ไมเคิล โอเว่น ดาวยิงทีม“ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาสวมเสื้อ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อีกครั้งเพื่อลงเล่นในนัดเทสติโมเนียลแมตช์ให้กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ในเกมที่จะพบกับเอฟเวอร์ตัน
โดยในเกมนัดเกียรติยศของ คาร์ราเกอร์ ทางด้านเจ้าของงานได้เชิญเพื่อนเก่ามาร่วมเล่นกันหลายคนทั้ง เจมี่ เรดแนปป์, แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์, เจสัน แม็คเคเทียร์ และ เมิล เฮสกีย์รวมถึง โอเว่น ที่อำลาทีมไปแบบไม่่ค่อยสวยนักเมื่อ 6 ปีก่อน
บิดเข็มนาฬิกาย้อนวันเวลากลับไปทีสนามบิน น็องต์ส-แอตแลนติก ในเดือน ก.พ. 2002…
เวลานั้นผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ระหว่างการรอคิวตรวจพาสปอร์ตเพื่อที่จะเดินทางกลับอังกฤษ หลังจากมาเล่นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สต๊าด เดอ ลา โบชัวร์ (สนามของน็องต์)
นักเตะ 4 คนของแมนฯ ยูไนเต็ด กำลังพูดกันถึงเรื่องของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ที่ได้ยินมาว่าเขามีอาการบาดเจ็บและอาจจะเจ็บร้ายแรงด้วย ในเกมที่เสมอกับ กาลาตาซาราย ที่แอนฟิลด์
ทันใดนั้นเองหนึ่งใน 4 คนนั้นก็พูดขึ้นมาว่าเจอร์ราร์ด อาจจะคอหักก็ได้?
เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที
“เสียดายว่ะ ดันไม่ใช่ ไมเคิล โอเว่น” อีกคนนึงพูดแทรกขึ้นมา
เสียงหัวเราะนั้นดังและยาวนานกว่าเดิม…….
บรรยากาศที่อบอุ่นในบ้านที่เชสเตอร์ ไม่ได้ช่วยอะไรไมเคิล โอเว่น ในวันที่เงียบเหงาเลยแม้แต่น้อย
ความสับสนยังเกาะกินหัวใจของเขา มันกัดกร่อนและบั่นทอนจนแทบไม่เหลือความมั่นใจของอดีตนักเตะที่เคยยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลยุโรปมาก่อน
จากนี้จะเล่นให้ใคร ทีมไหน ที่ไหน อนาคตของเขาอยู่หนใด?
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา
“มันต้องมีซักคนแหละที่ต้องการกองหน้าที่ยิงประตูเป็นและเป็นคนที่ผ่านการทดสอบมาแล้วในระดับพรีเมียร์ชิพ” โอเว่น พยายามบอกกับตัวเองอยู่อย่างนี้เรื่อยมา แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะมีใครที่สนใจเขาอย่างจริงจัง
วันเวลาผ่านไปแบบนี้เรื่อยๆ กระทั่ง….
ตะลึงตึงตึงกันไปพอสมควร นับตั้งแต่วันที่ โอเว่น ย้ายไปใส่เสื้อเจ็ทแมนพร้อมชูผ้าพันคอแมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงวันที่ยืนข้างกับเฟอร์กี้ พร้อมกับการได้เสื้อหมายเลข 7 เลขตำนานของโอลด์ แทรฟฟอร์ด
ก่อนหน้านี้ ราฟา ออกมาเผยครั้งแรกว่าเขาเคยคิดที่จะดึง โอเว่น กลับมาแอนฟิลด์ เหมือนกัน แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วราฟา บอกว่าได้ไม่คุ้มเสีย และ “สถานการณ์” ในเวลานี้ก็เป็นตัวบีบด้วย เพราะใจของ โอเว่น ไม่ได้คิดถึงการกลับมาแอนฟิลด์อย่างเดียวจริงๆเหมือนกรณีของ ฟาวเลอร์ ที่อยากได้โอกาสสุดท้ายเพื่อกลับมาทำในสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ และเจ้าตัวก็ไม่พร้อมจะรับสถานการณ์การเป็น “ตัวสำรอง” ของ ตอร์เรส - เจอร์ราร์ด ด้วย(ซึ่งก็เป็นวิธีการบอกนัยๆของราฟาว่าเขาไม่เชื่อว่าโอเว่น จะอยากกลับมาทีมจริงๆจนพร้อมจะเสี่ยงขนาดนั้น)
ล่าสุด ฟาวเลอร์ โดนนักข่าวออสเตรเลีย ถามก่อนที่ฟุตบอล เอ-ลีก ฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น ซึ่ง “ก็อด” จะลงสนามให้ นอร์ธควีนแลนด์ส์ ฟิวรี่ โดยคำถามนั้นเด็ดมาก
“ถ้าเป็นคุณ - คุณจะทำอย่างไมเคิล โอเว่น หรือเปล่า?”
มีรายงาน Exclusive จาก News of the World สื่อจอมเต้าของอังกฤษ แต่คนที่เขียนข่าวนี้คือ Chris Bascombe อดีตคนข่าวของ ลิเวอร์พูล เอคโค่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่มี “แหล่งข่าว” ในแอนฟิลด์ เยอะที่สุดในอังกฤษ
รายงานข่าวชิ้นนี้เปิดเผยว่าเบื้องหลังของการเจรจาสุดช็อกที่ำทำให้ โอเว่น ย้ายไปอยู่กับ “ผีแดง” นั้น จริงๆแล้ว โอเว่น ก็เกือบที่จะได้ย้ายกลับมาแอนฟิลด์เหมือนกัน!?
ตกลงมันเป็นมายังไงกันแน่?
้ด้วยความสัตย์จริง…ตอนแรกผมไม่รู้สึกอะไรเลยกับข่าวการย้ายทีมของ ไมเคิล โอเว่น
แต่พอตื่นเช้ามาเห็นภาพนี้
กับคำสัมภาษณ์ว่า “ในตอนที่ผมกำัลังคุยกับสโมสรอื่นๆอยู่ จู่ๆตอนบ่ายวันพุธเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็โทรมานัดไปกินข้าวเช้ากันเพื่อจะบอกว่าอยากจะเซ็นสัญญากับผม”
“ผมตอบตกลงโดยที่ไม่ิต้องคิดแม้แต่นิดเดียว นี่ีคือโอกาสที่แสนวิเศษสุดสำหรับผม และผมก็อยากจะคว้ามันให้ได้ด้วยสองมือของผม”
“ผมกำลังรอที่จะได้เป็นผู้เล่นของแมนฯ ยูไนเต็ด และผมรู้ว่าผมโชคดีที่มีนักเตะชั้นยอดที่นี่มากมาย”
……
ผมพูดอะไรไม่ออกเลย…
โชคดีแล้วกัน…
รายงานล่าสุดในข่าวการย้ายทีมของ ไมเคิล โอเว่น สำนักข่าวเกือบทุกสำนักรายงานตรงกันว่าขณะนี้ โอเว่น ได้เดินทางไปถึงที่สนามซ้อม คาร์ริงตัน ของทีม “ผีแดง” เรียบร้อยแล้ว และจะเข้ารับการตรวจร่างกาย โดยหากผ่านการตรวจร่างกาย “ที่เข้มงวด” ก็จะได้เซ็นสัญญาต่อไป
รายงานข่าวยังระบุว่าสัญญาที่โอเว่น จะได้รับจะเป็นลักษณะ pay-as-you-play คือจ่ายตามจำนวนนัดที่ลงสนามจริงๆ และคาดว่าค่าเหนื่อยน่าจะลดลงจากที่เคยได้จากนิวคาสเซิล ราว 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย
ความคืบหน้า เซ็นไม่เซ็นอย่างไร…ลุ้นไม่นานก็ทราบครับ
* Update
11pm : โอเว่น ออกจากคาร์ริงตัน เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล บริดจ์วอเทอร์ แล้ว
(จากบทความในหนังสือพิมพ์ บางกอก ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 6 ก.ค.52)
ไม่ว่าจะที่อังกฤษ หรือไทย ข่าวพาดหัวก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ล้วนเป็นข่าวการย้ายทีมของ ไมเคิล โอเว่น ที่มีรายงานว่าได้เปิดโต๊ะเจรจากับทีม “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากผ่านการตรวจร่างกายที่เข้มงวด ก็มีโอกาสที่จะได้เซ็นสัญญา
ตามหลักวิชาการสื่อข่าวแล้ว ข่าวนี้ถือเป็นข่าวใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย ชนิดที่ลืมข่าวกับ ฮัลล์ ซิตี้ หรือ สโต๊ค ซิตี้ ไปได้เลย เพราะมันคนละเรื่องกัน แม้จะเป็นตัวบุคคลเดียวกันก็ตาม
เหตุผลมีอยู่ 2 ข้อ หนึ่งชื่อทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันคือข่าวพาดหัวตลอดกาล
และสอง น้ำหนักของข่าวถูกเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่านัก จากความ “ขัดแย้ง” เพราะ โอเว่น ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน ทุกคนยังจำภาพของเขาในสีเสื้อแดงเพลิงของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่อริตลอดกาลบนถนนสาย M62
คำถามพรั่งพรูมากมาย แต่สรุปได้คำเดียวที่ทุกคนอยากรู้จากปากของ โอเว่น
“ทำไม?”
Thursday, August 26, 2010
2 Comments