ได้มีเวลาพักสมองให้เบาๆกัน 2 วัน สดชื่นขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ?
ผมเองก็ดีใจครับที่ได้มีเวลาให้สมอง ร่างกาย และจิตใจได้คลายความอ่อนล้าลงไปบ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเขียนคอลัมน์ประจำทุกวันมันเป็นงานที่หนักและกินพลังงานสูง
ไม่ได้แค่พลังร่างกาย แต่ยังมีพลังความคิด และพลังจิตใจที่ต้องใช้รวมกันทั้งหมด
กัดฟันเขียนได้ผ่านมาจนถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ทางตรงที่ 2 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกจะ “สปรินต์” ใส่เกียร์สุนัขกันเพื่อเข้าเส้นชัย ก็รู้สึกดีใจแล้วครับ
ดีบ้างไม่ดีบ้าง ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็ว่ากันไป ใครอ่านแล้วชอบผมก็ดีใจครับ แต่ถ้าอ่านวันไหนแล้วขัดใจตรงนี้ก็ต้องขออภัยด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผิดหวังหรือไรครับ เพราะชีวิตนักเขียนก็ไม่ต่างอะไรจากนักฟุตบอล
มันมีวันที่ฟอร์มดี ฟอร์มตก และวันอับโชคบ้างเป็นธรรมดา ^^”
น่าเสียดายแทน ลิโอเนล เมสซี่ ที่พลาดโอกาสทำประตูที่สวยที่สุดลูกหนึ่งในฟุตบอลโลกไปครับ
อาจจะไม่ตระการตาเหมือนการลากเลื้อยหลบผู้เล่นอังกฤษ 6 คนก่อนจะส่งบอลเข้าไปสู่่ก้นตาข่ายของเจ้านายและโค้ชที่รักอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ในปี 1986
แต่การต่อบอลประสานงานจากเท้าสู่เท้าของนักเตะอาร์เจนไตน์ ก่อนที่ เมสซี่ จะพาบอลขึ้นมาเพื่อฝากบอลกับ คาร์ลอส เตเบซและเติมขึ้นไปเล่นต่อ โดยโยกหลอกนักเตะเกาหลีใต้ด่านแรกจนหลงทางก่อนจะมาใช้ข้างเท้าด้านนอกแตะจังหวะเดียวก็หลอกนักเตะเกาหลีใต้ได้อีก 3 คน
มันเป็นการเข้าทำของอัจฉริยะลูกหนังที่สมบูรณ์แบบเกือบทุกอย่าง
ที่ขาดไปก็คือการเดินทางของลูกฟุตบอลที่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย ไม่ได้ไหลเข้าประตูอย่างที่มันควรจะเป็น
ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
แต่เท่านี้ก็พอทำให้เราได้เห็นภาพของ “กงล้อประวัติศาสตร์” ที่ส่อแววอาจจะเวียนกลับมาบรรจบอีกครั้ง
อย่างพิเศษที่สุด
Tuesday, July 6, 2010
0 Comments