A A
RSS

[WC2010 Special] Day 31 : Uno Momento!

Tue, Jul 13, 2010

friday & a KOPpuccino

simbas

ณ ขณะนี้คนสเปน หลายล้านคนไม่ว่าจะอยู่ ณ ดินแดนใดก็คงมีความสุขและนอนหลับฝันดีกันอยู่แน่ๆ

จะไม่ให้ฝันดีได้เช่นไร ในเมื่อมันเป็นฝัน และเป็นวันที่พวกเขารอคอยมานานแสนนาน

ดาวและเดือนบนฟ้าอาจจะคว้าให้ไม่ได้ แต่ขุนพล “ลา โรฆา” ก็คว้าดาวหนึ่งดวงมาประดับอยู่บนตราสัญลักษณ์ของทีมชาติมาฝากทุกคนบนชาติได้

มันคือดวงดาวแห่งความภาคภูมิใจของชาวเอสปันญ่า มันคือดวงดาราแห่งความสุขสมหวัง

หลายคนยิ้มกว้าง หัวเราะร่า บางคนน้ำตารินด้วยความปีติ

มันคือช่วงเวลาหนึ่งแห่งความทรงจำ และจะเป็นลำนำขับขานไปอีกนาน

สเปน คือแชมป์โลกทีมที่ 8 บนผืนพิภพนี้ - อย่างคู่ควร

ถ้าไม่นับหมึกพอล เทพพยากรณ์ 8 หนวด 8 ขา ที่สร้างตำนานทำนายผล 8 นัด เข้าทั้ง 8 นัดในฟุตบอลโลกหนนี้

หนึ่งในคนที่ควรสดับฟังเสียงมากที่สุดคือ “นักเตะเทวดา” โยฮัน ครอยฟ์ ตำนานลูกหนังชาวดัตช์ ผู้ประกาศตัวอย่างไม่กลัวเกรงว่าถ้า สเปน ได้แชมป์เขาก็มีความสุขอยู่ดี

เหตุผลของสุดยอดนักเตะผู้เคยพาทีมฮอลแลนด์ เข้าชิงชนะเลิศในปี 1974 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ (ครอยฟ์ ไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก 1978 เพราะไม่อยากจากครอบครัวไปไหนนานๆ) คือเรื่องของแท็คติกส์เกมลูกหนังที่แตกต่างกันระหว่าง สเปน กับ ฮอลแลนด์

ครอยฟ์ เชื่อมั่นในฟุตบอลเกมรุกและสเปน ก็เล่นฟุตบอลเกมรุก นั่นคือเหตุผลของการ “ปันใจ”

อย่างไรก็ดีในรายละเอียดลึกๆแล้ว ถึงตัวจะเกิดที่ดินแดนกังหันลม แต่หัวใจของเขาก็คล้ายจะมอบให้กับสเปน - ไม่สิ มอบให้แก่ “คาตาลุนญ่า” อยู่เช่นกัน

อย่างน้อยที่สุดเขาก็เป็นผู้จัดการทีมชาติคาตาลัน (สมญา “เล เซเลคซิโก้”) และนักเตะทีมชาติสเปน ชุดนี้ก็มีแกนหลักเป็นสายเลือดแท้ของชาวคาตาลันทั้งสิ้น

ชาบี้ เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, คาร์เลส ปูโญล, เกราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เปโดร โรดริเกวซ หรือ เซสก์ ฟาเบรกาส

เหล่านี้คือหน่อเนื้อเชื้อไขของชาวคาตาลัน

พวกเขาคือสายเลือดแห่ง “ลา มาเซีย” ตักศิลาลูกหนังที่ ครอยฟ์ - แม้ไม่ได้เป็นผู้สร้าง - แต่ก็เป็นผู้ร่วมวางรากฐานและระบบการฝึกสอนเพื่อผลิตสิงห์นักเตะที่จะเล่นฟุตบอลสวยงามตามปรัชญาของ บาร์เซโลน่า

เป็น “ฟุตบอลในฝัน” ของนักเตะเทวดา

และเป็นการเล่นในฝันของแฟนบอลทั้งโลกที่พร้อมจะติดตามและเอาใจช่วย ที่แม้ต่อให้เป็นคู่แข่งก็ยินดีที่จะลุกขึ้นยืนและปรบมือให้ เพราะการเล่นของนักเตะเหล่านี้มันน่างดงามจนควรค่าแก่การ “คารวะ”

ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ครอยฟ์​ไม่ได้ถึงกับเศร้าใจที่ฮอลแลนด์ ไม่ได้แชมป์โลกสมัยแรกเสียที ไม่มี Third time lucky สำหรับพวกเขา เพราะอย่างน้อยี่สุดทีมที่เล่นฟุตบอลเกมรุกสวยงาม และเป็นทีมที่สืบปณิธานจากเขาก็ประสบความสำเร็จ

ที่นักเตะเทวดาเสียใจ ถึงขั้นออกมาตำหนิติติงอย่างรุนแรงคือการที่เห็นเหล่า “ออรานเย่” เล่นฟุตบอลที่ไม่ได้เป็นแบบฉบับของออรานเย่

ต้องทนเห็นฮอลแลนด์ เล่นเกมรับไม่เน้นความสวยงามของการเล่นนั้นก็ทำใจลำบากแล้ว

แต่การเห็นรุ่นลูกรุ่นหลานไปไล่หวด ไล่เตะ กระโดดถีบคู่แข่ง มันเป็นเรื่องที่น่าละอายใจยิ่งกว่า และครอยฟ์ ก็รับไม่ได้ในจุดนี้

“ฟุตบอลสกปรก” คือสิ่งที่ยอดนักเตะในอดีตทำใจไม่ได้

“ที่ผมบอกว่าเราไม่ควรเล่นแบบอินเตอร์ ที่สยบบาร์เซโลน่าได้ นั้นไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบสไตล์แบบนี้ แต่มันเป็นเพราะผมคิดว่าเราไม่ควรคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไป ผมพูดว่าเราไม่ควรทำก็เพราะถึงไม่มีนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ทีมเราก็มีสไตล์ของเราเอง”

“มันน่ารังเกียจ รุนแรง โหดเหี้ยม อำมหิต ไม่น่าดู ไม่ใช่สไตล์ฟุตบอล” คำพูดจากใจของนักเตะเทวดา

ใช่ - ฮอลแลนด์ เล่นได้ไม่ถึงกับน่าดูนัก และหลายจังหวะที่ไม่เคยคิดฝันว่าทีมที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นจอมเทคนิค มีสไตล์การเล่นที่งดงาม ตระการตา และสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนบอลได้เสมอมาจะเล่นได้เหี้ยมเกรียมเช่นนี้

แต่ต่อหน้าสเปน ทีมที่เก่งกว่า เหนือกว่า บางครั้งตัวเลือกวิธีการที่จะรับมือก็มีไม่มากนัก

และความคิดที่จะเปิดเกมเข้าแลกก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่สำหรับ เบิร์ท ฟาน มาร์ไวค์ ผู้ที่นำฮอลแลนด์ เข้าชิงชนะเลิศได้เป็นคนที่ 3 ต่อจาก “ท่านนายพล”​ไรนุส มิเชลส์ และ แอร์นสท์​ฮัปเปิล ปราชญ์ลูกหนังชาวออสเตรีย

ในความเห็นด้วยกับ ครอยฟ์ ที่เสียใจกับสไตล์การเล่นของฮอลแลนด์ ผมก็พอจะมีความเห็นต่างอยู่บ้างเพราะอย่างน้อยที่สุดนักเตะออรานเย่ ก็พยายามสู้อย่างถึงที่สุด

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน มันอาจจะรุนแรงอยู่บ้าง อาจจะมีนอกเกมไปบ้าง แต่ก็ยังพอเข้าใจ

พวกเขามาเพื่อ “สู้”

ไม่ได้มาเพื่อ “ยอมแพ้”

ดังนั้นในความพยายามของนักเตะฮอลแลนด์ ที่จะเอาชนะในเกมนี้ให้ได้ก็คือการที่จะต้องหาทางหยุดเกมที่ลื่นไหลของ สเปน ให้ขาดตอนก่อนเป็นลำดับแรก

เสียบ เตะ หวด ย่ำ ถีบ ดึง เหนี่ยว รั้ง อะไรก็ได้ขอให้หยุดเหล่าลา โรฆา ที่ไม่เพียงปราดเปรียวแต่ยังเปี่ยมด้วยปฏิภาณ ไหวพริบ และความเข้าใจทั้งต่อเพื่อนร่วมทีมและต่อเกมการแข่งขัน

ถ้าพวกเขาชนะ ต่อให้เล่นด้วยความเกรี้ยวกราดขนาดไหนก็ไม่สำคัญ อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็คือผู้ชนะ และเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

แต่โชคร้าย - พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ชนะ

แน่นอนว่าจังหวะการหลุดเดี่ยวของ อาร์เยน ร็อบเบน ถึง 2 ครั้ง 2 ครามันพลาดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมันน่าจะยกสถานะเขาให้ขึ้นเทียบชั้นกับเหล่าตำนานทั้งหลายได้สบาย แต่ สเปน ก็ใช่จะไม่มีโอกาส

ลูกทีมของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ มีจังหวะที่น่าจะได้ก็หลายครั้งเช่นกัน และก็พลาดไป ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นโขกของ รามอส 2 หนหรือจังหวะยิงเผาขนของ บีญ่า

แต่สุดท้าย สเปน ซึ่งตั้งใจเล่นมากกว่า ทุ่มเทมากกว่า ใจเย็นมากกว่า และสำคัญที่สุดก็คือพวกเขาเก่งกว่าก็ทำได้สำเร็จ

อาจจะไม่ใช่ประตูที่งดงามอลังการ แต่การจบสกอร์ที่เด็ดขาดของ อิเนียสต้า ก็ล้ำค่ายิ่งนัก

แม้ฟุตบอลในวันนี้จะไม่มี “โกลเด้น โกล์” อีกแล้ว แต่ประตูนี้ของกองกลางผู้เป็น “โปรเซสเซอร์ชิป”​ของทีมร่วมกับพี่ใหญ่ชาบี้ ที่ผนึกกำลังเป็น Core2 Duo เวอร์ชั่นสเปน ก็นับเป็น “ประตูทอง” ได้เช่นกัน

มันคือผลตอบแทนความพยายามที่ไม่มีขีดจำกัดของขุนพลนักเตะลา โรฆา

และมันคือผลตอบแทนของการวางรากฐานระบบฟุตบอลเยาวชนที่ใช้เวลายาวนานนับสิบปี

ประวัติศาสตร์บทใหม่ได้ถูกเขียนขึ้นแล้วในฟุตบอลโลก

ณ ขณะหนึ่งที่ อิเนียสต้า ทำประตูได้

ณ ขณะหนึ่งที่ พวกเขาได้ชูโทรฟี่สีทองในสนาม ซอคเกอร์​ซิตี้ สเตเดี้ยม

ณ ขณะหนึ่งที่ คาซีญาส บรรจงจูบคนรักบริเวณ Mixed Zone เพื่อตอบคำถามว่าเขารู้สึกอย่างไรต่อการเป็นแชมป์โลก (ถ้าใครได้ดูคลิป​โปรดมองตาคาซีญาส มันบอกอะไรได้หลายอย่าง)

และ ณ ขณะหนึ่งที่พวกเขาได้กลับมาถึงบ้านเกิดในฐานะวีรบุรุษของชาติ

มันคือช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่แสนโรแมนติก

แม้ไม่ได้อลังการตระการตา แต่ก็งดงามและตราตรึงในหัวใจ

ป.ล. หลังผจญภัยร่วมกันมากว่าเดือน ในที่สุด The Simba’s Journey - การผจญภัยของซิมบ้า (ตัวแทนอารมณ์แบบแอฟริกาที่ผมนึกถึงและชอบที่สุดเป็นคำแรกๆ) ก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วครับ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมติตดามมาโดยตลอด และอยากให้ช่วยติดตามผลงานต่อไปในอนาคตด้วย จะพยายามสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้ได้อ่านกันต่อไปและตลอดไปครับ :)

Tags: ,

3 Responses to “[WC2010 Special] Day 31 : Uno Momento!”

  1. PoNG says:

    ขอบคุณเช่นกันครับ จะติดตามผลงานต่อไปนะครับ

  2. pizza_peach says:

    กาซึยาสนี่เจ้าน้ำตาจริงๆ

  3. wirul says:

    พี่เขียนถูกใจผมมากเลย ผมจะติดต่อผลงานพี่ต่อไปครับ

Leave a Reply

Categories

Archives

สมัครสมาชิก/Log in-Log out