ภายหลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสร ลิเวอร์พูล อีกครั้ง เคนนี่ ดัลกลิช ก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อทางเว็บไซต์ทางการของสโมสร Liverpoolfc.tv ทันที!
ขอแสดงความยินดีด้วยอย่างมากสำหรับการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมของเราอีกครั้ง คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเวลานี้?
ผมดีใจมากที่ได้รับโอกาสสำคัญครั้งนี้ ในตอนที่ผมกลับมาในเดือน ม.ค. เราไม่ได้มีการตกลงหรือสัญญิงสัญญาอะไรกันว่าเราจะคาดหวังอะไรได้จากการกลับมาครั้งนี้ ดังนั้นสำหรับผมแล้วนี่คือโอกาสทองที่ผมจะได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเองว่าผมยังทำอะไรได้อยู่ ซึ่งก็อย่างที่เราเคยพูดกันมาก่อนหน้านี้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นมันไม่เลยสำหรับคนดีๆอย่างรอย (ฮอดจ์สัน) แต่มันก็ไม่ใช่การตัดสินใจของผม พวกเขาถามผมว่าผมอยากจะกลับมาช่วยทีมหรือไม่ ซึ่งผมก็ไม่ได้ลังเลที่จะให้คำตอบทันที ซึ่งหลังจากที่ทำงานได้ดีพอสมควร พวกเขาก็ถามผมอีกครั้งว่าผมอยากจะตกลงกลับมาทำงานอย่างถาวรหรือไม่ ซึ่งสำหรับผมแล้วนี่คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับการทำงานที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันไม่ใช่สำหรับผมเท่านั้น แต่ยังเป็นรางวัลสำหรับสตีฟ (คลาร์ก ได้เซ็นสัญญา 3 ปีเท่ากับคิงเคนนี่), แซมมี่ (ลี ผู้ช่วยผู้จัดการทีมในนาม แต่งานหลักโดนโยกให้คลาร์กหมดแล้ว), ลูกทีม และสำหรับทุกคนที่อยู่บนอัฒจันทน์ รวมถึงคนที่ทำงานภายในสโมสรและตัวเจ้าของสโมสรเองด้วย
เราเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือกันในการทำงาน มันก็จะทำให้เราทำผลงานที่ดีได้ง่ายขึ้น และผมคิดว่านี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานของเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนกำลังช่วยกันทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยสิ่งที่เราได้รับตอบแทนกลับมาคือคะแนนจำนวนมาก (32 คะแนนจาก 14 นัด)
ผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาทำงาน ผมมีความสุขที่ได้นำรอยยิ้มกลับมาสู่ผู้คนของเราอีกครั้ง แต่ว่ามันไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว ทุกคนล้วนมีส่วนช่วยในการที่ทำให้เรากลับมาสู่จุดนี้ได้
เรื่องบางเรื่องในชีวิตคนเรานั้น ต่อให้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อครับว่ามันจะเกิดขึ้นและเป็นไปเช่นนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อนั้นมันดันเกิดขึ้นในเกมแห่งโชคชะตาที่มีความสำคัญมากมายเร้นกายอยู่
ความหมายสำหรับ อาร์เซนอล ผู้ต้องการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ให้ได้อีกครั้ง
ความหมายสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องการชัยชนะเพื่อโอกาสกลับสู่เวทียุโรปในฤดูกาลหน้า
รวมถึงความหมายสำหรับมือที่ 3 อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยืนบนภูดูเสือกัดกันโดยแอบเทใจให้คู่ปรับตลอดกาลอย่าง “หงส์แดง” ให้ช่วยสกัดดาวรุ่งอย่างกันเนอร์สให้
ทั้งนี้ก็เพื่อโอกาสที่ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกหนึ่งสมัย และเป็นสมัยประวัติศาสตร์ที่พวกเขาจะก้าวผ่านคู่รักคู่แค้นแห่งถนนสาย M62 ขึ้นสู่การเป็น “ราชันย์” แห่งเกาะอังกฤษ อย่างแท้จริง
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์พอดีสำหรับการเข้ารับตำแหน่งของ เคนนี่ ดัลกลิช
อาจจะยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม แต่จากที่ผมเห็นและสังเกตอยู่ ขณะนี้ “คลื่นใต้น้ำ” ได้เกิดขึ้นภายในทีมพอสมควรครับ
การเปลี่ยนแปลงนั้นมีขึ้นแน่ แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทีมสตาฟฟ์โดยเฉพาะในฝ่ายของการ “หานักเตะ” อย่าง ดาเมียง โกมอลลี่ ที่จะต้องแสดงฝีมือให้ประจักษ์ในช่วงตลาดการซื้อขายรอบเดือน ม.ค. นี้
ดัลกลิช เองได้ให้ “โจทย์” กับทางผู้อำนวยการสโมสรฝ่ายกีฬาคนแรกในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล ไปเรียบร้อยครับ โดยทีมมี “ความจำเป็น” ที่จะต้องซื้อนักเตะในตำแหน่ง แบ็กซ้าย, ปีก และ กองหน้า ในจำนวนรวม 4 คนด้วยกัน
ข่าวที่ออกมาเพียบในช่วงนี้ว่าหงส์สนใจคนนั้นคนนี้ ยังไม่ต้องให้น้ำหนักมากครับ ฟังหูไว้หู
ในที่สุดเรื่องก็จบลงอย่างที่คิดจนได้…
ครับ - ผมเองก็คิดอย่างที่ทุกคนน่าจะคิดว่า สุดท้ายแล้ว รอย ฮอดจ์สัน นั้นไม่ใช่คนที่จะมากอบกู้ทีมแน่นอน
โดยส่วนตัว ผมมองไว้คนเดียวตั้งแต่ต้นครับว่าถ้าจะมีใครสักคนที่จะเข้ามาเพื่อทำให้ทีม “ตั้งหลัก” ได้ คนคนนั้นควรจะเป็น เคนนี่ ดัลกลิช เท่านั้น
เป็นข่าวเล็กๆแต่ต้องรู้ไว้นะครับ
ตอนนี้ NESV ได้จดทะเบียนตั้งบริษัท UKSV หรือ United Kingdom Sports Ventures เพื่อถือครองหุ้นในทีมลิเวอร์พูลแล้ว (เหมือน Kop Holding - ซึ่งจะแตกย่อยเป็นบริษัทลูกอีกกี่ บ. ไม่มีใครทราบนะครับ ณ จุดนี้) โดยมีการแต่งตั้งบอร์ดบริหาร 5 คนด้วยกันคือ
1. จอห์น เฮนรี่
2. ทอม เวอร์เนอร์ ( 2 คนแรกคือผู้นำของ NESV)
3. เจฟฟรีย์ วินิค
4. เดวิด กินส์เบิร์ก
5. ไมเคิล กอร์ดอน
ที่น่าสนใจคือเป็นคนของ NESV ทั้งหมด โดยไม่มีคนของสโมสรเดิมหลงเหลืออยู่ในบอร์ดเลย และไม่มีบอร์ดบริหารที่มาจากแฟนบอล (ตามความคาดหมาย) ครับ
ปีกหนึ่งของหัวใจก็เข้าใจและเห็นใจ รอยฮอดจ์สัน ที่คงอดน้อยใจเสียไม่ได้เมื่อต้องได้ยินเสียงเพรียกหา “คิง เคนนี่”ดังจากเหล่าเดอะ ค็อป ทุกยามที่ทีมตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำต่อคู่แข่ง
แต่อีกหนึ่งปีกของหัวใจก็เข้าใจและเห็นใจเหล่าค็อปไอท์เหมือนกันว่าทำไมจึงเพรียกหาคนระดับตำนานที่เคยเป็นทั้งนักบุญในวันที่พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย และเป็นคนบาปที่ทิ้งทีมไปจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นความตกต่ำดำดิ่งอนธการของอดีตมหาอำนาจแห่งฟุตบอลอังกฤษและยุโรป
แทบไม่มีเดอะ ค็อป คนไหนที่เอะใจกับชื่อของ ดาเมียง โกมอลลี่ มาก่อนสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรฝ่ายกีฬาคนใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งสดๆร้อนๆ
บางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนี่คือใคร?
หลายคนอาจจะงงๆว่าตำแหน่งนี้มันมีเอาไว้ทำอะไร?
บอกเล่าเก้าสิบกันครับว่า ดาเมียง โกมอลลี่ คนนี้เคยนั่งตำแหน่งเดียวกันนี้ให้กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ โดยมีหน้าที่ในการเฟ้นหาตัวผู้เล่นดีๆเข้ามาสู่ทีมตามนโยบายของสโมสร ซึ่งตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรฝ่ายกีฬานี้ เป็นตำแหน่งที่มีทั่วไปในแวดวงฟุตบอลยุโรป
แต่ไม่ใช่สำหรับแวดวงฟุตบอลอังกฤษ
และไม่ใช่แน่นอนสำหรับทีมที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีของตัวเองมายาวนานอย่างลิเวอร์พูล
มีคนส่งคำถามไปที่ กิเญม บาลาเก้ กูรูบอลกระทิงเจ้าเก่าอีกแล้วครับว่า ลิเวอร์พูล จะคว้าตัว เฟร์นานโด ญอร์เรนเต้ หอกดาวรุ่งทีมชาติสเปนมาช่วยงานเฟร์นานโด ตอร์เรส จริงหรือเปล่า?
มาดูคำตอบกันครับ?
แหะ…ไม่ต้องตกใจครับ หายไปยาวอีกแล้ว ภารกิจเยอะตามเคย ^^”
ขออนุญาตสรุปเป็นประเด็นสั้นๆให้อ่านกันเช่นเคยครับสำหรับความเคลื่อนไหวทั่วไปในแอนฟิลด์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในข้อเท็จจริงก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีอะไรเลย
ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันครับ : )
… ไม่ใช่ Scouse แต่เป็น Scout หรือ “แมวมอง” ครับ 55
โดยมีรายงานสั้นๆแต่น่าสนใจว่าลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อลัน ฮาร์เปอร์ (อดีตนักเตะทอฟฟี่) แมวมองจากโบลตัน เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานที่จะคอยสอดส่องดูฟอร์มของนักเตะใน GB และ UK เป็นหลัก เพราะลิเวอร์พูล มีเครือข่ายแมวมองที่ดีมากแล้วในระดับภูมิภาคยุโรปและอื่นๆ
จริงๆโดยส่วนตัวผมว่าแมวมองในระดับประเทศของลิเวอร์พูล ก็ไม่ขี้เหร่หรอกครับ เด็กได้มาแต่ละคนดีๆทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็ปั้นไม่ได้ ใช้ไม่ทัน ไม่สนับสนุนอีกต่างหาก ก็เลยตายเรียบเป็นแพ (พอล แอนเดอร์สัน,แจ็ค ฮอบบ์ส ฯลฯ) ไม่นับสายเลือดภายในของทีมอีกไม่ได้เกิดสักคน ยังดีที่ยุคนี้พอจะมีที่มีทางให้หน่อย
ลองสังเกต เจย์ สเปียริง เล่นเมื่อคืนสิ ด้อยกว่าเทพลูคัสตรงไหน?
Friday, May 13, 2011
1 Comment