[Special Article] อนาคตราฟา…อนาคตลิเวอร์พูล
Fri, Jan 29, 2010
Credit: MSN Football
แต่ก็น่าจะมีเดอะ ค็อป อีกจำนวนไม่น้อยที่บ่นอุบด้วยความเสียดายที่ไม่ได้เห็นกุนซือชาวสเปน เดินจากไปเสียตั้งแต่เวลานี้
เรื่องนี้ต้องยอมรับกันว่าผลงานของ ราฟา ในฤดูกาลนี้ขัดใจแฟนบอลอย่างแรง เรียกว่าถ้าเมื่อฤดูกาลที่แล้วคือจุดสูงสุดสำหรับกุนซือชาวสเปน ตลอด 5 ปีในการทำงานที่แอนฟิลด์ และทำให้แฟนๆมีความสุขมากที่สุด
ผลงานในฤดูกาลนี้ก็คือจุดต่ำสุดและทำให้แฟนๆเจ็บปวดและเสียใจที่สุดไม่เช่นกัน
ก็เพราะว่าก่อนที่จะออกสตาร์ทฤดูกาล ใครต่อใครก็ต่างพากันคาดหวังว่า ลิเวอร์พูล น่าจะถึงคราวทะยานขึ้นไปเป็นทีมหมายเลขหนึ่งอีกครั้ง หลังร้อนแรงเกินห้ามใจในฤดูกาลที่แล้ว มีเพียงแค่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพียงคนเดียวที่มองว่าทีมของ ราฟา ไม่มีทางทำได้แบบเดิมแน่ และออกมากาชื่อทิ้งตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ออกตัว
น่าเหลือเชื่อที่คำทำนายของเฟอร์กี้ แม่นราวกับมีตาทิพย์ หงส์แดงในปีนี้นอกจากปีกจะหักแล้วยังสะบักสะบอม แทบจะหมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่ยังไม่ครบ 10 นัดแรกของฤดูกาล ตกรอบฟุตบอลถ้วยครบทุกรายการ เหลือแค่ ยูโรป้า ลีก ที่ได้สิทธิ์มาเล่นเป็นการปลอบใจเท่านั้น
ถึงจะมีองค์ประกอบมากมายในความตกต่ำของลิเวอร์พูล ที่เรียกว่าแม้กระทั่งคนในทีมเองก็ยอมรับว่า “มึน” และรู้สึกราวกับว่าทีมนั้นต้องคำสาป (หรือมีแฟนผีแช่งไว้ตอนมาเยือนบ้านเรา?) แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ที่คนจะต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวดังกล่าวก็คือ ราฟา
แต่ความจริงก็ไม่ใช่ว่าแฟนๆจะมาโห่ไล่อะไรกันตลอดเวลา
เรื่องการตกรอบ หรือการหมดลุ้นแชมป์นั้นเป็นเรื่องที่แฟนๆยังพอทำใจยอมรับได้บ้างเพราะรู้ว่าทีมมีขีดความสามารถจำกัดมากในหลายๆด้าน ที่ยังพอมีเครดิตอยู่ในปัจจุบันก็ด้วยชื่อเสียงเก่าๆและนักเตะแกนนำอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส และสตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ชูโรงให้ทีมเท่านั้น
สิ่งที่เดอะ ค็อป ทำใจยอมรับไม่ได้เลยในระยะหลังก็คือฟอร์มการเล่นของทีมที่นับวันก็ยิ่งสาละวันเตี้ยลง จนกลายเป็นคำถามว่าวันนี้ ราฟา ไม่ใช่ราฟา คนเก่าที่เป็นเจ้าพ่อแท็คติกลูกหนังแล้วงั้นหรือ?
ราฟา ที่ไม่ได้แก้ไขรูปเกมอะไรเลยในนัดที่เสมอกับวูล์ฟส ใช่คนเดียวกับที่ปรับหมากการเล่นในช่วงพักครึ่งของเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่อิสตันบูล รวมถึงการปรับกลหมากตลอดทั้งเกมจนในที่สุดทีมก็กลับมาคว้าแชมป์เหนือเอซี มิลาน ได้ราวปาฏิหารย์หรือเปล่า?
มันนำไปสู่ความเชื่อของหลายๆคน ราฟา น่าจะเดินมาสุดทางแล้วกับลิเวอร์พูล และหงส์แดงก็จะไม่มีวันดีขึ้นไปกว่านี้ได้อีกหากยังมีกุนซือชาวสเปนคนนี้ทำทีมอยู่
ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่เมื่อมีกระแสข่าวว่า ยูเว่ ต้องการได้ตัว ราฟา ไปทำทีมแทน แฟร์เรร่า โดยจะมีการตั้งกุนซือชั่วคราวทำทีมไปก่อนจนจบฤดูกาล จากนั้นจึงจะมีการแต่งตั้งกุนซือชาวสเปนให้ทำทีมถาวร จึงได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากเดอะ ค็อปทั่วโลก
เพียงแต่การที่เรื่องเกือบจะพลิกผันเมื่อ ยูเว่ ทำท่าจะเปลี่ยนใจลุยแต่งตั้ง ราฟา ทันทีตั้งแต่ตอนนี้ ก็ทำเอาเดอะ ค็อป หลายคนอดหวั่นไหวไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าทีมจะใครมาแทนที่ได้ในยามนี้ แล้วมันจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างถ้าเกิด ราฟา ไปในเวลานี้จริงๆ
บุญรักษาที่ดูเหมือนการเจรจาระหว่างตัวแทนของยูเว่ และทีมกฏหมายของ ราฟา ไม่น่าจะหาข้อสรุปได้ตรงกัน อีกทั้งกุนซือชาวสเปน ก็คงไม่อยากจะทิ้งงานในเวลานี้ที่ภารกิจยังค้างคาอยู่ ทำให้มีการแต่งตั้ง ซัคเคโรนี่ เข้ามาทำทีมแทนไปพลางๆก่อน
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเบียงโคเนรี่ จะไม่ต้องการเอล บอส แล้ว
สำหรับ ราฟา อนาคตกับลิเวอร์พูล นั้นอาจเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้ง เพราะนอกจากจะดูเหมือนว่าจะมาถึงทางตันแล้ว กุนซือชาวสเปนยังต้องแบกรับอะไรมากมายจนเกินไปในการบริหารทีม ที่ต้องลงลึกแม้กระทั่งบัญชีรายรับรายจ่ายของสโมสร เพราะเจ้าของใหม่อย่าง ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ ไม่ต่างอะไรจากทองห่อผ้าขี้ริ้ว
ดูโอมะกันนั้นข้างสุกใสข้างในเป็นโพลงของแท้
การที่ทีมขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการ ทำให้ ราฟา ไม่สามารถเติมเต็มทีมได้ทุกจุดอย่างที่ต้องการ หลายครั้งต้องตัดสินใจเลือกนักเตะเป้าหมายอันดับรองลงมาเพื่อให้สามารถจัดการเสริมนักเตะในจุดที่ต้องการมากกว่าก่อน ซึ่งนำไปสู่การเซ็นสัญญาที่ล้มเหลวจำนวนมาก
แต่ก็เช่นกัน ราฟา ก็ต้องยอมรับว่า “สายตา” ของตัวเองนั้นค่อนข้างมีปัญหาอยู่พอสมควรกับการเลือกนักเตะเข้ามาเสริมทีม เพราะกว่าค่อนนั้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ชั้นไม่ถึง”
ในขณะที่สไตล์การทำทีมของ ราฟา ที่เป็นบอลแท็คติกจ๋า นับวันก็ยิ่งดูไม่เหมาะกับลิเวอร์พูล เพราะสภาพทีมชุดปัจจุบันนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของ เอล บอสได้เต็มที่ โดยเฉพาะการเสียตัวคุมจังหวะเกมอย่าง ชาบี้ อลอนโซ่ ไปนั้นส่งผลร้ายแรงอย่างเห็นได้ชัด
นั่นทำให้ยิ่งเล่นยิ่งขัดตา ขัดหู และขัดใจแฟนไปเสียหมด จนเริ่มมีเสียงต่อต้านดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ
จุดนี้เองที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจอำลาแอนฟิลด์ของราฟา ในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลได้ เนื่องจากที่ผ่านมาสิ่งที่เอล บอส พยายามย้ำอยู่ตลอดว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาทำงานที่ลิเวอร์พูล ต่อไปแม้จะเผชิญความยากลำบากก็คือการสนับสนุนจากแฟนๆ
เพราะความจริงแล้วด้วยชื่อชั้นของราฟา ไม่ใช่เฉพาะยูเว่ ที่อยากได้ตัว กระทั่ง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ก็พร้อมจะปลด มานูเอล เปเญกรินี่ แล้วดึง ราฟา มาเสียบแทนได้ทันที เนื่องจากติดตามตัวมาหลายปี มีการยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง และยังมีข่าวเสมอในทุกซัมเมอร์ เนื่องจาก ราฟา คือสายเลือดแท้ของสโมสรที่เคยทำทีมชุดบีมาก่อน
ดังนั้นอนาคตของ ราฟา มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ขึนอยู่กับว่าสถานการณ์เลวร้ายของลิเวอร์พูล จะผ่อนคลายหรือไม่อย่างไร และทีมจะผ่าน “เส้นตาย” ด้วยการคว้าอันดับ 4 ได้หรือเปล่า
ส่วนลิเวอร์พูล นั้นโชคดีที่ยังไม่เสีย ราฟา ไปในเวลานี้เนื่องจากอาจส่งผลร้ายแรงต่อความมั่นคงของสโมสรได้ เพราะบรรดาแกนนำของทีมยังให้การสนับสนุนกุนซือชาวสเปนอยู่
โดยเฉพาะบรรดานักเตะสเปน (และลีกสเปน) ที่เป็นกำลังสำคัญในทีมอาจถึงขั้นแห่ย้ายตามกันไป ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นานโด ตอร์เรส, โฆเซ่ เรน่า, อัลเบิร์ต ริเอร่า, มักซี่ โรดริเกวซ รวมถึง ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ที่มีข่าวอยากจะย้ายอยู่แล้วก็อาจะผสมโรงด้วยก็เป็นได้
ถึงจะมีข่าวว่าบรฟรยากาศในทีมไม่ค่อยดี แต่แกนหลักของนักเตะลิเวอร์พูล นั้นยังให้การสนับสนุนราฟา และเชื่อว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลง
หากจะมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ก็ต้องถึงขั้นที่ทุกอย่างมันแย่จนกอบกู้ไม่ไหวก่อน วันนั้นทุกคนจะทำใจยอมรับได้และเตรียมใจสำหรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นความเข้าใจจะเกิด และสตาร์ในทีมก็อาจจะไม่แห่ย้ายตามกันไปหมดเพราะไม่พอใจกับการตัดสินใจของสโมสร เหมือนที่ แมนฯ ซิตี้ เกือบวงแตกเพราะปลดมาร์ค ฮิวจ์ส แบบสายฟ้าแลบ
สิ่งที่น่าคิดก็คือหาก ลิเวอร์พูล คิดจะเปลี่ยนแปลงจริง คำถามสำคัญคือ “ใครจะดีกว่าราฟา?”
แน่นอนว่าโค้ชฟุตบอลเก่งๆดีๆในโลกใบนี้มีไม่น้อย ที่มองเห็นๆกันอยู่ก็คือ กุส ฮิดดิ้งค์ ที่ถือเป็นปรมาจารย์ลูกหนังคนนึง เพียงแต่ด้วยความที่กุนซือดัตช์เป็นคนของ โรมัน อบราโมวิช จึงเป็นเรื่องยากที่เสี่ยหมีจะยกกุนซือคนนี้ให้คู่แข่งได้ง่ายๆ อีกทั้ง ฮิดดิ้งค์ ดูจะเก่งในเรื่องของการทำทีมระยะสั้นมากกว่าทำทีมระยะยาว
ยังมี เจอร์เก้น คลิ้นส์ัมันน์ ที่เคยเป็นข่าวมาก่อน เพียงแต่ด้วยฝีไม้ลายมือนั้นหลายคนยังสงสัยหลังเห็นบาเยิร์น มิวนิค ล้มเหลวชัดเจนในปีกลาย
คนที่น่าสนใจมากที่สุดและเป็นคนที่แฟนบอลแอบหมายปองก็คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพและดูพอจะมองเห็นช่องทางในการดึงตัวกลับมาทำทีมในพรีเมียร์ลีกได้อีกบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเพราะคนอย่าง “เดอะ สเปเชียล วัน” หากจะทำทีมไหนทีมนั้นก็ต้องมีขุมกำลังพร้อมสรรพไม่น้อย
โดยเฉพาะกำลังทรัพย์ต้องถึงระดับนึง เพราะนอกจากค่าเหนื่อยจะแพงแล้ว มูรินโญ่ คงจะไม่สบอารมณ์แน่หากไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณให้ทำทีมในการเสริมคนที่ต้องการ แม้ว่าก่อนจะมาอยู่กับ เชลซี และ อินเตอร์ มิลาน น้ามูจะเคยปั้นทีมอย่างปอร์โต้ โดยไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมายก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องของอนาคตที่คงจะต้องรอดูอีก 2-3 เดือนจึงจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากกว่านี้ว่าที่สุดแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในแอนฟิลด์หรือไม่
แฟนหงส์แดงก็คงต้องทนและทำใจเชียร์กันต่อไปก่อน
พร้อมท่องคาถาในใจดังๆ
“แอนฟิลด์ไม่เคยสิ้นคนดี แอนฟิลด์ไม่เคยสิ้นคนดี”
Tags: ราฟาเอล เบนิเตซ, ลิเวอร์พูล


‘ทองห่อผ้าขี้ริ้ว’ จริงๆครับ เจ้าของของเรา T^T
เปรียบเทียงได้โดนใจจริงๆครับ
all we can do is wait and see..