A A
RSS

Tag Archive | "ฟุตบอลโลก 2010"

[WC2010 Special] Day 18 : สิบเอ็ดมนุษย์ทองคำ

Tuesday, June 29, 2010

2 Comments

เมื่อคืนดูบราซิล เล่นแล้วนึกถึง 18 อรหันต์มนุษย์ทองคำในวัดเส้าหลินชอบกลครับ เก่ง แกร่ง เก๋า สมบูรณ์จริงๆในเกมนี้ ด้วยความเคารพ ชิลี ภายใต้การชี้นำของ มาร์เซโล บิเอลซ่า แม้จะไม่ใช่ทีมเกรดเอที่อุดมไปด้วยซูเปอร์สตาร์ แต่พวกเขาก็เป็นทีมหนึ่งที่ทำผลงานได้น่าประทับใจในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เกมรุกที่ลื่นไหล สีสันจากเทคนิค รูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย เป็นจุดเด่นของ ชิลี ในยุคนี้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งซูเปอร์สตาร์เหมือนในอดีตที่จะมี อีวาน ซาโมราโน่ หรือ “เอล มาทาดอร์”​มาร์เซโล ซาลาส กระนั้นเมื่อพวกเขาต้องมายืนอยู่ตรงหน้า “ลา เซเลเซา” เมื่อคืนนี้ ชิลี ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยอมรับความจริงว่าระดับฝีเท้านั้นมันแตกต่างกันเกินไป เหมือนเด็กกับผู้ใหญ่เล่นฟุตบอลกัน ในความเป็นจริง ใช่ว่า ชิลี จะไม่มีโอกาสในเกมครับ ตลอดทั้งเกมเด็กๆของ บิเอลซ่า หาจังหวะเข้าจู่โจมแนวรับของ บราซิล ได้เป็นพักๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ยังคงเล่นอย่างเต็มที่ ไม่มีคำว่าถอดใจแม้สกอร์จะสะท้อนความเป็นจริงว่าพวกเขาไม่สามารถหลีกหนีความพ่ายแพ้ได้แล้วก็ตาม ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชมหัวจิตหัวใจของชิลี ที่สามารถจะกลับบ้านเกิดไปได้โดยสามารถจ้องตากับแฟนๆที่ให้กำลังใจอยู่ในประเทศได้ บิเอลซ่า ยอดฝีมือชาวอาร์เจนไตน์ ยอมรับว่าบราซิล เก่งและแกร่งเกินไปสำหรับทีมพวกเขา ครับ - [...]

[WC 2010 Special] Day 17 : Dream Match

Monday, June 28, 2010

1 Comment

มันเป็นเรื่องยากครับที่เราจะผ่านความทรงจำเมื่อคืนโดยไม่พูดถึงจังหวะประตูปัญหาของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ คาร์ลอส เตเบซ โดยเฉพาะประตูของ แลมพาร์ด ที่จะกลายเป็นที่พูดถึงไปอีกนานแสนนาน ในฐานะประตูที่ให้ “อารมณ์” คล้ายกับลูกยิงของ เจฟฟ์​เฮิร์สท์ ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประตู “ปริศนา” มันเป็นประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 101 หลังจากที่เกมเสมอกันอย่างดุเดือด 2-2 ในช่วงเวลาปกติ โดยเยอรมนีตะวันตก ตีเสมอได้อย่างหวุดหวิดก่อนหมดเวลาแค่นาทีเดียวจาก โวล์ฟกัง เวเบอร์ อลัน บอลล์ เปิดบอลเข้ามาก่อนที่ เฮิร์สท์ เกี่ยวเอาบอลลงได้ก่อนจะตวัดยิงจากระยะ 8 หลา ลูกพุ่งชนคานก่อนจะเช็ดลงมาตกลงแล้วถูกเคลียร์ออกมาได้ วินาทีนั้นผู้ตัดสินชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็อตต์ฟรีด เดียนสท์ ไม่แน่ใจนักว่าลูกได้ผ่านเส้นประตูไปแล้วหรือยัง จึงได้ปรึกษากับผู้กำกับเส้นชาวโซเวียต (ในขณะนั้น) โทฟิค บาครามอฟ ก่อนจะได้รับการยืนยันว่าเป็นประตู ประตูนี้ได้นำอังกฤษ สู่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกและสมัยเดียวจวบจนปัจจุบันนี้ เช่นกันกับคำถามที่ว่าลูกนี้ได้ผ่าานเข้าประตูไปแล้วหรือไม่ก็ยังคงอยู่ตลอดกาล สำหรับคำถามนี้ต่อให้โลกก้าวไปได้อีกไกลแค่ไหน ก็จะไม่มีใครสักคนที่จะตัดสินได้ว่าลูกยิงเสยที่เช็ดคานก่อนกระเด้งลงมาลูกนั้นมันผ่านเส้นประตูไปแล้วหรือยัง สิ่งที่มีการออกมาวิเคราะห์กันมากมาย แม้กระทั่งใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวนเพื่อจำลองเหตุการณ์ในวันนั้นออกมาภาพสามมิติ มันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่เราต้องยึดมั่น [...]

[WC 2010 Special] Day 16 : Pride and Prejudice

Sunday, June 27, 2010

0 Comments

ในอังกฤษ คนเมืองผู้ดีจะมีมุกเหน็บแนมเยอรมัน เกี่ยวกับเรื่องสงคราม สำเนียงแบบด็อยชต์ และฮิตเลอร์ ในเยอรมัน พวกเขาก็จะมีมุกเหน็บแนมคนอังกฤษ ที่เอาเรื่องสงคราม เรื่องสำเนียงด็อยชต์ และเรื่องฮิตเลอร์ มาพูดให้เฮฮากันซ้ำอีกที หัวเราะทีหลังดังกว่า - อะไรทำนองนั้นครับ ที่เขาเอามาพูดเล่นให้ขำขันกันนั้น ที่มาที่ไปของมันต้องย้อนกลับไปในความรักความแค้นกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีเหตุขัดแย้งกันเมื่อ เยอรมัน ในขณะนั้นมีความพยายามในการบุกโจมตีอังกฤษ นั่นเป็นที่มาของมุกตลกที่เอาเรื่องในสงคราม เรื่องของสำเนียงด็อยชต์ที่คนอังกฤษ ฟังแล้วมันจั๊กกะจี้หัวใจ และอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี ที่มีบุคลิกชวนขบขันในสายตาของคนอิงกะแลนด์ หยิบเอามาล้อเลียนได้จนถึงทุกวันนี้ กระทั่ง ณ เข็มนาฬิกาเดินไป สิ่งเหล่านี้ก็ยังสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้จากทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี แม้เนื้อแท้ในความทรงจำนั้นมันคือความเจ็บปวดรวดร้าวที่สุดก็ตาม นี่แหละครับคือพลังใจที่เข้มแข็งของมนุษย์ ที่สามารถจะหัวเราะได้แม้กระทั่งกับเรื่องตลกร้ายที่สุด

[WC2010 Special] Day 15 : ฟุตบอลที่น่ารังเกียจ

Saturday, June 26, 2010

0 Comments

ผมว่าเราส่วนใหญ่ก็คงไม่คาดคิดว่าเกมระหว่าง​โปรตุเกส และบราซิล จะออกมาในรูปแบบนี้ สองทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมเทคนิคตัวพ่อ มีซูเปอร์สตาร์ลีลาพลิ้วไหวมากมายเต็มทีมไปหมด แต่กลับนำเสนอเกมฟุตบอลที่น่ารังเกียจให้กับแฟนบอลต้องทนดูตลอด 90 นาที ขนาดเราที่นั่งดูอยู่ที่บ้านยังรู้สึกอึดอัดและรับไม่ได้ที่ต้องทนเห็นเกมที่น่ารังเกียจแบบนี้ แฟนบอลหลายหมื่นคนที่อยู่ในสนาม โมเซส มาบิดา จะรู้สึกแย่กว่าเรามากมายแค่ไหน?

[WC 2010 Special] Day 14 : คารวะซามูไร ไว้อาลัยอัซซูรี่

Friday, June 25, 2010

1 Comment

วันนี้ไม่มีนัยอะไรต้องตีความจากหัวเรื่องครับ ขออนุญาตแสดงความคารวะต่อผลงานที่น่าประทับใจของเหล่านักเตะ “Samurai Blue” ที่สามารถผ่านเข้าไปสู่รอบที่สองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ขณะเดียวกันก็ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของแชมป์เก่า “อัซซูรี่”​ที่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นจากคมเคียวมรณะได้ จากผลที่ออกมาเท่ากับว่าเรามีทีมจากเอเชียที่เข้ารอบ 2 ทีมคือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยมี “แชมป์โลก”​และ “รองแชมป์โลก”​ที่สวนทางตกรอบแรกไป สิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไปนั้น ถ้าลองมีใครบอกว่าจะเป็นอย่างนี้ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น อาจจะโดนครหาว่าไม่บ้าก็เมา ถ้าเช่นนั้นก็ถือเสียว่าเราต่าง “บ้า”​และ “เมา” กับไปบทเพลงขับขานของแตรยาวตำนานลูกหนังแห่งแอฟริกัน “วูวูเซล่า” เสียเถิดครับ ฮ่า

[WC 2010 Special] Day 12 : เบียร์กับโชคชะตา

Thursday, June 24, 2010

3 Comments

ในที่สุดแฟนบอล “สิงโตคำราม” ก็โล่งใจตามกันไปเป็นแถบๆนะครับ อาจจะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุด เด็ดขาดที่สุด หรือน่าตื่นตาที่สุด แต่ก็เป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเฉพาะในเกมรุกที่เริ่มมีการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็มี “ของ” อยู่กับตัวเหมือนกัน ก่อนจะลงสนามผมเองก็รู้สึกขัดใจกับการจัดทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ที่เลือกส่งเจมส์ มิลเนอร์ และ เจอร์เมน เดโฟ ลงสนามโดยยึดระบบ 4-4-2 ตามเดิม มากกว่าจะดัน สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ขึ้นไปจับคู่ประสานงานกับ เวย์น รูนี่ย์ อย่างที่คาดกันไว้ ทรงบอลในช่วง 20 นาทีแรกของอังกฤษ ก็ดูแทบไม่จืด ตอกย้ำความคิดเป็นตุเป็นตะของผมว่า ดอน ฟาบิโอ พลาดเสียแล้ว แต่ลูกครอสจากริมเส้นครั้งเดียวของ มิลเนอร์ และการเข้าฮอสตามสัญชาติญาณของ เดโฟ ก็กลับตอกย้ำการตัดสินใจของ คาเปลโล่ ว่าถูกต้องกว่าความคิดเป็นตุเป็นตะของผม

[WC 2010 Special] Day 12 : กัปตันมาร์เวล…กัปตันมาเวร

Wednesday, June 23, 2010

0 Comments

เมื่อคืนนี้คงได้เห็นภาพชื่นใจกันไปสมควรนะครับ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างเราที่อดดีใจกับเกาหลีใต้ด้วยไม่ได้ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบที่สองได้อย่างสมศักดิ์ศรีจริงๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสามารถก้าวผ่านรอบแรกไปได้นอกแผ่นดินเกิดของตัวเอง โดยครั้งแรกและครั้งเดียวก่อนหน้านี้ที่พวกเขาไปได้ไกลที่สุดก็คือการทะลุถึงรองรองชนะเลิศในปี 2002 แต่ครั้งนั้นมันเต็มไปด้วยคำครหามากมายในฐานะชาติเจ้าภาพกับการตัดสินที่น่ากังขา โดยเฉพาะในเกมกับ สเปน ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด ครั้งนี้ต้องดีใจด้วยจริงๆ ถึงผมจะยืนคนละฟากกับ “ผีแดง” แห่งเกาอังกฤษ แต่สำหรับ Red Devils แห่งเอเชีย จะเอาใจช่วยต่อไปในฐานะ “คนบ้านใกล้กัน” ทั้งนี้จะไม่พูดถึงกลุ่มเอ ที่จบลงแบบ “โศกนาฏกรรม” นะครับ เพราะทั้งเจ้าภาพ และทีมที่มีเครดิตดีที่สุด (ในเรื่องชื่อชั้น) ​อย่างฝรั่งเศส ก็จูงมือกันร่วงตกรอบทั้งคู่ ปล่อยให้ทีมที่ทำการบ้านมาดีกว่าอย่าง อุรุกวัย และเม็กซิโก ควงกันเข้ารอบสองแทน โดยเฉพาะ “เลส์ เบลอส์” ที่กลับไปถึงบ้านเกิดเที่ยวนี้ จะมีการ “เปิดโปง” เบื้องลึกเบื้องหลัง เอาแค่คนแรกที่ส่งซิกว่าจะ “สาวไส้ให้กากิน” คือกัปตันทีมชั่วคราวอย่าง ปาทริซ เอวร่า ก็เรียกเรตติ้งได้กระฉูดแล้วล่ะครับ ^^” อย่างไรก็ดีแม้จะมีสถานะเป็น “กัปตัน” แต่ เอวร่า ก็ไม่ใช่ “ผู้นำ” ที่แท้จริงของทีม [...]

[WC 2010 Special] Day 11 : คืนแห่งความจริง

Tuesday, June 22, 2010

1 Comment

สงสารแฟนบอลชาวเกาหลีเหนือครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลในหลักร้อยที่ทางการส่งมาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเหล่านักเตะทีม “โชซุน” (ชื่อที่พวกเรียกขานตัวเอง)​และแฟนบอลที่อยู่ในประเทศที่มีโอกาสได้รับชมเกมนี้ผ่านการ “ถ่ายทอดสด” เป็นครั้งแรก ก่อนนี้ผมเองก็สนใจครับว่าเมื่อทีมจากชาติที่ถูกปิดประตูตายอย่างเกาหลีเหนือมา จะมีการถ่ายทอดสดกลับไปให้คนในชาติได้ดูหรือไม่ ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รู้ก่อนหน้านีี้ก็คือเกาหลีเหนือมีลิขสิทธิ์ในมือ และได้มีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกในกรุงเปียงยางและเมืองอื่นๆด้วย แต่ข้อมูลล่าสุดที่ได้ทราบก็คือพวกเขาเพิ่งจะได้รับชมเกมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 เป็นครั้งแรกในเกมกับโปรตุเกสครับ โดยที่เกมกับบราซิล ไม่ได้มีการถ่ายทอดสดด้วยเหตุผลหลายปรการ เช่น ดึกเกินไป ปัญหาเชิงเทคนิค ปัญหาช่องการถ่ายทอดสดที่มีแค่ช่องเดียว และอื่นๆ ดังนั้นเกมแรกที่พวกเขาได้ดู ก็คือเกมไร้ปาฏิหารย์ที่พวกเขาต้องเจอกับความจริงที่น่าเจ็บปวดในเรื่องความแตกต่างทางชั้นเชิงลูกหนัง

[WC 2010 Special] Day 10 : วิกฤติซ้อนวิกฤติ จากฝรั่งเศสถึงอังกฤษ

Monday, June 21, 2010

1 Comment

ยินดีกับแฟนของทีม “โอ เซเลเซา” บราซิล กับชัยชนะที่งดงามเหนือไอวอรี่โคสต์ ด้วยครับ อาจจะมีรอยด่างพร้อยบ้างจากใบเหลืองแดงของ ริคาร์โด้ กาก้า แต่มันไม่ใช่ความผิดอะไรของเทพบุตรลูกหนังรายนี้แม้แต่น้อย เป็นการตัดสินที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินที่ตัดสินใจให้ใบเหลืองที่สองแก่หมายเลข 10 ของบราซิล ทั้งที่มองไม่เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใด เกเดอร์ เกอิต้า จึงล้มลงไปนอนดิ้นนอนหงายขนาดนั้น แน่นอนครับว่าเป็นการกระทำที่น่าละอายใจของ เกอิต้า ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจหรือเป็นเพียงแค่ความคุ้นชินกับการเล่นละครตบตา เป็นปฏิกริยา Reflect ตอบสนองฉับพลันเมื่อโดนคู่แข่งสัมผัสกาย ช่างเถิด อย่างน้อยที่สุดบราซิล ยังชนะแม้จะเหมือนเจียนอยู่เจียนไปก็ตามในช่วงท้ายเกม เพราะนักเตะ “ตราช้าง”​สวมวิญญาณพลายงามตกมันไล่กระทืบอย่างสนุกเท้า กระทืบทั้งบอล กระทืบทั้งคนจนไอ้หนุ่มแซมบ้าสะบักสะบอมไปหมด

[WC 2010 Special] Day 9 : จอมทรยศแห่ง “เลส์ เบลอส์”

Sunday, June 20, 2010

0 Comments

ไปกันใหญ่ครับ! สิ่งที่เกิดขึ้นในแคมป์ทีมชาติฝรั่งเศส เวลานี้ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่พวกเขาน่าจะคาดคิด เพราะนอกจากผลงานในสนามจะสาหัสแล้ว ความแตกร้าวที่เกิดขึ้นในทีมอย่างต่อเนื่องก็เข้าขั้นสากรรจ์เข้าไปอีก การขับไล่ นิโกล่าส์ อเนลก้า ออกจากทีมอย่างกระทันหัน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศภายในทีมได้เป็นอย่างดี กองหน้าจากเชลซี เปิดฉากปะทะคารมดุเดือดกับ เรย์มงด์​โดเมอเน็ค โค้ชของทีมหลังจากที่โดนเปลี่ยนตัวออกในเกมที่พ่ายแพ้ต่อ เม็กซิโก ข่าวที่สื่อรายงานมีการอ้างอิงคำพูดของอเนลก้า ที่ด่าว่า โดเมอเน็ค อย่างรุนแรงลามปามไปถึงแม่ แน่นอนครับว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร และโค้ชของคุณจะเป็นใคร เขาจะตัดสินใจผิด-ถูกอย่างไรแค่ไหน ในฐานะนักกีฬาไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อว่าโค้ชอย่างรุนแรงต่อหน้าแบบนั้น ความเคารพคือสิ่งที่จำเป็นต่อการเป็นนักกีฬาที่ดี และมันก็เป็นการสอนนักกีฬาทุกคนทางอ้อมให้รู้จักเคารพต่อผู้ใหญ่กว่า อเนลก้า เป็นกองหน้าจอมศิลปินคนหนึ่งที่หัวจิตหัวใจเข้มแข็งเกินพอที่จะเชิดหน้าออกมาจากทีมโดยไม่โอดครวญใดๆหลังโดนคำสั่งจากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ให้ออกจากทีมเป็นการด่วน สิ่งเดียวที่ อเนลก้า ไม่ยอมรับก็คือเขาไม่ได้ด่าว่าอะไรรุนแรงอย่างที่เป็นข่าว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การปะทะคารมกันตามปกติธรรมดา และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดภายในห้องแต่งตัว ซึ่งถือเป็นเรื่อง “ภายใน” ของทีม มันเกิดขึ้นในนั้นและควรจะจบลงแค่นั้น

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out