ถึงภาพที่ออกมาในช่วงหลัง เดอะ ค็อป จะดูใจร้ายและเป็นผู้้ร้ายที่ทำให้ป๋ารอยต้องออกจากตำแหน่งไป
แต่ถึงนาทีแห่งการล่ำลา สุดท้ายเดอะ ค็อป ที่คุ้นเคยก็กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง
นี่คือข้อความอำลาจากแฟนๆบางส่วนที่ลงในเว็บทางการของสโมสรครับ : )
ในที่สุดเรื่องก็จบลงอย่างที่คิดจนได้…
ครับ - ผมเองก็คิดอย่างที่ทุกคนน่าจะคิดว่า สุดท้ายแล้ว รอย ฮอดจ์สัน นั้นไม่ใช่คนที่จะมากอบกู้ทีมแน่นอน
โดยส่วนตัว ผมมองไว้คนเดียวตั้งแต่ต้นครับว่าถ้าจะมีใครสักคนที่จะเข้ามาเพื่อทำให้ทีม “ตั้งหลัก” ได้ คนคนนั้นควรจะเป็น เคนนี่ ดัลกลิช เท่านั้น
ยังครับยัง - แต่ก็ต้องฟังหูไว้หูนะครับ เพราะมันก็ดูมีอะไรที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
โดยประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นจากสื่อทั้งอังกฤษเมื่อ ฮอดจ์สัน ออกมา “ท้าทาย” GJ ว่าเล่นให้มันสมกับเป็นแบ็กทีมชาติหน่อย ซึ่งตรงนี้ถ้ามองในแง่ดีก็เหมือนกับการกระตุ้นกันธรรมดาสามัญ
แต่ที่ไม่ธรรมดาก็ตรงที่ Daily Mail เอามาเล่นต่อ โดยอ้างคำพูดของเอเยนต์ว่าตัวของ GJ เองก็ไม่พอใจกับการคุมทีมของ ฮอดจ์สัน เหมือนกันแถมยังมีความคิดที่จะย้ายทีมด้วยเพราะเบื่อเต็มที่กับแท็คติกส์การเล่นที่แสนจะน่าเบื่อของป๋ารอย
ประเด็นที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ป๋ารอยตกเป็นข่าวโดนลูกทีมวิจารณ์ โดยก่อนหน้านี้ก็มีกรณีของ แอกเกอร์ รวมถึง “ลาร์เน่” เองก็เคยเป็นข่าวว่าไม่พอใจเพราะจู่ๆก็โดนดร็อปเป็นตัวสำรองเฉยเลย ซึ่งถ้าคิดแบบคนคิดมากก็คล้ายว่าป๋ารอยจะเสียความไว้วางใจจากลูกทีมไปหลายคน (ซึ่งอาจจะมากกว่าที่เป็นข่าวมากก็ได้)
อย่างไรก็ดี ย้ำครับฟังหูไว้หู แล้วก็อย่าคิดมากเกินไป บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็ได้
ก็สถานการณ์มันแย่ขนาดนี้ - อะไรมันก็ขวางหูขวางตาไปหมดแบบนี้แหละครับ : )
ป.ล. ว่าแต่คิดถึงกันบ้างหรือเปล่านะ? งวดนี้ผมเบี้ยวนานเลย ^^”
ESPNSoccernet เปิดเผยบทสัมภาษณ์ Exclusive มาร์ติน บราฟตัน แฟนเชลซี ที่กำลังจะสวมบท “อัศวินหงส์แดง” ปลดแอกสโมสรจากสองทรราช์ชาวอเมริกัน
หนึ่งในประเด็นที่ฟังแล้วต้องกระดิกหูตามก็คือเรื่องเงื่อนไขในสัญญาของ “ป๋ารอย” ว่ามีเงื่อนไขที่หากมีการเทคโอเวอร์เกิดขึ้นจริง เจ้าของสโมสรใหม่สามารถที่จะปลดจากตำแหน่งได้ทันที
เรื่องนี้บราฟตัน ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า “เป็นความจริง”
จากคอลัมน์ : In The Final Third (www.sportinter.com)
by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)
กลียุค หายนะ วิปโยค อัปยศ
ไม่รู้คำไหนนะครับที่จะอธิบายความเป็นไปของอดีตมหาอำนาจของวงการฟุตบอลยุโรป ทีมที่ครองแชมป์ลีกอังกฤษสูงสุด 18 สมัยมายาวนาน และเป็นหนึ่งในทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลกได้อย่างชัดเจนที่สุด
มันเป็น “วิกฤติซ้อนวิกฤติ” ที่หาทางออกไม่ง่ายเลยจริงๆสำหรับ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้
มันไม่ใช่ภาพปกติที่จะพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับเกมแรกในฤดูกาลของ แมนเชสเตอร๋์ ยูไนเต็ด ที่หน้าสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยที่มีผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล รอย ฮอดจ์สัน ยืนแจกลายเซ็นและแลกรอยยิ้มกับแฟนบอลที่เข้ามาขอลายเซ็นรวมถึงอีกหลายคนที่พยายามจะใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ
2 สิ่งนี้คืออะไร?
ไปดูจาก Quote ได้เลยครับ
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือมาดนุ่มทีม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ปลุกเร้าให้ ไรอัน บาเบิล และ ดาวิด เอ็นโก สองสตาร์ที่ยังไม่ฉายแสงเร่งพิสูจน์ตัวเองเป็นการด่วนว่าจะดีพอที่จะเป็นตัวหลักให้กับทีมได้หรือไม่
กุนซือวัย 62 ปี ไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าตัวกองหน้าเข้ามาเสริมทีมแม้จะมีความพยายามอย่างหนักจนถึงช่วงสุดท้ายก่อนเส้นตาย แต่ทางด้าน ฮอดจ์สัน ยืนยันว่าไม่ได้วิตกอะไรเนื่องจากยังมี บาเบิล และ เอ็นโก ที่จะรอพิสูจน์ฝีเท้าอยู่
“ผมไม่ได้ผิดหวังที่ไม่ได้กองหน้าเข้ามาใหม่เพราะผมไม่คิดว่าจะมีตัวเลือกดีๆมากนักในเวลานี้”
“เราจะไม่ค่อยได้เห็นการโยกย้ายของกองหน้าในพรีเมียร์ลีก เพราะผมคิดว่าหลายๆสโมสรก็คงจะมองหานักเตะที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ”
“นอกจากนี้ผมเพิ่งจะมีโอกาสที่จะขยับตัวหลังการย้ายทีมของ มาสเชราโน่ ที่ทำให้มีเงินพอที่จะซื้อนักเตะในระดับสูงได้”
“ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ผมทำงานยากและผมก็ต้องพยายามมองหาตัวเลือกอย่างระมัดระวัง”
“แต่น่าเสียดายที่ในตลาดไม่มีนักเตะที่จะทำให้ผมอยากใช้เงินได้เลย”
“ผมเลือกที่จะฝากความหวังกับ ดาวิด เอ็นโก และ ไรอัน บาเบิล ที่ยังไม่เคยได้รับโอกาสที่เป็นธรรมในการเล่นกองหน้ามาก่อนเพราะ เรามีตอร์เรส และมีคนอื่นๆที่จะสามารถยืนเป็นหัวหอกตัวเดียวได้”
“ผมจะใช้งานพวกเขาในบางนัดเพื่อหาโอกาสพักให้ตอร์เรส ในกรณีที่จำเป็นและมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ผมได้เห็นว่าผมไม่จำเป็นที่จะต้องมองหานักเตะคนอื่นๆมาแข่งขันกับตอร๋์เรส ถ้าพวกเขาดีพอที่จะทำหน้าที่นั้น”
“พวกเขาจะได้โอกาส และเราก็จะรอดูว่าพวกเขาจะคว้ามันได้หรือไม่ แต่ผมก็หวังว่าระหว่างตอนนี้ถึงคริสต์มาส เราจะมีทางออกที่ดีและทำให้เราสามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้” ฮอดจ์สัน กล่าว
Note by ลูกแม่กิ่ง
ผมสรุปคำ “ระหว่างบรรทัด” ให้อีกทีครับว่า 1.นี่คือโอกาสสุดท้ายของเอ็งแล้ว 2.ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมตัวนั่งสำรองยาว 3.เพราะตูหากองหน้าใหม่ไม่ได้หรอก [...]
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือมาดนุ่มของทีม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล แย้มว่าอาจจะมีการโยกย้ายของผู้เล่นส่วนเกินอีกหลายคนที่จะต้องย้ายออกไปตามแผนการปรับโครงสร้างทีมใหม่
โดยหลังจากที่รับตำแหน่งต่อจาก ราฟาเอล เบนิเตซ ทางด้าน ฮอดจ์สัน ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมมากมายทั้งการคว้าปล่อยตัว อัลเบิร์ต ริเอร่า, อัลแบร์โต้ อาควิลานี่,เอมิเลียโน่ อินซัว และดีเอโก้ คาวาเลียรี่ รวมถึง ยอสซี่ เบนายูน ออกไปจากทีม
แต่กุนซือวัย 62 ปีก็ยังเชื่อว่าน่าจะมีนักเตะบางส่วนที่น่าจะโดนโยกย้ายตามไปด้วย “เรามีคนอยู่เยอะมากเกินไปตอนที่ผมย้ายเข้ามาทำงานที่นี่ และเท่าที่รู้ มันก็ยังคงเยอะอยู่เหมือนเดิมในตอนนี้”
“นี่จะเป็นงานใหญ่ที่จะต้องทำให้นักตะบางคนที่ไม่ค่อยได้เล่นในทีมชุดใหญ่ย้ายออกไป และเราก็จะจำกัดโควต้าในทีมไว้สำหรับนักเตะที่จะเล่นทีมชุดใหญ่หรือมีอนาคตที่น่าจะสดใสที่อยากจะเล่นในทีมอคาเดมี่ และทีมสำรอง”
“เราไม่อยากจะมีกลุ่มนักเตะกลางๆที่จะแก่เกินไปสำหรับทีมสำรอง และก็ช่วยอะไรในทีมชุดใหญ่ไม่ได้เพราะพวกเขาไม่ได้ลงเล่น”
….
ใครจะเป็นรายต่อไป!
……….. ผมรู้นะว่าหลายคนๆอยากให้เป็นมิดฟิลด์เทพคนนั้นน่ะ ^^” 55+
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือมาดนุ่มทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผยความคืบหน้ากรณีข่าวการย้ายทีมของ ฮาเวียร์ มาสเขราโน่ และ เดิร์ค เคาท์ ที่เป็นข่าวกับ อินเตอร์ มิลาน โคตรทีมแห่งอิตาลี ว่าล่าสุดได้ล้มเลิกความตั้งใจแล้ว
โดยหลังจากที่มีความพยายามจากอินเตอร์ มิลาน ภายใต้การนำของ ราฟา เบนิเตซ อดีตนายใหญ่แห่งแอนฟิลด์ที่จะดึงลูกน้องคนสนิทอย่าง มาสเชราโน่ และ เคาท์ กลับไปร่วมงานอีกครั้งในซาน ซิโร่
Sunday, January 9, 2011
0 Comments