เป็นข่าวร้ายจริงๆครับกับอาการของพี่เจิดที่หลายคนห่วง ปรากฏว่าเดี้ยงจริงเจ็บจริงและคาดว่าต้องพักยาวจริง โดยเป็นอาการที่ Hamstring ซึ่ง ณ ตรงนี้ ดร.บรู๊คเนอร์ยังไม่สามารถระบุได้ว่ารุนแรงและซับซ้อนแค่ไหน โดยบอกได้แค่ว่า “ไม่เบา” และคาดว่าต้องพักการเล่น 3-4 สัปดาห์
ผลการสแกนและการคำนวนระยะเวลาในการพักฟื้นน่าจะออกคืนนี้ครับ ถ้าอาการรุนแรงและมีความซับซ้อนก็อาจจะพักยาวกว่า 4 สัปดาห์ได้เหมือนกัน ก็ต้องคอยลุ้นกันอีกทีว่าผลสแกน (ที่คาดว่าจะออกคืนนี้) จะออกมาเป็นอย่างไร
ประเด็นที่น่าสนใจคือมันจะเป็นกรณีพิพาทระหว่าง ลิเวอร์พูล กับทีมชาติอังกฤษ (รวมถึงชาติอื่นๆด้วย) เพราะผิดข้อตกลงที่ได้กระทำไว้ว่าจะใช้ผู้เล่นไม่เกิน 60 นาที (เนื่องจากเป็นโปรแกรมอุ่นเครื่องที่มาคั่นกลางในจังหวะที่โปรแกรมฟุตบอลภายในยังเล่นต่อเนื่อง) ซึ่งถึงคาเปลโล่ จะมีข้อชี้แจงที่ผมเองก็ว่าฟังขึ้น แต่พอมันเกิดเหตุแล้ว แน่นอนครับว่าต้องฉุนอยู่แล้ว
ก็ต้องดูครับว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไร เพราะก่อนนี้ ตอร์เรส, คอยต์ ก็เคยเจ็บเพราะทีมชาติมานักต่อนักแล้ว
ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ เตรียมตัดสินใจในการที่จะมอบตำแหน่งกัปตันทีม“สิงโตคำราม”ให้กับ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์เสาหลักของทีมหลังจากที่มีกระแสเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง
โดยหลังจากที่ เจอร์ราร์ด ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจตลอดนับตั้งแต่หมดฟุตบอลโลก 2010 ในการยืนเป็นเสาหลักในแดนกลางของทีมและทำหน้าที่ผู้นำได้น่าประทับใจกว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ กัปตันทีมอย่างเป็นทางการในเวลานี้ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลก ทำให้มีกระแสหนุน “สตีวี่จี” อย่างล้นหลาม
ทั้งนี้แม้ว่า ริโอ เตรียมจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งแต่ด้วยกระแสก็ทำให้ คาเปลโล่ หนักใจและคิดที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกัปตันทีม ซึ่งเวลานี้รายงานข่าวจากอังกฤษ ยืนยันแน่ชัดว่า เจอร์ราร์ด คือคนที่เพื่อนร่วมทีมไว้วางใจ และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกแต่อย่างใด
จะเริ่มต้นอย่างไรดีนะครับ?
ใช่ - มันเป็นปัญหาเดิมๆเหมือนทุกครั้งครับที่พอผมจะกลับมาเขียน friday and a KOPpuccino ก็มักจะเกิดอาการ (ตื้น) ตันที่จะได้กลับมาเขียนอะไรแบบนี้อีกครั้ง
ทั้งๆที่ความจริงแล้วงานเขียนเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด และเรื่องราวของ ลิเวอร์พูล ก็เป็นเรื่องที่ผมถนัดและช่ำชองที่สุด ถึงจะไม่ใช่ระดับแฟนพันธุ์แท้ แต่ในเชิงการข่าว การวิเคราะห์ เรื่องในรั้วแอนฟิลด์ผมคิดว่าไม่ได้ถึงเป็นรองมือกระบี่ที่ไหนมากนัก
แต่อย่างว่าครับ บางทีรู้มากไปก็สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
เกิดอาการธาตุไฟแตกทางการเขียนเสียอย่างนั้น : )
ไม่เป็นไรครับ โดยปกติในการเขียนแต่ละครั้ง ผมจะกำหนด “คำสำคัญ”(พูดแบบเท่ๆว่า Keyword) เอาไว้เพื่อใช้กำหนด “ทิศทาง” ของบทความในการเขียนครั้งนั้นๆ (เป็นเคล็ดไม่ลับ น้องๆคนไหนอยากหัดเขียนก็เอาไปลองปรับใช้นะครับ)
คำสำคัญที่ผมตั้งใจเอาไว้สำหรับวันนี้ คือคำว่า “จุดเริ่มต้น”
ดังนั้นวันนี้ผมจะเขียนไปเรื่อยๆนะครับ โดยจะอิงจากคำสำคัญที่กำหนดไว้เป็น “ดาวเหนือ” เพื่อไม่ให้เขียนหลงประเด็น เป็น “ดาวหาง”พุ่งไปไหนไม่รู้
ไปครับ - ไปสู่ “จุดเริ่มต้น” ด้วยกัน
เอ่อ…เพื่อความเข้ากันดี ขออนุญาตแนะนำให้ฟังเพลง At the Beginning ประกอบไปด้วยนะครับ [...]
คนนึงบินด่วนไปสวิตเซอร์แลนด์ และลงซ้อมครั้งแรกพร้อมกับเสื้อหมายเลข 10 (โยวา โดนถีบไปเบอร์ 11 … แล้ว ริเอร่า ล่ะ? ผมยังหาภาพที่มองชัดๆไม่ได้นะครับว่าโดนโยกไปเบอร์อะไร แต่ก็อาจจะไม่ซีเรียสเพราะมีข่าวว่าใกล้ย้าย ^^”)
อีกคนกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมครั้งแรกหลังจบฟุตบอลโลก พร้อมกับเพื่อนๆอีกหลายคน (ขาด มาสเชราโน่, มักซี่, บาเบิล, เคาท์, เรน่า และ ตอร์เรส)
กลับมาพร้อมกับการส่งสัญญาณชัดๆที่ไม่ต้องทำให้แฟนๆตั้งคำถามด้วยความอึดอัดอีกต่อไป
และนี่คือภาพการซ้อมชุดแรกของ โจ โคล เบอร์ 10 ณ บาด รากาซ
กับ สตีวี่จี ที่เมลวูด
สองคน สองที่ แต่ความรู้สึกเดียวกัน
ดีใจที่ได้เห็นภาพแบบนี้!
ป.ล. ภาพเพิ่มเติมรบกวนดูได้ที่ Liverpoolfc.tv หรือ Getty Images นะครับ ผมติดงานอื่นต้องรีบเคลียร์ด้วย ^^”
Credit : Sportinter.com
“เขาได้พิสูจน์ความสามารถของเขามาหลายปีในพรีเมียร์ลีก ซึ่งบางทีก็เล่นงานเราด้วย ดังนั้นมันจะเป็นเรื่องที่ดมกาที่จะได้เล่นเคียงข้างกับเขาในเสื้อสีแดงเพลิงของลิเวอร์พูล” สตีวีจี กล่าว
ชัดยิ่งกว่าชัดสำหรับแฟน “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล เมื่อ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ยอดกัปตันทีมกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมในช่วงพรีซีซั่น พร้อมกับเปิดใจว่าได้มีการพูดคุยกับ รอย ฮอดจ์สัน นายใหญ่คนใหม่และประทับใจในตัวกุนซืออย่างมาก อีกทั้งยังอยากจะได้มีโอกาสร่วมเล่นกับ โจ โคล น้องใหม่ในแอนฟิลด์ด้วย
โดยหลังจากที่ปล่อยให้แฟนๆต้องลุ้นแบบหนักใจมาโดยตลอด ล่าสุดทางด้าน เจอร์ราร์ด ก็ออกมาประกาศถึงจุดยืนของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะอยู่เล่นในแอนฟิลด์ ต่อไปค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากประทับใจในตัวนายใหม่ รวมถึงเพื่อนร่วมทีมใหม่ด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเยอะในระดับ “บานตะเกียง” ครับ แต่ผมไม่ได้มาเล่าสู่กันฟังในนี้มากนักเพราะไม่ค่อยสบาย + ยังมีงานตัวอื่นที่ยังสะสางไม่เสร็จรออยู่อีก 2 โปรเจ็คต์ใหญ่ๆด้วยกัน
วันนี้ถือโอกาสมาสรุปให้อ่านกันแบบ “ย่อๆ” แล้วกันนะครับ พร้อมความเห็นเล็กน้อยนะ
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือสุขุมนุ่มลึกของทีม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการปล่อยตัวสองซูเปอร์สตาร์ เฟร์นานโด ตอร์เรส และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ออกไปอย่างแน่นอน หลังได้มีการพูดคุยกันแล้วและมั่นใจว่าจะอยู่ช่วยกันต่อแน่นอน แต่ยังเหลือรายของ ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ที่ขาดการติดต่อไป
โดยหลังจากที่ปล่อยให้มีกระแสข่าวสะพัดมาหลายวันติดต่อกันในเรื่องการย้ายทีมของทั้ง ตอร์เรส และ เจอร์ราร์ด ล่าสุดทางด้าน ฮอดจ์สัน ก็ออกมาปักป้ายแขวนขึ้นแผ่นเท่าฝาประกาศให้คนรู้ว่าอย่างไรเสียก็จะไม่มีวันขายสองสตาร์ดังแน่นอน
Credit : Sportinter.com
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังมั่นใจว่า สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคนสำคัญจะไม่ย้ายออกจากแอนฟิลด์แน่นอน หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องทิศทางและอนาคตของสโมสร โดยที่ไม่มีการระะุจากเจ้าตัวว่าต้องการจะย้าย
หนึ่งในเรื่องที่เป็นที่สนใจมากที่สุดคือเรื่องของซูเปอร์สตาร์ในทีมลิเวอร์พูล ว่าจะมีการย้ายออกตาม ราฟา เบนิเตซ ที่แยกทางกับสโมสรหรือไม่ โดยเฉพาะรายของ เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ไม่มั่นใจกับอนาคตของสโมสร
แต่ทางด้าน ฮอดจ์สัน ก็ออกมาเผยล่าสุดว่าได้มีการพูดคุยกับ เจอร์ราร์ด รวมถึง เจมี่ คาร์ราเกอร์ และตำนานสโมสรที่นั่งเป็นผู้บริหารดูงานเบื้องบนอย่าง เคนนี่ ดัลกลิช แล้วที่เมลวู้ด เมื่อสัปดาห์ก่อน
“ผมรู้ว่ามันอาจจะมีเหตุกาณ์ที่สโมสรใหญ่ทีมอื่นๆจะพยายามเพื่อซื้อสตีเฟ่น แต่ว่าเขาก็ไม่ได้บอกกับผมว่าเขาอยากจะย้ายไปไหน” ฮอดจ์สัน กล่าว “ไม่มีใครที่สโมสรอยากให้เขาไปดังนั้นผมก็จะพยายามทำเต็มที่ที่สุดในการจะทำให้เขาได้อยู่ต่อ ผมมั่นใจว่าเขาจะอยู่ต่อแน่”
“ผมคิดว่าการพูดคุยกันมันเป็นไปอย่างค่อนข้างดีมาก ผมพอใจที่ได้เจอกับเขา และรวมถึง เคนนี่ ซึ่งผมรู้จักดี ผมดีใจมากที่ได้เห็นปฏิกริยาในเชิงบวกของพวกเขา ทุกคนกำลังมองไปยังอนาคตข้างหน้า”
“แน่นอนว่าสตีเฟ่น และ เจมี่ ต่างก็เป็นหัวใจของสโมสรและมันก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆที่เราจะต้องรั้งทั้งคู่เอสไว้ให้ได้”
“เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นกองหน้าที่มหัศจรรย์ และผมก็เข้าใจที่แฟนๆกังวลในเรื่องอนาคตของเขา”
“โชคไม่ค่อยดีนักที่ฟุตบอลโลกยังไม่จบ ผมเลยยังไม่สามารถจะเจอกับเขาได้ไปอีกหลายสัปดาห์ แต่มันก็ไ่ม่ใช่ว่าผมจะมาโวยวายเรื่องนี้ เมื่อผมได้พบกับเขา [...]
ตามธรรมเนียมครับ เมื่อมี “คนใหม่”เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นนักเตะชุดใหญ่ ชุดเล็ก สตาฟฟ์ทีมงาน หรือกระทั่งผู้จัดการทีม ก็ต้องมีการเชิญมาจับเข่าคุยกัน ถามไถ่ที่มาที่ไปถึงการตัดสินใจว่าทำไมจึงเลือกที่จะย้ายมาแอนฟิลด์
รอย ฮอดจ์สัน ก็เช่นกันครับ คล้อยหลังจากการแถลงยืนยันไม่กี่ชั่วโมงก็มีบทสัมภาษณ์ที่ถูกเผยแพร่ทาง Liverpoolfc.tv แล้ว
วาระพิเศษแบบนี้ Scouse.tv ก็ไม่เคยพลาดที่จะเอามาฝากกันก่อนใครเช่นกันครับ
สวัสดีรอย ยินดีต้อนรับสู่ลิเวอร์พูล, คุณดีใจแค่ไหนที่ได้อ่านความเห็นจาก สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ เมื่อเช้านี้ที่ออกมาชื่นชมในการแต่งตั้งคุณเข้าทำงาน
มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากและผมก็รออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้เจอกับพวกเขาทัง้สอง ผมได้เจอกับ เจมี่ ที่พอร์ท เอลิซาเบธ แต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา และมันก็ยังดูจะเร็วเกินไปด้วยในตอนนั้น ผมจะรอที่จะได้คุยกับทั้งสองคนในวันนี้ แต่ก็รวมถึงคนอื่นๆด้วยที่ไม่ว่าจะไปฮอลิเดย์หรือยังเล่นฟุตบอลโลกอยู่ก็ตาม
ตำแหน่งผู้จัดการทีมคนที่ 18 ในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล คุณภูมิใจแค่ไหนกับคำนี้?
ผมภูมิใจมากจริงๆ สโมสรแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนานในเรื่องของฟุตบอล และผู้จัดการทีมที่สโมสรแห่งนี้ก็ไม่เคยเป็นสองรองใคร มันจึงเป็นโอกาสที่ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ ผมทั้งภูมิใจและตื่นเต้นกับการที่จะได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
มันเป็นเรื่องยากครับที่เราจะผ่านความทรงจำเมื่อคืนโดยไม่พูดถึงจังหวะประตูปัญหาของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ คาร์ลอส เตเบซ
โดยเฉพาะประตูของ แลมพาร์ด ที่จะกลายเป็นที่พูดถึงไปอีกนานแสนนาน ในฐานะประตูที่ให้ “อารมณ์” คล้ายกับลูกยิงของ เจฟฟ์เฮิร์สท์ ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประตู “ปริศนา”
มันเป็นประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 101 หลังจากที่เกมเสมอกันอย่างดุเดือด 2-2 ในช่วงเวลาปกติ โดยเยอรมนีตะวันตก ตีเสมอได้อย่างหวุดหวิดก่อนหมดเวลาแค่นาทีเดียวจาก โวล์ฟกัง เวเบอร์
อลัน บอลล์ เปิดบอลเข้ามาก่อนที่ เฮิร์สท์ เกี่ยวเอาบอลลงได้ก่อนจะตวัดยิงจากระยะ 8 หลา ลูกพุ่งชนคานก่อนจะเช็ดลงมาตกลงแล้วถูกเคลียร์ออกมาได้
วินาทีนั้นผู้ตัดสินชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็อตต์ฟรีด เดียนสท์ ไม่แน่ใจนักว่าลูกได้ผ่านเส้นประตูไปแล้วหรือยัง จึงได้ปรึกษากับผู้กำกับเส้นชาวโซเวียต (ในขณะนั้น) โทฟิค บาครามอฟ ก่อนจะได้รับการยืนยันว่าเป็นประตู
ประตูนี้ได้นำอังกฤษ สู่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกและสมัยเดียวจวบจนปัจจุบันนี้
เช่นกันกับคำถามที่ว่าลูกนี้ได้ผ่าานเข้าประตูไปแล้วหรือไม่ก็ยังคงอยู่ตลอดกาล
สำหรับคำถามนี้ต่อให้โลกก้าวไปได้อีกไกลแค่ไหน ก็จะไม่มีใครสักคนที่จะตัดสินได้ว่าลูกยิงเสยที่เช็ดคานก่อนกระเด้งลงมาลูกนั้นมันผ่านเส้นประตูไปแล้วหรือยัง
สิ่งที่มีการออกมาวิเคราะห์กันมากมาย แม้กระทั่งใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวนเพื่อจำลองเหตุการณ์ในวันนั้นออกมาภาพสามมิติ มันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่เราต้องยึดมั่น [...]
Thursday, November 18, 2010
0 Comments