สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อัพเดตเลยครับ มีภารกิจต้องทำทุกวัน เพิ่งจะมีเวลาว่างก็วันนี้แหละ ขออนุญาตมาสรุปไล่เรียงให้อ่านกันว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะครับ ^^”
- หลังเปิดตัวอย่างฮืออาและเรียกความสนใจได้มาก ก็พอจะสรุปได้ว่า จอห์น เฮนรี่ และ ทอม เวอร์เนอร์ สองเจ้าของสโมสรใหม่ (ดูโอมะกันอีกแล้ว!) ได้รับฟีดแบ็คที่ค่อนข้างดีนะครับ จากท่าทีที่สุขุม นุ่มลึก พร้อมคำการันตีจากหลายๆคนว่าคนนี้ “คนดี”
- หนึ่งในภารกิจสำคัญที่ เฮนรี่ และคณะได้ทำก็คือการพบกับกลุ่มแฟนบอลเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งผมบอกได้ตรงนี้เลยว่ามันเป็นสิ่งที่เขาต้องทำอยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในการ PR ที่ดีด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกต่อต้านจากแฟนๆ (ที่มีความทรงจำแสนดีกับดูโอมะกันคู่ก่อน) แต่สิ่งที่จะตัดสินได้คือการกระทำในอนาคต
- ประเด็นใหญ่ที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่เรื่องอนาคตของ รอย ฮอดจ์สัน แต่เป็นเรื่องของการสร้างสนามใหม่ที่จะต้องหารือกับทางด้านสภาเมือง ซึ่งอยากจะให้สร้างใหม่มากกว่าปรับปรุงของเก่า เพราะมันอยู่ในแผนการปฏิรูปเมืองลิเวอร์พูล ที่วางเอาไว้หลายปีแล้ว และก็ล่าช้ามาหลายปีเช่นกัน
- จากนั้นทีมแพ้ต่อเอฟเวอร์ตันแบบหมดรูป 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (เป็นการเปิดตัวทีมงานเจ้าของใหม่อย่างยอดเยี่ยมมาก 55) กระแสก็ได้หมุนกลับมากดดัน รอย ฮอดจ์สัน อีกครั้ง
- เริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เช่น แฟรงค์ ไรจ์การ์ด อำลาตำแหน่งในทีมกาลาตาซาราย และการที่ มาร์ติน โอนีล ปฏิเสธข้อเสนอจากดินาโม [...]
จากคอลัมน์ : In the Final Third (Sportinter.com)
by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)
จบจนได้ครับ แม้อาจจะยังไม่ถึงกับ “อวสาน”อย่างเป็นทางการสำหรับตำนานนรกในอกของเดอะ ค็อป ทั่วโลกจากวีรกรรมงามหน้าของ จอร์จ จิลเล็ตต์ และ ทอม ฮิคส์สองเจ้าของสโมสรชาวอเมริกันที่จะอยู่ในใจของ เดอะ ค็อป ไปอีกแสนนาน
15 ต.ค.2010 จะเป็นวันที่ถูกบันทึกเอาไว้ครับในฐานะ “วันประกาศอิสระภาพ” ของลิเวอร์พูล
อนาคตของทีมภายใต้เจ้าของใหม่อย่าง NESV จะเป็นเช่นไร ไม่มีใครรู้ แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็พ้นเงื้อมมือของสองนายทุนนรกที่ไม่รู้จะหาคำไหนมากล่าวบรรยายให้ถูกใจได้
ขอแสดงความยินดีกับทุกคนด้วยครับ : )
ไม่กล้ารับประกันว่าหลังจากอัพโพสต์นี้ไปจะมีการพลิกผันอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่นะครับ
เพราะตลอดวันที่ผ่านมาบอกได้เลยว่าผม “โคตรปวดหัว” กับข่าวเลยจริงๆ …
เมื่อวานนี้ด้วยความอ่อนเพลียหลังไปเล่นฟุตบอลมา ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่รอผลการประชุมของบอร์ดบริหารที่ได้รับการรับรองจากศาลสูงว่าสามารถพิจารณาการเทคโอเวอร์ได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคดีพลิกให้ ปีเตอร์ ลิม (ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านแฟรนไชส์ของแมนฯยูไนเต็ด หลายแห่งในเอเชีย - ไม่แน่ใจว่ารวมถึงที่สุขุมวิทด้วยหรือเปล่า) ได้เทคโอเวอร์แทนแน่เนื่องจากมาถึงขั้นนี้แล้ว NESV มีการเซ็นสัญญาเบื้องต้นไปแล้วแน่นอน โดยที่หากใคร “บิดพลิ้ว” ก็อาจจะเสียค่าโง่หลายล้านปอนด์ได้
แต่ตื่นเช้ามาอ่านข่าวก็แทบตกเตียงครับ!
ออกมาแล้วนะครับสำหรับคำพิพากษาของศาลในเรื่องคดีการฟ้องร้องกันระหว่างฝ่ายของ RBS ซึ่งเกี่ยวเนื่องในฐานะเจ้าหนี้ของลิเวอร์พูล และเป็นผู้แต่งตั้งบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน 3 คน กับทางฝ่ายของเจ้าของสโมสรอย่าง ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ จิลเล็ตต์ โดยมีการตัดสินให้ฝ่ายของเจ้าของสโมสรเป็นฝ่ายแพ้
เหตุผลนั้นเนื่องจากฝ่ายของ ฮิคส์ และจิลเล็ตต์ ได้กระทำการละเมิดต่อข้อตกลงที่ได้กระทำร่วมกันไว้ในขณะที่ทำการรีไฟแนนซ์หรือการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เมื่อเดือน เม.ย. ในเรื่องอำนาจของการตัดสินใจแต่งตั้งหรือปลดบอร์ดบริหาร ว่าจะเป็นอำนาจตรงของ มาร์ติน บราฟตัน ประธานสโมสร (ซึ่งเป็นคนของ RBS ที่ส่งมา) ผู้เดียวเท่านั้น ทำให้การสั่งปลด คริสเตียน เพิร์สโลว และเอียน แอร์ ออกจากตำแหน่งเป็น “โมฆะ” รวมถึงกาแต่งตั้ง มาร์ค ฮิคส์ บุตรชายและมือขวาขึ้นเป็นบอร์ดแทนก็เป็นโมฆะด้วยเช่นกัน
จากคำตัดสินดังกล่าวทำให้บอร์ดบริหารชุดเดิมซึ่งประกอบไปด้วย บราฟตัน, เพิร์สโลว และ แอร์ สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ และหน้าที่ที่พวกเขากำลังจะทำต่อไปคือเรื่องการพิจารณาข้อเสนอในการเทคโอเวอร์ ที่จะมีการพิจารณากันทันทีในเย็นวันนี้ตามเวลาที่อังกฤษ หรือดึกๆของบ้านเราครับ
เท่าที่ตรวจสอบรู้สึกว่าเมื่อศาลตัดสินในเรื่องนี้น่าจะทำให้บอร์ดสามารถที่จะพิจารณาข้อเสนอได้เลย โดยข้อเสนอแรกจาก NESV ยังเป็นตัวเลือกแรกอยู่ ส่วนข้อเสนอจากทางด้าน ปีเตอร์ ลิม ยังเป็นข้อเสนอรองลงไปครับ เนื่องจากในชั้นต้นน่าจะมีการตกลงและเซ็นสัญญากันไปในระดับหนึ่งแล้ว อย่างน้อยที่สุดน่าจะมี MOU [...]
ปีเตอร์ ลิม นักธุรกิจชั้นนำที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคนหนึ่งของสิงคโปร์คือชื่อของนักธุรกิจที่ “เชื่อว่า” เป็นผู้นำของกลุ่มธุรกิจจากเอเชียที่เข้ามาขอเทคโอเวอร์อีกราย
มีการเปิดเผยจากลิเวอร์พูล เอคโค่ ครับว่าพรุ่งนี้ที่มีการประโคมข่าวว่าศาลจะมีคำพิพากษาในเรื่องคดีการฟ้องร้องระหว่าง บราฟตัน vs. ฮิคส์ นั้นความจริงแล้วเป็นแค่ “ยกแรก” เท่านั้น
โดย Echo อ้างว่าได้รับข้อมูล “ที่คาดว่า” การตัดสินของศาลจะเป็นแค่เรื่องระหว่าง RBS ในฐานะเจ้าหนี้กับ ฮิคส์&จิลเล็ตต์ ในฐานะลูกหนี้ครับ (โดยฟ้องลูกหนี้รายอื่นๆด้วย) โดยที่ ลิเวอร์พูล จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเท่านั้นในฐานะลูกหนี้เจ้าหนึ่ง
ประเด็นที่ RBS จะทำการชี้แจงต่อศาลเกี่ยวกับลิเวอร์พูล คือเรื่องการยืนยันว่าดูโอมะกันไม่มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารตามคำสั่งของฮิคส์และจิลเล็ตต์ ลงวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะยืนยันสถานะของบอร์ดบริหารว่าจะประกอบไปด้วย บราฟตัน เพิร์สโลว แอร์ และดูโอมะกัน รวมเป็น 5 คน นั่นเท่ากับเป็นการยืนยันสถานะของบอร์ดบริหาร 3 เสียงที่โหวตให้ยอมรับข้อเสนอของ NESV
(ก่อนหน้านี้มีการออกแถลงการณ์จากทาง RBS ห้ามไม่ให้ดูโอมะกันกระทำการใดๆในระหว่างนี้จนกว่าจะมีการตัดสินของศาล เพื่อป้องกันความพยายามในการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารซึ่งมีการระบุชัดว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้)
ส่วนการตัดสินที่ ลิเวอร์พูล ตั้งตารอคือเรื่อง “อำนาจในการขายหุ้นสโมสร” ของบราฟตัน (ซึ่งตามข้อตกลงใหม่ที่ทำในการรีไฟแนนซ์เดือน เม.ย. จะมีอำนาจในการแต่งตั้ง/ปลดบอร์ดบริหาร และการรับข้อเสนอของผู้ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา) นั้นคาดว่าจะมีการตัดสินในภายหลังโดยคาดว่าจะมีก่อนสุดสัปดาห์นี้ครับ
มีการประกาศจากศาลสูงในอังกฤษ ว่าจะมีการตัดสินคดีการฟ้องร้องกันระหว่าง มาร์ติน บราฟตัน กับ ทอม ฮิคส์ ในเวลา 10.30 น. ของเช้าวันอังคารที่ 12 ต.ค. ตามเวลาในอังกฤษ หรือ 16.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย
โดยประเด็นที่จะตัดสินกันคือ
1. เรื่องอำนาจในการตัดสินปลด-ไม่ปลดบอร์ดบริหาร (หลัง ฮิคส์ สั่งปลดเพิร์สโลว และแอร์ ก่อนลงมติยอมรับข้อเสนอของ NESV)
2. เรื่องอำนาจในการรับข้อเสนอเทคโอเวอร์ของ บราฟตัน (หลังบราฟตัน สั่งให้บอร์ดเดินหน้าลงมติเรื่องข้อเสนอของ NESV)
เรื่องนี้จะมีบทสรุปคือ
1. บราฟตัน ชนะ = การเทคโอเวอร์ได้รับการรับรองให้เดินหน้าต่อไป, พรีเมียร์ลีกพร้อมไฟเขียว และจอห์น เฮนรี่ เตรียมบินมาชมเกมเมอร์ซี่ญ์ไซด์ดาร์บี้แมตช์
2. ฮิคส์ ชนะ = การเทคโอเวอร์หยุดชะงัก ฮิคส์และจิลเล็ตต์ มีเวลา 3 วันก่อนถึง 15 ต.ค. ในการหาเงินมาชำระต่อ RBS ซึ่งหากไม่สามารถหามาชำระได้ ก็จะเป็นอำนาจของ RBS ในฐานะสถาบันการเงินเจ้าของเรื่องที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ
โดยหนึ่งในทางเลือกคือการสั่งให้ บ. [...]
อนาคตของทีม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ยังคงไม่แน่ไม่นอนหลังจากที่มีการออกมาเปิดเผยล่าสุดว่า จอห์น เฮนรี่ และกลุ่มนิว อิงแลนด์ สปอร์ตส เวนเจอร์ส ที่จะเข้ามาทำการเทคโอเวอร์ พร้อมที่จะล้มเลิกการเจรจาหากว่าสโมสรต้องถูกเข้าควบคุมกิจการ
ESPNSoccernet เปิดเผยบทสัมภาษณ์ Exclusive มาร์ติน บราฟตัน แฟนเชลซี ที่กำลังจะสวมบท “อัศวินหงส์แดง” ปลดแอกสโมสรจากสองทรราช์ชาวอเมริกัน
หนึ่งในประเด็นที่ฟังแล้วต้องกระดิกหูตามก็คือเรื่องเงื่อนไขในสัญญาของ “ป๋ารอย” ว่ามีเงื่อนไขที่หากมีการเทคโอเวอร์เกิดขึ้นจริง เจ้าของสโมสรใหม่สามารถที่จะปลดจากตำแหน่งได้ทันที
เรื่องนี้บราฟตัน ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า “เป็นความจริง”
Friday, October 22, 2010
0 Comments