ณ ขณะนี้คนสเปน หลายล้านคนไม่ว่าจะอยู่ ณ ดินแดนใดก็คงมีความสุขและนอนหลับฝันดีกันอยู่แน่ๆ
จะไม่ให้ฝันดีได้เช่นไร ในเมื่อมันเป็นฝัน และเป็นวันที่พวกเขารอคอยมานานแสนนาน
ดาวและเดือนบนฟ้าอาจจะคว้าให้ไม่ได้ แต่ขุนพล “ลา โรฆา” ก็คว้าดาวหนึ่งดวงมาประดับอยู่บนตราสัญลักษณ์ของทีมชาติมาฝากทุกคนบนชาติได้
มันคือดวงดาวแห่งความภาคภูมิใจของชาวเอสปันญ่า มันคือดวงดาราแห่งความสุขสมหวัง
หลายคนยิ้มกว้าง หัวเราะร่า บางคนน้ำตารินด้วยความปีติ
มันคือช่วงเวลาหนึ่งแห่งความทรงจำ และจะเป็นลำนำขับขานไปอีกนาน
สเปน คือแชมป์โลกทีมที่ 8 บนผืนพิภพนี้ - อย่างคู่ควร
1.
ในศาสตร์ของฟุตบอล หนึ่งใน “วิชา” ที่ได้รับการยกย่องว่าอยู่ในขั้นสูงสุดคือวิชาที่เรียกว่า “ฟุตบอลสัมบูรณ์”หรือ “โททัลฟุตบอล”(Total Football)” ซึ่งมีเฉพาะเพียงแค่ทีมชาติฮอลแลนด์ เท่านั้นที่ถือเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ
คำนิยามของโททัลฟุตบอล นั้นหาคำมาบรรยายอย่างถูกต้องที่สุดได้ยาก
ที่พอจะอธิบายให้เข้าใจในศาสตร์ลูกหนังชั้นสูงนี้ได้ที่สุดก็คือการที่นักฟุตบอล 10 คนที่ลงเล่นในสนาม ยกเว้นเพียงผู้รักษาประตู จะต้องสามารถเล่นทดแทนตำแหน่งของเพื่อนได้ตลอดเวลา โดยที่ทุกคนจะไม่มีตำแหน่งประจำ
ไม่มีระบบ แต่มีระเบียบ ไม่มีตำแหน่ง แต่มีความเข้าใจ
แบร์รี่ ฮุสโชฟฟ์ อดีตกองหลังในยุคของ “ท่านนายพล” ไรนุส มิเชลส์ ปราชญ์ลูกหนังชาวดัตช์ เล่าย้อนความหลังถึงความหลังที่น่าจดจำว่า “มันเป็นเรื่องของการที่เราจะวิ่งไปตำแหน่งไหน เราจะหยุดยืนตำแหน่งไหน และเวลาไหนที่เราจะไม่เคลื่อนไหว”
“มันคือเรื่องของการสร้างพื้นที่ การเข้าสู่พื้นที่ และการจัดการพื้นที่ ไม่ต่างจากการเป็นสถาปณิกในสนาม”
ในบรรดาหมู่อาหารยอดนิยมแล้ว ผมเชื่อว่าน่าจะเกือบทุกคนที่โปรดปราน “หมึก”กันเป็นพิเศษ
น่าเสียดายที่ผมไม่ชอบทานครับ
ไม่ใช่กลัวจะอ้วนหรือไร (เพราะอ้วนไปแล้ว) แต่เหตุผลก็คือผมเป็นคนแปลกๆในเรื่องของการเลือกอาหาร อันไหนชอบก็คือชอบ อันไหนไม่ชอบก็คือไม่กิน โดยที่บางทีบางครั้งก็ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่น ผมไม่ชอบไข่ขาว ดังนั้นถ้าเป็นเมนูไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียว ไข่คน ไข่ตุ๋น ก็จะไม่แตะเลยแม้แต่น้อย จะทานก็เฉพาะไข่ต้ม ไข่ดาว และไข่เค็ม โดยจะเลือกเฉพาะไข่แดงเท่านั้น หรือถ้าสั่งเมนูบางอย่างที่ต้องใส่ไข่ผสม เช่น ผัดไท ผัดซีอิ๊ว ถ้าเลือกได้ก็จะบอกไม่ใส่ไข่
อาจยกเว้นข้าวผัดเท่านั้นที่หยวนๆกินได้ แต่ถ้าเห็นไข่เป็นก้อนๆก็จะเขี่ยทิ้ง (ซึ่งฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้ใช่ไหมครับ ฮ่าๆ)
ปลาหมึกก็เช่นกันครับ ผมจำไม่ได้ว่าทำไมถึงเลิกกิน ทั้งๆที่ตอนเด็กๆผมชอบกินไข่ปลาหมึกเสียบไม้ปิ้งมาก ซึ่งราคาสมัยนั้นก็แพงมาก เท่าที่จำได้น่าจะเป็นส่วนที่แพงที่สุดของปลาหมึกด้วยซ้ำไป เรียกว่าผมขอไม้เดียวก็น่าจะเท่ากับพี่ชายสั่งหมึกปิ้งมากิน 3-4 ไม้แล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่กินปลาหมึกเลยนะครับ จะปฏิเสธก็เฉพาะปลาหมึกที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ เป็นตัวๆเท่านั้น เพราะถ้าเป็นปลาหมึกบด ปลาหมึกปิ้ง ปลาหมึกสควิดดี้ ปลาหมึกเต่าทอง (ใส่น้ำปลาหน่อย) อันนี้ชอบเลย
ความหอม หวาน มัน และ “หนึบ”น่าจะเป็นเสน่ห์ของปลาหมึก บวกกับการนำไปประกอบอาหารได้ง่าย [...]
ย้อนหลังกลับไปเมื่อสองปีก่อน ผมเป็นหนึ่งในผู้คนหลายหมื่นที่อยู่ในสนาม แอร์นสท์ ฮัปเปิล สตาดิโอน สนามที่ตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่ปรมาจารย์ลูกหนังของชาวออสเตรีย เพื่อเฝ้าชมเกมนัดสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
วันนั้น สเปน ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดรายการ ได้พบกับเยอรมนี ที่ผ่านเข้ารอบมาแบบถือว่าเซอร์ไพรซ์ เพราะด้วยศักยภาพทีม ขุมกำลัง และปัจจัยต่างๆนั้นทีมด็อยชต์ลันด์ ไม่ได้ดีพร้อมเหมือนคู่แข่ง
เราทราบกันนะครับว่าบทสรุปสุดท้ายชัยชนะเป็นของทีม “ลา โรฆา” ที่คว้าโทรฟี่ อองรี เดอ โลเนย์ ไปครองได้สำเร็จ โดยที่พูดได้เต็มปากว่า “คู่ควร”
เฟร์นานโด ตอร์เรส คือฮีโร่ในวันนั้นเพราะทีมเหลือความหวังเดียวในแดนหน้าเนื่องจาก ดาวิด บีญ่า ที่นำเป็นดาวซัลโวก่อนเกมดังกล่าวเพราะมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งความจริงในทัวร์นาเมนต์นั้น “เอล นินโญ่”ก็ระเบิดฟอร์มถล่มประตูไม่ค่อยออกเหมือนกัน
หนืดและฝืด แต่ก็ยังดูน่าเกรงขามอยู่
กองเชียร์ที่เดินทางมาไกลจากสเปน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน
วันนั้นไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม อยู่ ณ หนใดก็ยังได้ยิน “อัปปาเลโอ่ โอ้เล” หรือ “วีว้า วีวา เอสปันญ่า” ดังขึ้นตลอดเวลา
1.
ทุกคนมีความฝัน
ผมเองก็มีความฝัน คุณเองก็มีความฝัน เราทุกคนล้วนมีความฝัน ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมมีทั้งที่คล้ายและที่ต่าง
บางฝันเล็ก บางฝันกลาง บางฝันใหญ่
มากบ้างน้อยบ้างก็ย่อมมีคนที่ทำได้สมดังฝัน
ผมเองฝันไว้ตลอดว่าจะมีสักวันที่จะได้เป็นคอลัมนิสต์ที่ถูกส่งไปประจำการที่อังกฤษ เพื่อได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้ท่องเที่ยวไปยังสนามฟุตบอลต่างๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง ได้ตระเวณไปตามแดนดินต่างๆเพื่อบันทึกเรื่องราวกลับมาฝากผู้อ่านให้ได้จินตนาการตามตัวอักษรของเรา
ฝันของผมยังไม่เป็นจริงครับ - ในความจริงก็ไม่เชิง เพราะอย่างน้อยที่สุดผมก็ยังได้เขียนคอลัมน์ให้คุณๆอ่านมาโดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จากคิกออฟ สู่สปอร์ตอินเตอร์ และอีกหลายๆที่โดยที่คุณอาจไม่รู้ เพราะเราอาจจะไม่เคยรู้จักกันทางทะเลอักษร
3 ปีก่อนผมได้โอกาสไปเฝ้าติดตามทีมรักที่เดินทางมาทัวร์ที่ฮ่องกง และเมื่อ 2 ปีที่แล้วผมมีประสบการณ์ในการไปตะลุยฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในยูโร 2008
ถ้าเปรียบเหมือนน้ำในแก้ว แม้มันจะยังไม่เต็มเปี่ยม แต่อย่างน้อยที่สุดก็มีปริมาณเกินครึ่งแก้วแล้ว
ผมยังรอวันที่จะได้เติมมันให้เต็มครับ เพื่อที่จะได้ตามหาความฝันอื่นๆที่ยังหลบมุมอยู่
ได้มีเวลาพักสมองให้เบาๆกัน 2 วัน สดชื่นขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ?
ผมเองก็ดีใจครับที่ได้มีเวลาให้สมอง ร่างกาย และจิตใจได้คลายความอ่อนล้าลงไปบ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเขียนคอลัมน์ประจำทุกวันมันเป็นงานที่หนักและกินพลังงานสูง
ไม่ได้แค่พลังร่างกาย แต่ยังมีพลังความคิด และพลังจิตใจที่ต้องใช้รวมกันทั้งหมด
กัดฟันเขียนได้ผ่านมาจนถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ทางตรงที่ 2 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกจะ “สปรินต์” ใส่เกียร์สุนัขกันเพื่อเข้าเส้นชัย ก็รู้สึกดีใจแล้วครับ
ดีบ้างไม่ดีบ้าง ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็ว่ากันไป ใครอ่านแล้วชอบผมก็ดีใจครับ แต่ถ้าอ่านวันไหนแล้วขัดใจตรงนี้ก็ต้องขออภัยด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผิดหวังหรือไรครับ เพราะชีวิตนักเขียนก็ไม่ต่างอะไรจากนักฟุตบอล
มันมีวันที่ฟอร์มดี ฟอร์มตก และวันอับโชคบ้างเป็นธรรมดา ^^”
1.
สำหรับ ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า จะเป็นเยอรมนีตะวันตก หรือเยอรมนี ก็นับเป็นคู่แข่งแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริง
ทีมที่ต้องเคยเผชิญหน้ากันมาในนัดชิงชนะเลิศถึง 2 ครั้ง 2 ครา
จะมีอะไรน้อยไปกว่านั้นได้อีก
จากภาพคืนวันแห่งความเรืองโรจน์ มาราโดน่า หักปีกอินทรีเหล็กได้ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ถึงภาพแห่งความเจ็บปวดกับการพ่ายในนัดชิงชนะเลิศในอีก 4 ปีถัดมาที่กรุงโรม
วานนี้คือวันที่ มาราโดน่า จะได้หวนกลับมาพบคู่ปรับทีมนี้อีกครั้ง
สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก คือเหตุการณ์ที่พลิกผัน มีความขัดแย้ง และทำให้เกิดความรู้สึกที่รุนแรง สร้างได้ทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา
มันคือความ Dramatic ที่ยากจะหาคำอะไรมาบรรยาย
ไม่มีใครจะรู้ดีว่าลึกที่สุดของหัวใจ หลุยส์ซัวเรซ กำลังคิดอะไรอยู่หลังการตัดสินใช้มือปัดบอลลูกนั้นเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ทีมต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เช่นกันกับความรู้สึกของ กียาน อซาโมอาห์ ว่ามันบิดเบี้ยวและซับซ้อนแค่ไหนเมื่อโอกาสที่จะเป็นวีรบุรุษของชาติได้หลุดลอยออกในจังหวะที่ลูกฟุตบอลพุ่งไปชนคาน
ความรู้สึกของผู้คนหลายหมื่นคนที่อยู่ในสนามจะเป็นเช่นไร
นี่คือเสน่ห์ล้ำลึกของฟุตบอล เกมกีฬาที่สามารถกุมหัวใจของโลกทั้งใบเอาไว้ และสร้างนิทานเรื่องแล้วเรื่องเล่าขึ้นมามากมาย
เสียใจกับกานา ด้วยจริงๆครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันอยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเหล่าขุนพลในสนามอย่างแท้้จริง
มันเป็นเรื่องของใครบางคนที่อยู่บนฟ้า และเลือกที่จะมอบรอยยิ้มแห่งโชคชะตาให้กับขุนพลอุรุกวาโย่มากกว่า
เมื่อวานนี้ “ซิมบ้า”แอบอู้ไปหนึ่งวันครับ ด้วยเหตุว่าป่วยจนกัดฟันเขียนงานไม่ไหวจริงๆ (ความจริงก็คือเก็บรายละเอียดเรื่องรอย ฮอดจ์สัน อยู่ครึ่งวัน สุดท้ายแปลบทสัมภาษณ์ขนาดยาวจบก็หมดสภาพพอดี ^^”)
ดีที่อยู่ในช่วงจังหวะ 2 วันของการ“พักรบ” ของฟุตบอลโลกครั้งนี้พอดี
ประเด็นละเอียดอ่อนที่เกี่ยวกับการแข่งขันจึงไม่มีมากนัก กระแสข่าวส่วนใหญ่เป็นไปตามธรรมชาติของช่วงก่อนเกมการแข่งขัน ที่จะมีการเช็คเรืองสภาพความพร้อมของแต่ละทีมกัน ใครเจ็บใครป่วย พร้อมไม่พร้อม รายละเอียดตรงนี้ต้องตีแผ่เพื่อความสบายใจและไม่สบายใจของแฟนบอลแต่ละทีมที่ตามลุ้นกันอยู่
เช่นกันครับว่าเป็นธรรมเนียมที่จะต้องมีการงัด “จิตวิทยลูกหนัง” มาใช้กันบ้างพอหอมปากหอมคอ
ในจังหวะที่การแข่งขันเริ่มตีวงเข้าใกล้โค้งสุดท้ายแบบนี้ อะไรที่ทำเพื่อปลุกใจทีมตัวเองและบั่นทอนทีมคู่แข่งได้นั้น ทำได้ต้องทำครับ มากบ้างน้อยบ้างไม่ใช่สาระสำคัญ
ดังนั้นหากจะเห็นการ “เกทับบลัฟแหลก” กันบ้าง โดยเฉพาะบรรดาฝีปากตะไกรทั้งหลายก็อย่าได้แปลกใจไป
มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ
สำหรับวันนี้จะมีการแข่งขัน 2 คู่ด้วยกัน โดยมีหนึ่งคู่สำคัญที่ใครต่อใครต่างก็จับตาว่าการเจอกันระหว่างสองทีมเต็งอย่าง บราซิล และ ฮอลแลนด์ ผลจะจบลงเช่นไร
ก่อนจะไปลุ้นกันต่อในวันพรุ่งนี้ว่า อาร์เจนติน่า กับเยอรมัน ใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายกัน
อย่างไรก็ดี ผมเองด้วยความที่สุขภาพยังฟื้นไม่เต็มที่ บวกกับใช้พลังงานไปสมควรกับการถ่ายทอดเรื่องราวของ รอย ฮอดจ์สัน นายใหญ่คนใหม่แห่งแอนฟิลด์ (ตามประสาคนรักกัน จะดีชั่วอย่างไรก็ต้องเขียนถึงลิเวอร์พูลในวาระแบบนี้ครับ) ก็ขออนุญาตหลบเรื่องเครียดๆไปก่อนในวันนี้
ที่จะหยิบมาเล่่าสู่กันฟังขอเป็นเรื่องเบาที่สุดที่เก็บอยู่ใน [...]
เป็นอันสรุปว่าเราได้ 8 อรหันต์ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2010 ครบทุกทีมแล้วนะครับ
มองจากรายชื่อและผลงานที่ผ่านมาในรายการแล้วก็ต้องยอมรับว่า “เหมาะสม” ทุกทีมครับ
ไม่มีทีมไหนที่ชวนส่ายหัวร้อง “ยี้” แต่อย่างใด
โดยส่วนตัว ถึงจะเป็นฟุตบอลโลกที่ดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไหร่ในภาพรวมของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความพร้อมที่ขาดไปเล็กๆน้อยๆของเจ้าภาพ เรื่องของลูกฟุตบอลที่เหมือนจะเป็นปัญหาบั่นทอนคุณภาพของเกม รวมถึงพลังเสียงอันทรงพลังของ “วูวูเซล่า”
แต่ผ่านมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าเราได้ดูเกมที่สนุกและมีคุณภาพดีสมกับเป็นฟุตบอลโลกมาหลายนัดอยู่เหมือนกัน
มีน้อยครับที่จะไม่สนุก และเป็นเกมด้อยคุณภาพ
กับ 2 คู่สุดท้ายของรอบ 16 ทีม เกมระหว่าง ปารากวัย-ญี่ปุ่น ก็เป็นการต่อสู้ที่ดี อาจจะตึงเครียดและไม่ได้เอ็นเตอร์เทนนัก แต่รูปเกมก็ไม่ได้ถึงกับปิดสนิท มีจังหวะลุ้นหวาดเสียวให้หัวใจเต้นตูมตามกันบ้าง
สำคัญคือได้เห็น “พลังใจ” ของนักเตะญี่ปุ่น ที่ยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญตลอดทั้ง 120 นาที
หัวจิตหัวใจของ ปารากวัย ก็ใช่ธรรมดาครับ บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็น“ยักษ์ล้ม” เพราะเจอ “แจ็ค” ที่เก่งเกินตัว ซึ่งตลอด 120 นาทีในเกมที่ ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์ ทีมจอมหนึบจากละตินอเมริกา ก็โดนท้าทายอยู่ตลอด [...]
Tuesday, July 13, 2010
3 Comments