัดเลือกยูโรป้า ในเดือน ก.ค.

มันเป็นอุปสรรคแน่ แต่ว่าถ้าเอาแต่โทษนั่นโทษนี่มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ฟุตบอลโลกมาทุกๆ 4 ปี ซึ่งมันเป็นโอกาสที่สำคัญของนักเตะทุกคน และเราก็ต้องอวยพรให้พวกเขาโชคดีและหวังว่าพวกเขาจะมีประสบการณ์ที่ดี  สำหรับผมในฐานะผู้จัดการทีมนั้นมันปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้มันขัดขวางการเตรียมงาน โดยเฉพาะกับเราที่ฤดูกาลจะเริ่มต้นเร็วกว่าปกติในวันที่ 29 ก.ค. มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แต่ว่าในเกมฟุตบอลเราเจอเรื่องแบบนี้บ่อยกว่าที่จะไปคิดถึงการมีเวลาทำทีมแบบในอุมคติ และเราทั้งผู้จัดการทีมและผู้เล่นก็ต้องพร้อมที่จะรับมือกับมัน

คุณมีนักเตะใหม่ในดวงใจไว้บ้างหรือยัง?

เรายังไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้มากนัก เพราะเรื่องเพิ่งจะเรียบร้อยเมื่อวันอังคาร ผมมีเวลาน้อยมากที่จะได้คุยกับประธานหรือซีอีโอ โดยเฉพาะหัวหน้าแมวมองว่าเขาได้ไปดูนักเตะที่ไหนมาบ้าง แน่นอนว่าผมรู้จักนักเตะและผมก็มีไอเดียอยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่เวลาที่ถูกต้องที่ผมจะมาลงรายละเอียดในเรื่องนี้ มันเป็นงานที่ใหญ่มาก

ยังเลย สิ่งนึงที่พวกเขาบอกกับผมก็คือเราต้องพยายามทำในสิ่งที่เรามีอยู่ก่อน แต่พวกเขาก็บอกชัดเจนว่าถ้าเราโชคร้ายเสียใครไป ก็จะมีเงินให้ใช้ทำทีมแน่

คุณได้คุยกับบอร์ดในเรื่องงบประมาณหรือยัง?

ยังเลย สิ่งนึงที่พวกเขาบอกกับผมก็คือเราต้องพยายามทำในสิ่งที่เรามีอยู่ก่อน แต่พวกเขาก็บอกชัดเจนว่าถ้าเราโชคร้ายเสียใครไป ก็จะมีเงินให้ใช้ทำทีมแน่ ผมหวังว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้นเพราะผมไม่อยากจะเสียใครไป แต่เราก็ยังไม่ควรจะคิดไปไกลในตอนนี้ ประธานสโมสรมาที่นี่ในวันนี้และผมก็คิดว่าตลอดทั้งวัน ในช่วงที่ผมได้คุยกับนักเตะ ก็คงจะมีการพูดคุยกันและคงจะมีการเปิดประเด็นเรื่องพวกนี้บ้างแน่นอน

คุณประสบความสำเร็จในหลายๆประเทศทั่วยุโรป นั่นหมายถึงโอกาสที่คุณจะคว้าโทรฟี่กับลิเวอร์พูล ด้วยหรือเปล่า?

มันมีความหมายมาก ผมไม่เคยที่จะเอาสไตล์ผู้ดีๆไปใช้เวลาไปทำงานต่างแดน ผมพยายามจะปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผมไม่ได้เป็นคนที่จะเที่ยวไปบอกใครว่า “ทำไมไม่ทำตามแบบอังกฤษ” ผมพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้เสมอ แต่ในเวลาเดียวกันผมก็ไม่คิดว่าผมจะเป็นอื่นไปได้นอกจากเป็นคนอังกฤษ ดังนั้นการจะคว้าแชมป์อะไรสักอย่างในประเทศบ้านเกิดมันก็เป็นเรื่องที่วิเศษมากๆอยู่แล้ว ถ้าผมทำได้ที่นี่กับลิเวอร์พูล มันก็จะเป็นมงกุฎแห่งชัยชนะที่แท้จริงของผม

คุณได้คุยกับอดีตนักเตะลิเวอร์พูล หรือสตาฟฟ์คนอื่นๆก่อนจะรับงานนี้หรือเปล่า? แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์ เคยบอกอะไรคุณก่อนที่คุณจะไปหรือเปล่า?

มันไม่ได้คุยเลย แต่ผมก็ได้เจอกับ อลัน แฮนเซ่น และ มาร์ค ลอว์เรนสัน ที่ บีบีซี แต่พวกเราก็พยายามจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้ ผมได้เจอกับ เคนนี่ (ดัลกลิช) และคริสเตียน (เพิร์สโลว) เพราะเขาเป็นส่วนนึงของกระบวนการในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ เคนนี่ เป็นคนที่ผมรู้จักมายาวนาน แต่ในอีกทางนึงผมก็ไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยเพราะกระทั่งวันอังคาร ผมก็ยังไม่ได้รับการแจ้งว่า “เราจะให้งานคุณ ทุกอย่างตกลงกันได้แล้ว” ผมพยายามระวังตัวในการพูดคุยกับใคร แดนนี่ โทรมาถามผมและบอกว่าเขาได้ยินข่าวลือว่าผมจะไปลิเวอร์พูล มันเป็นแค่ข่าวลือในตอนนั้นก็คงไม่ใช่ประเด็นอะไรที่จะพูดคุยกัน

แล้วคุณมีแผนที่จะคุยกับแดนนี่ หรือเปล่า?

สิ่งที่ผมตั้งใจจะคุยกับเขากคือเกี่ยวกับเื่องของฟูแล่ม และอวยพรให้ลูกทีมของผมทุกคน ผมจะบอกเขาว่าผมมีความสุขแค่ไหนที่ได้ร่วมงานกับพวกเขาทุกคนและขอบคุณทุกคนสำหรับความทุ่มเทที่ยิ่งใหญ่เพื่อฟูแล่ม และเพื่อตัวผมเอง ซึ่งผมคิดว่ามันช่วยเพิ่มเครดิตให้ผมมากในตอนที่ลิเวอร์พูล ติดต่อเข้ามา ผมเป็นหนี้บุญคุณลูกทีมของผมทุกคน และผมไม่เคยปิดบังความรู้สึกนี้กับพวกเขา แต่ผมคงจะไม่คุยกับแดนนี่ เรื่องลิเวอร์พูล เพราะผมต้องคุยเรื่องนี้กับอีกหลายคนที่นี่

เคนนี่ ดัลกลิช เป็นคนสำคัญในกระบวนการคัดเลือกและได้สัมภาษณ์คุณ คุณเคารพเขาแค่ไหนและคุณรอคอยที่จะได้ร่วมงานกับเขาในอนาคตหรือเปล่า?

ผมเคารพเขามากเหมือนที่ทุกคนเคารพ เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในสีเสื้อของลิเวอร์พูล เขาเป็นตำนานของสโมสรและอยู่ในใจแฟนบอลเสมอ การที่มีคนอย่างเขาอยู่ในสโมสรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเขาจะทำงานกับเรา และช่วยเหลือสโมสรทุกทางที่เขาทำได้ ชื่อของเขาติดอยู่ในทำเนียบตำนานและสมควรจะอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเป็นยอดนักเตะที่แท้จริง

ลิเวอร์พูล ผ่านฤดูกาลที่เลวร้ายมา โดยแพ้ถึง 19 นัดและตกรอบทุกรายการอย่างรวดเร็ว แล้วฤดูกาลนี้คุณคาดหวังไว้ที่ตรงไหน?

ในเบื้องต้นความตั้งใจของผมก็คือทำให้ดีขึ้นก่อน สำหรับลิเวอร์พูล ความตั้งใจของพวกเขาก็คือการพยายามไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ และนั่นเป็นสิ่งที่เราจะพยายามทำให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันไม่มีประโยชน์ถ้าจะตั้งเป้าเอาไว้ต่ำเกินไปเพื่อแค่ให้เราดูดีขึ้นเวลาถ้าทำได้ดีกว่าเป้าหมายต่ำๆ ผมไม่คิดว่าจะมีนักเตะหรือสตาฟฟ์คนไหนที่อยากจะได้อย่างอื่นมากไปกว่าขอให้มันเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จ และเราก็อยากจะสร้างผลงานระบือลั่นในสนาม ไม่มีทางอื่นทีดีไปกว่าการทุ่มเททำงาน ไม่มีประโยชน์ที่จะให้่สัญญาที่เป็นได้แค่ลมปาก คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ และเราก็จะต้องพยายามแสดงให้เห็นด้วยการกระทำของเราในการซ้อมเป็นอันดับแรก จากนั้นก็คือการเล่นในแอนฟิลด์ และสนามอื่นๆ เราต้องพร้อมและต้องทำให้ดีพอ นี่คือหน้าที่ของผม หน้าที่ที่จะทำงานร่วมกับผู้เล่น และทำให้มั่นใจได้ว่าเราเป็นทีมที่ดีพอ

คุณมีข้อความอะไรจะฝากถึงแฟนๆลิเวอร์พูล หรือเปล่า?

ข้อความจากผมก็คือขอบคุณสำหรับโอกาสที่ผมได้มาทำงานที่นี่ ผมรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมของพวกคุณและรอคอยที่จะได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกคน ซึ่งผมได้เห็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมเคยบอกว่าที่นี่คือหนึ่งในสโมสรไม่กี่แห่งที่คำว่า “You’ll Never Walk Alone” มีชีวิตขึ้นมาจริงๆก็เพราะแฟนๆ ที่นี่ือสโมสรที่เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย ผมอยากจะได้รับกำลังใจและการสนับสนุนมากๆจากแฟนๆและผมก็ปรารถนาว่าผมคงจะไม่เดียวดายในการทำงานที่นี่ นี่คือข้อความของผม ขอกำลังใจให้ผมทำงานให้ได้ดีๆ และผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเช่นกัน

ผมเคยบอกว่าที่นี่คือหนึ่งในสโมสรไม่กี่แห่งที่คำว่า “You’ll Never Walk Alone” มีชีวิตขึ้นมาจริงๆก็เพราะแฟนๆ

Tags: , , ,

5 Responses to “[ที่แรกในไทย!] Roy Hodgson: The first interview”

  1. pizza_peach says:

    โอ้ยย อยากเห็นฟอร์มลิเวอร์พูลยุคใหม่แล้ว!!!

  2. PePe says:

    ยินดีต้อนรับครับ
    จะรอชมผลงานครับ ขอให้รั้งนักเตะที่มีประโยชน์กับทีมให้มากที่สุด คนไหนไม่เวริค์ ขายได้ก็ขายเลยครับ และอยากเห็นการให้โอกาสของบรรดาดาวรุ่งครับ

  3. free_look_mode says:

    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกัน

  4. laserlover says:

    รออ่านบทวิเคราะห์อยู่นะครับ ตามที่สัญญาเอาไว้ครับ
    ถ้าว่างเมื่อไหร่เขียนมาเลยนะครับ
    ผมเชื่อว่ามีคนตามอ่านอยู่เยอะครับ

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out