A A
RSS

[WC2010 Special] Day 23 : Fearless

Tue, Jul 6, 2010

friday & a KOPpuccino

simbas

1.

สำหรับ ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า จะเป็นเยอรมนีตะวันตก หรือเยอรมนี ก็นับเป็นคู่แข่งแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริง

ทีมที่ต้องเคยเผชิญหน้ากันมาในนัดชิงชนะเลิศถึง 2 ครั้ง 2 ครา

จะมีอะไรน้อยไปกว่านั้นได้อีก

จากภาพคืนวันแห่งความเรืองโรจน์ มาราโดน่า หักปีกอินทรีเหล็กได้ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ถึงภาพแห่งความเจ็บปวดกับการพ่ายในนัดชิงชนะเลิศในอีก 4 ปีถัดมาที่กรุงโรม

วานนี้คือวันที่ มาราโดน่า จะได้หวนกลับมาพบคู่ปรับทีมนี้อีกครั้ง

แม้จะไม่ได้ลงสนามเอง แต่เอล ดีเอโก้ก็ถ่ายทอดทั้งศาสตร์ ปรัชญา และจิตวิญญาณลงไปในทีมเบียงคิเชเลสเต้ทีมนี้

มาราโดน่า มีกระทั่งเงาของตัวเองทาบอยู่ในสนาม ในนามของ ลิโอเนล เมสซี่ ทายาทที่ฟ้าประทานมาให้ด้วยซ้ำไป

ทีมนี้จึงเป็นทีมของ มาราโดน่า ที่ได้รับการประทับตรารับรองจากคนบนฟ้าแล้ว

ภาพหนึ่งที่หลายคนอยากจะเห็น เพื่อตอกย้ำว่าโชคชะตามันมีอยู่จริง คือภาพที่ เมสซี่ และ มาราโดน่า ตระคองกอดถ้วยสีทองใบนั้นร่วมกัน

มันจะเป็นภาพประวัติศาสตร์ไปอีกชั่วนาตาปี จะเป็นนิทานที่ถูกขับขานซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้เบื่อ

น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงแค่ความฝันชั่วครู่ยาม

และผมก็ไม่แน่ใจนักว่า แม้วัยจะผ่านพ้นเข้าใกล้ช่วงสุดท้ายของชีวิต ไม้แก่อย่าง มาราโดน่า จะทำใจยอมรับกับความปราชัยย่อยยับครั้งนี้ได้แค่ไหน

2.

โยอัคคิม เลิฟ ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด

อดีตนักเตะชาวเยอรมนีตะวันตก ซึ่งเกิดในเมืองเล็กๆที่ชื่อ เชินเนา ในชวาร์ซวัลด์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี

ชวาร์ซวัลด์หรือป่าดำชื่ออาจจะน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วเป็นผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และอบอุ่นด้วยอ้อมกอดของธรรมชาติ ทั้งผืนป่า ทั้งภูเขา และทะเลสาบ

โยกี้”​คือเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวป่าดำ ที่ได้โอกาสแจ้งเกิดกับสโมสร ไฟรบวร์ก และสุดท้ายก็กลับมาอำลาชีวิตค้าแข้งที่นี่ โดยที่แทบไม่ประสบความสำเร็จกับสโมสรอื่นๆเลย

ในวันที่ มาราโดน่า ชูโทรฟี่ทองคำเมื่อ 24 ปีที่แล้ว เขาเจ็บปวดกับผลการแข่งขันอยู่ ที่ใดที่หนึ่งในโลก

และวันที่นักเตะด็อยตช์ลันด์ เอาคืนได้ในอีก 4 ปีต่อมา เขาก็คงได้ฉลองอยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลกเช่นกัน

เลิฟ ไม่ใช่บุคคลสำคัญของโลก ช่วงเวลานั้น

ชื่อของกุนซือคนนี้มาเริ่มเป็นที่รู้จัก ก็ในยุคที่รับงานคุมทีมต่อจาก โรล์ฟ ฟริงเกอร์ ที่อำลาม้าขาว”​สตุ๊ทการ์ท เพื่อไปคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะได้ทำงานเต็มตัว

ความมหัศจรรย์ของโค้ชผู้นี้เริ่มปรากฏในการสร้างสตุ๊ทการ์ท ให้กลายเป็นทีมที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเยอรมนี กับสามเหลี่ยมมหัศจรรย์คราสซิเมียร์ บาลาคอฟ, โจวานนี่ เอลแบร์ และ เฟรดี้ โบบิช

เอล-บา-โบคือสมญาสั้นๆของสามเหลี่ยมมหัศจรรย์ของเลิฟ และเป็นตัวแทนในปรัชญาฟุตบอลของโค้ชที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งของวงการฟุตบอลเยอรมัน

แต่หลังจากนั้น เลิฟ ก็ค่อยๆถูกลืมเลือนไปจากสารบบฟุตบอลเมืองเบียร์

การผจญภัยของเลิฟ หลังจากนั้นไม่ประสบความสำเร็จนัก ตกต่ำสุดถึงขั้นโดนทีมเล็กๆอย่าง อดานาสปอร์ ไล่ออกจากตำแหน่งโค้ชเพราะผลงานที่ย่ำแย่ และต้องตกงานที่ ทิรอล อินส์บรูก เพราะสโมสรล้มละลาย

แต่ด้วยโชคชะตา เลิฟ ได้พบกับ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ในระหว่างการอบรมโค้ช ซึ่งมันกลายเป็นการพบกันแห่งโชคชะตา และเลิฟ ก็ถูกเพื่อนรักดึงตัวไปร่วมงานด้วยในทีมชาติเยอรมนี ในฐานะผู้ช่วย

นับจากวันนั้นเส้นทางของเขาก็ถูกลิขิตให้เป็น​“บุนเดสเทรนเนอร์”​

มันคือหน้าที่ของเขาในการกอบกู้เยอรมนี ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

3.

เยอรมนี กับชัยชนะ 4-0 เหนืออาร์เจนติน่าของมาราโดน่า มันแทนความจริงอะไรได้มากมาย

ในขณะที่คนอังกฤษ อาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้างเมื่ออย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็แพ้ในผลต่างสกอร์ที่น้อยกว่า และได้เห็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์อย่าง อาร์เจนติน่า โดนถลุงยับในสภาพไม่แตกต่าง

คนอาร์เจนไตน์ จำต้องยอมรับความจริงว่าเบียงคิเชเลสเต้ ของพวกเขาดีไม่พอ

หรืออีกนัยก็อาจต้องบอกว่า เยอรมนี ของโยกี้ เลิฟ นั้นดีเกินไป

วันเวลา 2 ปีในฐานะผู้ช่วย และอีก 4 ปีในฐานะนายใหญ่เต็มตัว โยกี้ เลิฟ ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากมายในทีมของเขา

จากอินทรีเฒ่าปีกหัก มาเป็นอินทรีหนุ่มคะนองเดช ที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจเกินใครจะคาดถึง

เยอรมนี ของโยกี้ เลิฟ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ซึ่งแม้ก่อนหน้าจะไม่ได้ถึงกับเฉิดฉายโดดเด่น แต่ก็ไม่ได้ถอยหลังลงคลองจนน่าอิดหนาระอาใจ

จนมาถึงฟุตบอลโลก 2010 ที่ดูเหมือนขวัญ”​ของพวกเขาจะหายไปไม่น้อยกับการบาดเจ็บของพี่ใหญ่อย่าง มิชาเอล บัลลัค ก่อนที่รายการจะเริ่มแค่เดือนเดียว

ไกเซอร์น้อย”​อาจไม่ได้อยู่ในช่วงวันเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยที่สุดเขาคือคนที่สยายปีกปกป้องรุ่นน้องและทำเพื่อทีมเสมอมา

แต่การขาดหายไปของเขาไม่ได้ทำให้ทีมอยู่ในสภาพขวัญหนีดีฝ่อ

ตำแหน่งของบัลลัค เลิฟ เลือกที่จะเดิมพันกับพลังความสดของนักเตะวัยคะนอง โดยเติม ซามี่ เคดิร่า กองกลางดีกรีกัปตันทีมชาติเยอรมัน ชุดคว้าแชมป์ยุโรปในรุ่นยู 21 เมื่อปีกลายเข้ามาทดแทน

แต่เรื่องของสไตล์การเล่น ดูเหมือนโยกี้ จะกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว

มันเป็นแนวทางปรัชญาการทำทีมของฟุตบอลเยอรมันในแบบสมัยใหม่ เน้นเกมรุกที่ฉูดฉาด วูบวาบ การเข้าทำที่หลากหลาย และทรงประสิทธิภาพ

โดยสิ่งที่เป็นจุดที่เติมเต็มการทำทีมแบบนี้ก็คือพลังความสด ร่างกายที่กำยำแข็งแกร่ง ความปราดเปรียวราวกับเสือดาว

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเหนือกว่าคู่แข่ง

เครดิตที่ต้องให้กับเลิฟ คือการเสริมสภาพร่างกายให้ลูกทีมฟิตพร้อมที่สุด ซึ่งแม้กระทั่งเสือเฒ่าอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ก็ยังปราดเปรียวไม่แพ้รุ่นน้อง และการกำหนดรูปแบบการเล่น การถ่ายทอดความเข้าใจในเกมให้กับลูกทีม

และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญก็คือความมั่นใจ

ผมชอบคำพูดของเลิฟครับ ที่ออกมาบอกหลังเกมจบว่าลูกทีมของเขาไม่กลัวใคร

มันคือความมั่นใจที่ได้จากการสะสมทีละเล็กทีละน้อย จนถึงวันนี้ที่พวกเขาปราบ อาร์เจนติน่า ได้อย่างราบคาบ ก็สามารถที่จะพูดประโยคเช่นนี้ได้ไม่ต้องอายปาก

ในความเป็นจริงแล้วตัวเขาเองก็ Fearless เหมือนกัน

การกำหนดแท็คติกส์ที่ชัดเจน แต่ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ มั่นใจในความคิดและมั่นคงในการตัดสินใจ

แน่นอนว่าประตูขึ้นนำเร็วนั้นมีส่วนช่วยให้ทุกอย่างไหลมาเข้าทางพวกเขา แต่ในยามที่โดนบดขยี้อย่างหนัก เลิฟ ขอเลือกที่จะแลกหมัดมากกว่าจะโดนต่อยข้างเดียว

สุดท้ายผลตอบแทนจากการซักซ้อมหนักหน่วง ความเข้าใจในเกมของนักเตะที่รู้เท่าทันความคิดโค้ชก็ส่งผลในที่สุด และเป็น อาร์เจนติน่า ที่ไม่สามารถจะปิดป้องจุดอ่อนของตัวเองด้วยแนวรุกมหากาฬได้เหมือนเคย

อาจเพราะด้วยพลังเบียร์สดของเยอรมัน สามารถทำให้แนวรับของทุกทีมกลายสภาพเป็นกระดาษทิชชู่เปียกน้ำได้ง่ายๆ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ อาร์เจนติน่า ก็ไม่ได้มีแนวรับที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยเฉพาะการขาดเสาหลักอย่าง วอลเตอร์ซามูเอล ไปก็ไม่มีใครจะค้ำยันให้ทีมได้

ที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องยอมศิโรราบอย่างไม่อาจหาข้อโต้แย้งใดๆ และลิโอเนล เมสซี่ วันนี้เขายังไม่อาจก้าวพ้นเงามรณะของ มาราโดน่า ได้สำเร็จ

ภาพประวัติศาสตร์สำหรับชาวอาร์เจนไตน์นั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกตลอดไป แต่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดเพราะยุคของเมสซี่ ยังเหลือเวลาอีกยาวไกล อย่างน้อยๆคือฟุตบอลโลกอีก 2 สมัยด้วยกัน

แต่สำหรับชาวเยอรมันยุคทองที่งดงามดังสีอำพันของเครื่องดื่มขึ้นชื่อในบ้านเมืองกำลังจะเดินทางมาถึง

ไม่ว่าคู่แข่งในวันข้างหน้าของพวกเขาจะเป็นทีมแกร่งจริงอย่างสเปน หรือใคร

เยอรมนี ในยุควีรบุรุษแห่งป่าดำก็มิจำเป็นเกรงกลัว

Tags:

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out