จ่าฝูงลีกอย่าง เชลซี จะต้องเจอกับเกมเยือนที่สุดหินที่แอนฟิลด์ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นที่พูดกันมากว่ามันจะเป็นเกมตัดสินแชมป์ ถ้าทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ชนะได้แชมป์จะเป็นของพวกเขา แต่ ลิเวอร์พูล จะไม่ใช่ทีมที่พวกเขาชนะได้โดยง่ายแน่ เพราะยังมีอันดับ 4 ให้ไขว่คว้าอีก
โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ต้องเจอกับฤดูกาลแรกที่ยากลำบากในฐานะผู้จัดการทีมของวีแกน เพราะทีมของเขาประสบปัญหาการขาดความสม่ำเสมอในการเล่น เดอะ ลาติกส์ ต้องเจอสถานการณ์คับขันของจริงในการที่จะเอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกและมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น วีแกน จำเป็นต้องชนะและต้องชนะให้ได้โดยเร็วที่สุดด้วย แต่การได้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมเยือนในสนามดีดับบลิว สเตเดี้ยม ในสัปดาห์นี้ มันดูเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแล้วและกลับมายิงได้ทันทีในเกมกับ แบล็คเบิร์น
แบล็คเบิร์น จะลงเล่นในเกมนี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังจากที่ชนะมา 4 จาก 6 นัดหลังสุด อย่างไรก็ดี ลิเวอร์พูล เองก็แพ้แค่นัดเดียวจาก 9 นัดหลังสุดเท่านั้น และก็ยังมีผลงานที่ยอดเยี่ยมมากด้ววยในการเจอกับ แบล็คเบิร์น ที่แอนฟิลด์ ในช่วงหลายฤดูกาลหลัง
ลิเวอร์พูล แพ้แค่เกมเดียวจาก 22 นัดที่พบกับ แบล็คเบิร์น ทั้งเกมเหย้าและเยือน โดยเกมเดียวที่ว่านั้นเกิดขึ้นในวันบ๊อกซิ่งเดย์ปี 2006 เมื่อ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ ยิงประตูโทนให้ทีมชนะที่อีวู้ด ปาร์ค และถ้าจะหาสถิติที่แบล็คเบิร์นชนะที่แอนฟิลด์ก็คงต้องย้อนหลังไปอีกไกลกว่านั้นมาก โดยต้องย้อนไปถึงยุคที่ เคนนี่ ดัลกลิช คุมทีมอยู่แล้วมาชนะด้วยประตูจาก ไมค์ นีลล์ ซึ่งช่วงนั้นวง Culture Beat ยังเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงกับผลงาน Mr Vain อยู่เลย! แถมยังเป็นปีที่โลกต้องตะลึงกับ จูราสสิค ปาร์ค อังกฤษ มีนายกฯที่ชื่อ จอห์น เมเจอร์ และ พระราชวังบัคกิ้งแฮมได้ถูกเปิดออกเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ ดังนั้นมันคงต้องใช้ฟอร์มขั้นเทพเท่านั้นสำหรับแบล็คเบิร์น ที่เคยมาชนะที่แอนฟิลด์ เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในรอบ 47 ปี [...]
(สมนาคุณแฟนๆ Scouse กันต่อไปด้วยการเพิ่มคอลัมน์พรีวิวการแข่งขันจาก Football Pundit ชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Alan Hansen อดีตตำนานหงส์แดง ที่น่าจะมีให้อ่านกันเกือบทุกสัปดาห์นะครับ ลองอ่านดูนะครับจะได้เข้าใจมุมมองของคนในวงการที่ถือว่าเป็นระดับแถวหน้าตัวจริงเสียงจริง … ของดีแบบนี้หาอ่านฟรีๆได้ที่ Scouse ครับ ^^)
คงจะมีน้อยคนที่จะคาดว่าลิเวอร์พูล จะอยู่ตามหลังจ่าฝูงไกลถึง 14 คะแนนในเวลานี้ ในขณะที่เอฟเวอร์ตัน ตามหลังโซนยุโรปอยู่ 9 แต้มในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล แต่สโมสรจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ทั้งสองแห่งต่างก็ต้องเจ็บปวดจากความคาดหวังที่สูงลิบในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ดีทั้งสองสโมสรก็เริ่มที่จะเรียกฟอร์มเก่าๆกลับมาได้ทันทำให้เราน่าจะได้ดูเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง
ผมเองไม่เคยสนุกเลยในการลงทำศึกนี้ในช่วงที่ยังเป็นนักฟุตบอลเพราะเกมมันจะเร็วมากราวกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วเป็นร้อยๆไมล์ต่อชั่วโมง ไม่มีเวลาที่บอลจะหยุดนิ่ง และมันก็เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านมาก สิ่งที่มีความหมายสำหรับเกมนี้ก็คือการที่ทั้งสองทีมต้องการที่จะยืดสถิติไม่แพ้ใครต่อไปอีกในช่วงนี้ เพราะสิ่งที่เกิดในเมอร์ซี่ย์ไซด์ในฤดูกาลนี้นั้นไม่ต่างอะไรจาก “หายนะ” กับการที่ ลิเวอร์พูล ตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก มีปัญหามากมายภายใน และไม่สามารถที่จะกลับไปลุ้นแชมป์ได้ ในขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มีปัญหาทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บแทบยกทีมไหนจะมีเรื่องของโครงการก่อสร้างสนามใหม่ที่ถูกขัดขวาง และผลกระทบจากการที่ขาย โจลีออน เลสค็อตต์ ให้กับทางแมนฯซิตี้ แต่ถึงจะมีแต่เรื่องเต็มไปหมด ทั้งสองทีมก็เริ่มกลับมาตั้งหลักกันได้อีกครั้งและตอนนี้ก็ดูคล้ายว่าจะถึงขาขึ้นแล้ว
Sunday, May 2, 2010
0 Comments