ก.พ. 2007
ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ ประสบความสำเร็จในการขอซื้อลิเวอร์พูล ด้วยเงิน 218.9 ล้านปอนด์ โดยให้สัญญาในเรื่องของการสร้างสนามใหม่ภายใน 60 วัน และให้สัญญากับ ราฟา เบนิเตซ ว่าจะซื้อผู้เล่นให้ทุกคนที่อยากได้ (ใช้คำว่า Snoogy Doody) และยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าพวกเขาเป็นคนดี
พ.ย. 2007
ความสัมพันธ์ระหว่างฮิคส์และจิลเล็ตต์ กับ เบนิเตซ ถึงจุดแตกหักเมื่อมีข่าวว่าสองอเมริกันที่โยนภาระหนี้ 237 ล้านปอนด์ให้กับสโมสรได้ลอบเจรจากับ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ในการเข้ามาทำงานแทน ราฟา
ม.ค. 2008
มีการประท้วงครั้งแรกของเหล่าเดอะ ค็อป ด้วยการเรียกร้องให้ดูโอมะกันขายหุ้นให้กับ ดูไบ อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล (DIC) กลุ่มที่เคยทำการเจรจาก่อนหน้าแต่ถูกปฏิเสธโดย เดวิด มัวร์ส อดีตเจ้าของและริค แพร์รี่ อดีตซีดีโอ แต่ไม่มีการตกลงกันเกิดขึ้นแม้ว่าการเจรจาจะมีความคืบหน้าไปมากก็ตาม
ทีม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล เตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อทางด้านธนาคารเจ้าหนี้ รอยัล แบงค์ ออฟ สกอตแลนด์ประกาศให้หนี้สินของ ทอม ฮิคส์และ จอร์จ จิลเล็ตต์ สองเจ้าของสโมสรเป็นหนี้เสีย และคาดว่าจะเหลือเวลาไม่ถึงเดือนที่จะได้ถือหุ้นในมือ
โดยหลังจากที่มีความเคลื่อนไหวมาโดยตลอดว่าในความพยายามเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเจ้าของสโมสรที่ ฮิคส์ และ จิลเล็ตต์ ถือครองมาเกือบ 4 ปีแต่ไม่มีอะไรดีขึ้นในแอนฟิลด์ ซ้ำยังก่อหนี้สินมหาศาลจนไม่สามารถจะชำระได้
ล่าสุดมีรายงานจากต่างประเทศเผยถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากทางธนาคารเจ้าของหนี้อย่าง “อาร์บีเอส” ที่ประกาศให้หนี้สินของ ลิเวอร์พูล กลายเป็นหนี้เสีย และทั้ง ฮิคส์ และ จิลเล็ตต์ มีเวลาถึงวันที่ 6 ต.ค. เท่านั้นที่จะหาทางประนอมหนี้
อย่างไรก็ดีคาดว่าทั้งสองไม่น่าจะมีโอกาสได้ทำการประนอมหนี้ โดยทางอาร์บีเอส น่าจะมีการสั่งให้มีการขายหุ้นโดยไม่มีแนวคิดที่จะเข้ามาบริหารสโมสรด้วยตัวเอง แต่ก็มีการตกลงลับในการรีไฟแนนซ์ช่วงเดือน เม.ย. ที่ไม่มีการเปิดเผย ที่อาจจะทำให้เป็นเรื่องยาก
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับ ลิเวอร์พูล ก็คือหากสถานการณ์เลวร้ายกว่านั้น ก็อาจจะต้องมีการใช้ไม้แข็งอย่างการบังคับให้ถูกเข้าควบคุมกิจการ ซึ่งกรณีนั้นจะทำให้ทีมโดนตัดแต้มถึง 9 แต้มเลยทีเดียวตามกฏของพรีเมียร์ลีก
Note by ลูกแม่กิ่ง
เรื่องนี้บอกกันไว้ว่า “อย่าเพิ่งกังวล” ครับ : )
ข่าวความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งก่อนหน้านี้ [...]
เดวิด มัวร์ส อดีตเจ้าของและประธานสโมสร “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง “เดอะ ไทม์ส” โอดครวญคิดผิดมหันต์ที่ขายหุ้นให้ จอร์จ จิลเล็ตต์ และ ทอม ฮิคส์ สองนักธุรกิจชาวอเมริกัน และวิงวอนขอให้ทั้งคู่ยอมโบกมือลาตอนนี้อย่างมีเกียรติดีกว่า
โดยทางด้าน มัวร์ส เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาร่วมขับไล่สองมะกันกำมะลอที่เข้ามาหากินกับ ลิเวอร์พูล โดยกู้เงินมาใช้เทคโอเวอร์แล้วไม่มีปัญญาหาเงินมาขับเคลื่อนสโมสรจนสุดท้ายก็กู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า กลายเป็นหนี้กว่า 315 ล้านปอนด์ และส่งผลให้ทีมตกต่ำในเวลานี้
ในจดหมายที่มัวร์ส ส่งถึง “ไทม์ส”มีเนื้อหาโดยสรุปว่ารู้สึกผิดหวังอย่างมาก และยอมรับว่าคิดผิดที่รีบร้อนตัดสินใจขายหุ้นให้ทั้งสอง ที่เข้ามาติดต่อในช่วงที่สโมสรกำลังเคว้งหลังมีปัญหาการเจรจากับดูไบ อินเตอร์เนชันแตล แคปิตอล “ดีไอซี”
มัวร์ส ได้ขอเรียกร้องในฐานะ “แฟนลิเวอร์พูลคนนึง” ขอให้ จิลเล็ตต์ และ ฮิคส์ ยินยอมที่จะเปิดทางปล่อยให้สโมสรได้ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยการขายหุ้นที่มีในมือออกไปให้เจ้าของใหม่ที่มีความพร้อมมากกว่าได้นำไปบริหารแทน
Credit : Sportinter.com
เรื่องของข่าวการขายหุ้นของ ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากครับ แต่กระแสไม่ร้อนแรงเหมือนก่อนด้วยเหตุผลหลายๆประการ ทั้งๆที่นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 เลยทีเดียว
ผมเองไม่มีเวลาในการเก็บข้อมูลมากเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังพอได้อ่านบทความหลายๆชิ้นและพบว่ามีหลายบทความน่าสนใจ ก็เลยเอามาประมวลรวมกันกับความเห็นของผมด้วย ออกมาเป็นการสรุปตามนี้ครับ
เรื่องนี้อยากให้ใช้เวลาอ่านกันให้ละเอียด มีอะไรติดใจตรงไหนถามได้นะครับ เพราะมันสำคัญมากสำหรับอนาคตของ ลิเวอร์พูล : )
Q: ทำไมประธานของ บริติช แอร์เวย์ส ที่ชื่อ มาร์ติน บรอฟตัน ถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล?
A: เขาถูกดึงมาเพื่อดูแลในเรื่องของการขายสโมสร หลังจากที่สองเจ้าของอเมริกัน ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ ตัดสินใจว่ามันถึงเวลาต้องขายแล้ว
Q: ทั้งสองคนไม่ได้พยายามที่จะหานักลงทุนเข้ามาหรือขายสโมสรด้วยตัวเองหรอกหรือ? ทำไมมันถึงได้แตกต่างกัน?
A: ทั้งสองพยายามแล้วแต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่น้อย พวกเขาไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องการักลงทุนรายใหม่ หรืออาจจะมีคนนึงอยากขายหุ้น 50% แต่อีกคนไม่อยากขาย แต่ตอนนี้มันชัดเจน 100% แล้วว่า ลิเวอร์พูล is for sale
Q: จะมีใครสนใจบ้าง?
A: บรอฟตัน มีคอนเนคชั่นกับหลายกลุ่มที่สนใจ และกลุ่มนักลงทุนจากตะวันออกกลางก็ยังดูมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ซื้อหุ้น นาสเซอร์ อัล-การาฟี่ มหาเศรษฐีชาวคูเวต เคยแสดงความสนใจก่อนหน้านี้ รวมถึง เชค โมฮัมเหม็ด แม้ว่าเขาอาจจะถูกกระทำมาหนักในช่วงก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายที่เป็นไปได้ก็คือทางราชวงศ์อาบูดาบี ซึ่งหนึ่งในสมาชิกของพวกเขาก็เป็นเจ้าของแมนเชสเตอร์ซิตี้ และสุดท้ายก็คือ ซาฮารา กรุ๊ป ของ ซูโบรโต รอย มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลก [...]
โต๊ะข่าว Scouse มารายงานตัวในสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ และสภาพอากาศก็วิปริตสุดๆนะครับ
วันนี้มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวเยอะพอสมควร และผมก็พอมีเวลานิดหน่อย ก็คาบข่าวเอามาฝากตามประสานะครับ
ไปดูกันเลยดีกว่า…
เว็บไซต์ ClickLiverpool รายงานข่าว “ซีฟ” (Exclusive) ที่น่าสนใจครับ โดย “อ้างว่า” เจ้าชายไฟซาล แห่งราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย เตรียมจะเดินทางมาชมเกมที่แอนฟิลด์ ในวันบ๊อกซิ่งเดย์ ในนัดที่จะพบกับ วูล์ฟส ซึ่งการมาในครั้งนี้เพื่อการเจรจาขอซื้อหุ้น 50%
ผมย้อนกลับไปอ่านหลายบทความที่เขียนถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ผ่านมาแล้วก็ต้องยอมรับว่างานเขียนนั้นขาดความสุขุมไปพอสมควร
อาจเป็นเพราะสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในชีวิตที่สืบเนื่องกับอีก 2 ชีวิตที่รอคอยการตัดสินใจจากผม ทำให้จิตใจนั้นไขว้เขวและไม่อยู่กับร่องกับรอยนัก
หรือาจเป็นเพราะความผิดหวังจากผลงานในฤดูกาลนี้ที่เดินสวนทางกับความคาดหวังที่มีมาแต่ต้น ทำให้เกิดความห่อเหี่ยวและยากที่จะควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้
อย่างไรก็ดีความจริงมีหนึ่งเดียวครับ คือลิเวอร์พูล ในยามนี้กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญ
ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อก้าวไปสู่การเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ
แต่เป็นการต่อสู้เพื่อการรักษา “สถานภาพ” ของตัวเองเอาไว้…
มีความคืบหน้าเรื่องการขายหุ้นของ ทอม ฮิคส์ กับ จอร์จ จิลเล็ตต์ มาเล่าแบบสั้นๆครับ ไม่อยากพูดยาว เปลืองพลังในการจิ้มแป้น!
ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมา “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย” อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องผลประโยชน์ จะขายหุ้นก็ไม่ขายกลัวเสียของดี แต่จะลงทุนก็ไม่มีตังเพิ่ม หนี้ก็ท่วมหัว จ่ายดอกกันแทบไม่ไหวอยู่แล้ว แบงค์ก็เร่งให้ไปหาคนมาลงทุนเพิ่มไม่งั้นจะบีบให้ขายหุ้นออกไป ไม่ก็ต้องขายนักเตะดังๆหาเงินมาปลดหนี้
ล่าสุดยืนยันกันนะครับว่าทั้งสองตกลงร่วมกันที่จะขายหุ้นออกไปรวมกันคนละ 15% หรือรวมสองคน 30% ให้ได้เงินจำนวน 100 ล้านปอนด์เพื่อต่อลมหายใจของตัวเอง แต่ถ้าถามว่าใครจะมาลงทุนนั้น ตอนนี้ไม่รู้ครับ รู้แต่ทั้งสองคนเชิญมานั่งดูเกมมั่วไปหมด เรียกว่าช่วงนี้เข้าแอนฟิลด์รวมกันบ่อยกว่าที่ซื้อหุ้นมาเกือบ 3 ปีด้วยซ้ำไป
เขียนถึงแค่นี้พอแล้ว เซ็ง!
มีข้อมูลเชิงลึกหลุดออกมาจากสื่อในอังกฤษ ซึ่งยังไม่เป็นที่ “ยืนยัน” ว่าเท็จจริงแค่ไหน
แต่เรื่องนั้นน่าสนใจครับ ว่า ลิเวอร์พูล เกือบจะต้องขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้วด้วยเงินค่าตัว 70 ล้านปอนด์
Thursday, October 7, 2010
0 Comments